ผู้เขียน หัวข้อ: เส้นทางนักเขียน รอมแพง คนแต่ง บุพเพสันนิวาส เขาคือใครกัน?  (อ่าน 7 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

กรกฎาคม 11, 2018, 08:50:54 AM
  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 16
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด


 
รอมแพง เป็นนามสมมุติของ จันทร์ยวีร์ สมปรีดา ชื่อเล่น: อุ้ย กำเนิด พ.ศ. 2520 อำเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นนักประพันธ์ชาวไทย เธอมีผลงานมาแล้วมากยิ่งกว่า 20 งานเขียนด้วยกันอย่าง ดาวเกี้ยวเดือน, บุพเพสันนิวาส, มิติรักข้ามดวงดาว, คีตโลกา, เรือนพะยอม และส่วนมากก็จะเป็นนิยายแนวรักตลก งานของคุณอุ้ยมีเอกลักษณ์ทั้งสำนวนภาษา แล้วก็บทพรรณาโวหารที่บรรยายสถาปัตยกรรมรวมทั้งศิลปกรรมในสมัยนั้น บุคลิกลักษณะตัวละคร โดยเฉพาะนางเอกให้มีลักษณะท่าทางที่สดใสร่าเริง มีความมั่นใจในตัวเองสูงชื่อนามแฝง ใช้ตามชื่อตัวละคร รอมแพง ในเรื่อง เวียงกุมกาม ของทมยันตี แปลว่า "ผู้เป็นที่รัก" หรือ "หญิงผู้เป็นที่รัก"
 
คุณอุ้ยเรียนจบจากสถานศึกษาวัดประทุมทายการาม ในระดับประถมศึกษา และมัธยมศึกษาจากโรงเรียนกัลยาณีศรีธรรมราช ระดับปริญญาตรีจากคณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร เอกประวัติศาสตร์ศิลปะ โทภาษาไทย ทำงานประจำหลายงาน ตั้งแต่ขายเครื่องสำอาง เซลล์ขายบ้าน เลขานุการทนายความ ธุรการ พนักงานประเมินราคาของบริษัทตกแต่งภายใน พนักงานพิสูจน์อักษร ภัณฑารักษ์ (ผู้ดูแลพิพิธภัณฑ์) จนกระทั่งคุณอุ้ยเริ่มเขียนหนังสือโดยประมาณปี พุทธศักราช 2549 และก็ได้รวมเล่มในปีถัดมา ขณะนั้นคุณอุ้ยประกอบอาชีพอื่นอยู่ จึงลาออกมาทำงานเขียนเป็นงานประจำ คุณอุ้ยได้ทดลองเขียนนวนิยายลงเว็บ Pantip และมีคนเริ่มติดตาม ประกอบกับมีแมวมองจากสำนักพิมพ์เข้ามาทาบทามให้ลงตีพิมพ์เป็นรูปเล่ม คุณอุ้ยจึงทำงานประจำไปด้วยและก็มีงานด้านการเขียนบนโลกออนไลน์เป็นงานที่ทำเวลาว่าง ซึ่งเป็นงานที่คุณอุ้ยรัก
 
ถึงแม้จะไม่เคยต้องการเป็นคนเขียนมาก่อน แม้กระนั้นคุณอุ้ยเริ่มอ่านหนังสือมาตั้งแต่เด็กๆ โดยเริ่มอ่านหนังสือทุกหมวดหมู่ตั้งแต่นิทานอีสป ตำราเรียน เรื่องสั้น นิยาย ประวัติศาสตร์ อื่นๆอีกมากมาย ชนิดที่ว่าความกว้างของห้องสมุดสำหรับประชาชนก็ยังไม่เพียงพอต่อความรักสำหรับเพื่อการอ่านของเธอ
 
จุดเริ่มต้นที่ทำให้เกิดนิสัยรักการอ่าน เริ่มมาจากที่คุณพ่อและก็รวมทั้งคุณแม่ไม่ค่อยมีเวลาเนื่องจากว่าต้องทำงานหนัก รวมทั้งคุณพ่อเป็นคุณครูที่ดุมาก จะไม่ค่อยได้สอนอะไรเรามากแค่ไหน ถ้าสอนทีไรน้ำตาแน่ๆ เราไม่ต้องการร้องไห้ก็เลยไม่ค่อยให้คุณพ่อสอน เลยเริ่มไปศึกษาสิ่งต่างๆ จากหนังสือตั้งแต่ในตอนนั้น
 
เริ่มจากนิทานอีสปที่อ่านแล้วรู้สึกเหมือนเด็กๆทั่วๆไป แล้วเราอาจจะมีนิสัยแปลกๆอย่างหนึ่ง คืออ่านหนังสือแล้วจะเห็นภาพตามตัวอักษรที่อ่าน มันก็เลยกลายเป็นว่าเรามิได้อ่านอย่างเดียว แต่เราได้จินตนาการแล้วก็เห็นภาพนั้นๆตามความนึกคิดของเราไปด้วย ไม่ใช่แค่นิทานอย่างเดียว กับตำราเรียนก็เห็นภาพด้วยนะ เลยชอบอ่านหนังสือเรียนไปด้วย ก่อนเปิดเทอมเวลาได้หนังสือมาใหม่ เราจะรีบอ่านโดยทันทีเลย ทุกเล่ม ทุกวิชาเลยนะ แต่จะสนุกสนานเพียงแค่รอบแรก แล้วก็ทิ้งไว้และก็หลังจากนั้นจึงค่อยเอามาอ่านอีกครั้งตอนสอบ พออ่านไปก็ชอบอ่านหนังสือมากขึ้น
 
ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต คุณอุ้ยเล่าให้ฟังอย่างร่าเริงแจ่มใสว่า ชอบท่องเที่ยวแบบแบคแพค แบกเป้เดินทางไปท่องเที่ยวคนเดียวทั้งในไทยรวมทั้งต่างประเทศ อย่างในไทย เวลาไปครั้งนึงจะไปเที่ยวทั้งภาคเลย ไปทีละหลายจังหวัด ส่วนต่างประเทศ ที่ไปมามีประเทศเยอรมัน 25 วัน อื่นๆอีกมากมาย โดยจะชอบเดินชมพิพิธภัณฑสถานรวมทั้งโบราณสถานของประเทศนั้นๆ เวลาไปท่องเที่ยวแต่ละครั้งจะไปนานเป็นเดือนๆ ส่วนขณะนี้อยากไปฝรั่งเศสรวมทั้งอิตาลี เพียงแต่ยังไม่มีเวลา
 
นอกจากนี้ คุณอุ้ยยังชอบอ่านนิยาย นักประพันธ์ในดวงใจก็เลยมีหลายๆคน ได้แก่ ทมยันตี แก้วเก้า ว.วินิจฉัยกุล กิ่งฉัตร ตรี อภิรุม ฯลฯ แถมคุณอุ้ยยังชอบเล่นเกมอีกด้วย
 
สิ่งที่ทำให้เกิด “รอมแพง
 
คุณอุ้ยเล่าว่า นามสมมุติ “รอมแพง” นี้เป็นชื่อตัวละครหนึ่งในนวนิยายเรื่อง เวียงกุมกาม ของทมยันตี ซึ่งเป็นชื่อที่คุณอุ้ยติดอกติดใจเพราะว่าเป็นภาษาล้านนาโบราณ มีความหมายลึกซึ้งแปลว่า หญิงผู้เป็นที่รัก จึงเลือกมาใช้เป็นนามแฝง
 
บุพเพสันนิวาส
 
กว่าจะมาเป็น “บุพเพสันนิวาส” แม้จะใช้เวลาเขียนนวนิยายเรื่องบุพเพสันนิวาสเพียง 1 เดือน แต่จำเป็นต้องใช้เวลาในการค้นคว้าหาข้อมูลเพื่อนำมาเขียนถึง 3 ปีเศษ โดยเมื่อมีเค้าโครงเรื่องแล้ว ก็เริ่มหาข้อมูลจากการอ่านหนังสือ และก็เหตุการณ์ในอดีตต่างๆแล้วเอามาผูกโยงเข้ากับจินตนาการ
 
เมื่อถามเหตุผลว่า เพราะอะไรถึงกำหนดเลือกเขียนในยุคสมัยของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช คุณอุ้ยอธิบายว่า ก่อนหาข้อมูล คุณอุ้ยจำเป็นต้องตกลงใจเลือกว่าจะเอาช่วงใดมาเขียนดี เลยอยากเลือกยุคสมัยที่ยังไม่ค่อยมีคนเขียนถึงมากเท่าไรนัก เพื่อให้งานเขียนออกมามีความแตกต่างแล้วก็น่าสนใจ
 
ปัจจุบันนี้บทประพันธ์เรื่อง “บุพเพสันนิวาส” ได้รับการพิมพ์ซ้ำไปเเล้วมากกว่า 27 ครั้ง เเละภายหลังละครออกอากาศไปขณะนี้มียอดการพิมพ์เพิ่มอีกไม่ต่ำกว่า 10 ครั้ง ยิ่งไปกว่านั้นคุณอุ้ยยังมีผลงานอื่นๆ กว่า 20 ผลงาน อาทิเช่น ดาวเกี้ยวเดือน, มิติรักข้ามดวงดาว,คีตโลกา, เรือนพะยอม ,พรายพยากรณ์,พรายเนตรทิพย์ ฯลฯ โดยส่วนใหญมักเป็นนวนิยายแนวโรแมนติกคอมเมดี้
 
บุพเพสันนิวาส เคยถูกปฏิเสธจากทางสำนักพิมพ์ จนสุดท้ายก็ได้รับการตีพิมพ์จากสำนักพิมพ์เดิมที่เธอเคยร่วมงานกันมาก่อน ชวนให้คิดถึงเรื่องราวของ เจ.เค.โรว์ลิง คนเขียนมือทองนักเขียนแฮร์รี่ พอตเตอร์ ที่เคยถูกปฏิเสธการตีพิมพ์ต้นฉบับแฮร์รี่ พอตเตอร์หลายครั้งก่อนที่จะโด่งดังในตอนหลัง ช่วยทำให้เกิดแรงผลักดันว่า มนุษย์เราย่อมจำต้องผ่านโมเมนต์แบบนี้บ้าง ก่อนจะไปถึงเป้าหมาย
 


10 นิยายแนะนำของรอมแพง โดยร้านหนังสือนายอินทร์
 
1. บุพเพสันนิวาส โดย รอมแพง (ละครช่อง 3)
หนังสือนิยายเรื่องเยี่ยมของรอมแพง ที่นำมาทำเป็นละครทางช่อง 3 การย้อนกลับมาสู่สมัยอยุธยา ของเกศุรางค์ นักโบราณคดีสาวหุ่นท้วม กับพ่อเดช บุพเพสันนิวาส เป็นเรื่องราวความรักอิงประวัติศาสตร์ ที่รอมแพง เรียบเรียงมาได้อย่างสนุก อ่านแล้วจะวางไม่ลงเลยทีเดียว
อำนาจเหนือดวงจิตเป็นดังบุพเพสันนิวาส ที่นำพาดวงใจสองดวงให้มาบรรจบกัน ดุจดั่งความรักของ "เกศสุรางค์" นักโบราณคดีสาวร่างอ้วนวัย 25 ปี ที่มีหน้าตาสุดแสนธรรมดา ทว่าเธอเป็นคนมีนิสัยร่าเริงแจ่มใส มองโลกในแง่ดี และมีความรู้ด้านโบราณคดี และภาษาฝรั่งเศสเป็นอย่างดี เธอจึงเป็นที่รักของคนใกล้ชิด แต่ผู้ที่เกศสุรางค์อยากได้รับความรักจากเขามากที่สุดก็คือ เรืองฤทธิ์ เพื่อนสนิทที่คบกันมานานหลายปี แต่เพราะคิดว่าเรืองฤทธิ์คงไม่สนใจคนหน้าตาธรรมดา ๆ แถมยังอ้วนจนหน้าเกลียด เกศสุรางค์จึงต้องเก็บงำความรักที่มีต่อเขาเรื่อยมา เพื่อรอคอยวันที่เธอจะกล้าเผยความในใจกับเขาโดยที่ไม่รู้เลยว่าวันนั้นจะมาไม่ถึง เพราะวันหนึ่งขณะที่เกศสุรางค์และเรืองฤทธิ์เดินทางกลับจากไปทำงานที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา รถตู้เกิดอุบัติเหตุพลิกคว่ำ ยังผลให้เกศสุรางค์เสียชีวิตคาที่! แล้วบุพเพสันนิวาส ก็นำพาให้ดวงวิญญาณของเกศสุรางค์ ย้อนเวลามาสองร้อยกว่าปี มาอยู่ในยุคของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ในร่างของแม่หญิงการะเกิด ผู้มีความงามเป็นเลิศ แต่ก็มีความร้ายกาจ ที่ทำให้เป็นที่เกลียดชังของผู้คนทั้งเรือน โดยเฉพาะลูกชายเจ้าของเรือนหมื่นสุนทรเทวา
 
2. ป่วนรักสลับร่าง รอมแพง
เมื่อหญิงชายที่นิสัยต่างกันสุดขั้วต้องมาพบกับเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่ทำให้ทั้งสองต้องสลับร่างกัน ความโกลาหลก็บังเกิดในบัดดล เมื่อ "นิลกานต์" สาวเซอร์สุดแสบ ติดดิน ขี้งก สกปรก (ในบางครั้ง) อีกทั้งขี้โม้และปากดีเป็นที่หนึ่ง ต้องมาเปลี่ยนร่างกันกับชายหนุ่มรูปงาม นั่นก็คือ... "ภาสกร" ผู้เนี้ยบตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ทั้งถือตัว สะอาดเอี่ยม เงียบขรึม วางท่าเป็นยอดชายไร้เทียมทาน ด้วยความต่างกันสุดกู่ จะสร้างความหายนะใดให้เกิดขึ้น แค่คิด..ก็มันส์แล้ว!
 
3. พรายพรหม
"พิมพ์ลดา" ต้องทนทุกข์ทรมานจากการแต่งงานกับ "ปรเมศวร์" และต้องเข้าโรงพยาบาลด้วยอาการร่อแร่ใกล้สิ้นใจด้วยการทำร้ายของสามี และเมื่อรู้สึกตัวอีกครั้ง เธอก็พบว่าตัวเธอได้กลับไปยังชาติก่อน ที่เธอได้ก่อกงเกวียนกำเกวียนเป็นบ่วงผูกพันความแค้นและความพยาบาทให้ใครหลายคน พิมพ์ลดา...จะแก้ไขความผิดทั้งหมดให้ถูกต้อง แต่เมื่อเธอต้องเผชิญกับความรักหลายเส้า แล้วจะมีหนทางใดตัดบ่วงแห่งรักที่จะก่อให้เกิดเรื่องร้ายๆ นั่นได้นะ? เอาใจช่วยเธอพร้อมกันได้แล้วใน "พรายพรหม" เล่มนี้
 
4. ปักษานาคา
เพราะความขัดแย้งของพี่น้องสองสาวที่มีสวามีองค์เดียวกัน ต่างคอยจะแก่งแย่งชิงดีเพื่อให้เป็นที่รักของสวามี จนแต่ผลร้ายกลับมาตกอยู่กับลูก ~ลูกของนาง ความขัดแย้งแปรเป็นความเคียดแค้น อาฆาตระหว่างเทพสุบรรณ พญาครุฑผู้ยิ่งยง และ เทพนาคา ผู้เป็นใหญ่เหนือมวลนาค แต่ละครั้งที่ทั้งสองฝ่ายเปิดฉากปะทะกัน สรรพชีวิตในป่าหิมพานต์ต่างล้วนแต่ได้รับความทุกข์โทมนัส จนพระอินทร์และเทพพระจันทร์ซึ่งเปรียบไปก็เหมือนเป็นต้นเหตุแห่งความบาดหมางนี้ ต้องยื่นมือเข้ามายุ่งเกี่ยว หวังจะจัดการเรื่องราวให้จบลงด้วยดี ....
เทพพระจันทร์เชื่อว่า ทุกสิ่งจะลุล่วงได้ด้วย ..ความรัก... จึงบันดาลให้เทพสุบรรณพบรักกับนางนาคน้อย กุณฑลา จนเกิดสัมพันธ์ลึกซึ้งชั่วข้ามคืน แต่กลับกลายเป็นความวุ่นวายทั่วทั้งป่าหิมพานต์และสวรรค์ชั้นฟ้าเป็นเวลาหลายร้อยปีทีเดียว หากความเชื่อของเทพพระจันทร์ก็ยังคงถูกต้องเสมอ เพราะไม่มีสิ่งใดที่จะคลี่คลายแก้ไขเรื่องราวต่าง~ต่าง แปรเปลี่ยนเรื่องร้ายให้กลายเป็นดีไปได้ นอกเสียจาก “ความรัก” ….
 
5. ดาวเกี้ยวเดือน
"ประกายดาว" ช่างภาพเป็นสาวโสดที่มีอายุ 32 ปี ที่มีความเป็นตัวของตัวเองสูงมาก และเคยมีคนรักมาหลายคนแต่ไม่เคยประสบความสำเร็จในด้านความรักเลย เมื่อถึงวันเกิดได้ไปทำบุญบ้านเด็กกำพร้าและได้เจอ "ศิวะ" แฟนเก่าที่พยายามมาก้อร่อก้อติก จนกลายเป็นข่าวดัง ประกายดาวจึงย้ายไปอยู่กับพี่ชาย ด้วยความเซ็ง เมื่อได้เล่นกับหลานและเริ่มคิดถึงชีวิตที่มีลูกมาเป็นเพื่อนจึงมีความคิดที่อยากจะมีลูกก่อนอายุ 35 ปี เพราะถ้ามีหลังนั้นอาจจะทำให้ลูกผิดปกติได้ เธอจึงวางแผนที่จะหาพ่อพันธุ์และได้ล็อกเป้าหมายไว้สองคนคือ "หม่อมราชวงศ์จันทรภานุ" กับ "พงศ์จันทร" ซึ่งเป็นนักธุรกิจหนุ่มหล่อรวยทั้งคู่ ประกายดาวไปเจอกับหม่อมราชวงศ์จันทรภานุในงานแฟชั่น และหมายมั่นที่จะเป็นเพื่อนกับคุณชายจันทร์ให้ได้เพื่อจะได้ขอในสิ่งที่ต้องการ โดยไม่ต้องการสัมพันธ์ทางกาย เพราะหม่อมราชวงศ์จันทรภานุเป็นคนดัง รวยและมีอิทธพลมากเหมือนซูเปอร์สตาร์คนหนึ่ง
เธอต้องวางแผนสร้างความประทับใจเพื่อให้สนิทสนม และประกายดาวก็ได้ดังใจนึกรวมทั้งเกินจะนึกฝันด้วย นอกจากนี้ประกายดาวได้มีโอกาสรู้จักเป้าหมายที่สองคือ พงศ์จันทรด้วยความบังเอิญ และได้สานต่อความสัมพันธ์พอสมควรก่อนที่จะขึ้นเชียงใหม่ไปเพื่อทำตามแผนตีสนิทคุณชายจันทร์ หม่อมราชวงศ์จันทรภานุเป็นยิ่งกว่าที่ประกายดาวหวังไว้ เมื่อได้ไปเจอกันที่เชียงใหม่ได้คุยได้ไปเที่ยว ด้วยกันหลายที่ หม่อมราชวงศ์จันทรภานุชอบประกายดาวมากและมอบสร้อยเพชรรูปดาวให้เข้าชุดกับสร้อยที่ประกายดาวมี แต่แผนการกลับไม่ราบรื่นเมื่อประกายดาวบังเอิญมาเจอแฟนเก่าสามคนพร้อมๆ กันกับเป้าหมายที่ 2 ที่มาประชุมงานที่เชียงใหม่ เรื่องราวต่างๆ ดูผิดแผนและวุ่นวายไปหมด แล้วอย่างนี้เธอจะมีลูกก่อนอายุ 35 ปีได้ไหมนี่...
 
6. พรายพยากรณ์
"พิณชนิดา" หมอดูสาวผู้มีความแม่นยำประดุจตาเห็นและ "ภิชาสินี" น้องสาวผู้มีสัมผัสที่หกพร้อมด้วยสัตว์เลี้ยงแสนรัก "ปิ่นมณี" ราชินีตุ๊กแก ใช้ชีวิตอยู่ในคอนโดมิเนียมหรูเพียงสามสาว แต่ต่อมาพิณชนิดากลับดูดวงพบว่าเนื้อคู่ของตนซึ่งไม่เคยพบหน้ากำลังมีภัย มิหนำซ้ำยังรู้ถึงทิศทางในการไปหาเนื้อคู่จนพบว่าเนื้อคู่ตนคือ "ภูมินทร์" นักธุรกิจหนุ่มกำพร้า ในที่สุดก็ต้องดิ้นรนไปช่วยเหลือพร้อมทั้งต้องยกโขยงกันไปช่วยคุ้มครองถึงที่ ทั้งที่รับรู้ว่าภูมินทร์มีคู่หมั้นอยู่แล้วนั่นคือ "เปรมสุดา" แต่พิณชนิดาก็ไม่หวั่นเพราะมั่นใจในฝีมือการดูดวงของตนมากว่าไม่มีวันพลาด...ภูมินทร์จะเอาตัวรอดจากเคราะห์ร้ายและพิณชนิดาได้หรือไม่ ติดตามพร้อมกันในเล่ม
 
7. คีตโลกา
เมื่อคนเรามีความสมบูรณ์พร้อมไปเสียทุกสิ่ง ต้องมาพบเจอกับความผิดหวังที่แสนสาหัสเป็นครั้งแรกในชีวิต คงมีสักวูบหนึ่งที่คิดจะจบชีวิตลงอย่างคนหนีปัญหา โดยไม่ได้รับรู้เลยว่า บางทีความทุกข์ของตนนั้นแค่เล็กน้อยเท่านั้น ยังมีผู้คนอีกมากที่ต้องพบเจอกับความทุกข์และผิดหวังมากกว่า ดังเช่น 'อัญมา' คุณหนูแสนสวยที่เพียบพร้อมไปทุกด้าน พอได้เจอกับความผิดหวังจึงได้คิดสั้นไปวูบหนึ่ง เมื่อคิดล้มเลิกกลับเกิดอุบัติเหตุที่นำพาเธอไปยังอีกโลก โลกที่ตรงกันข้ามกับโลกที่เธอเคยอยู่โดยสิ้นเชิง คุณหนูอัญมาแสนไฮโซต้องกลายเป็น 'ไอ้อัญ' เด็กติดยาที่อาศัยอยู่ในสลัม แล้วเธอจะตัดสินใจอย่างไรต่อไปกับชีวิตใหม่เอี่ยมอ่องที่บุบบู้บี้นี้ดีล่ะ? ติดตามหาคำตอบได้ในเล่มเลย
 
8. โภคีธรา
โภคีธรา...ดินแดนแห่งนาคา มีต้นน้ำสายหนึ่งซึ่งได้ชื่อว่าเป็นต้นกำเนิดแห่งนาคาทั้งปวง แต่มิว่าผู้ใดก็มิเคยพบพาน
พบกับเรื่องราวของ 'มุกมณี' สาวในยุคปัจจุบันที่ได้ไปเกิดใหม่เป็นถึง 'เทพตานีทอง' แห่งแดนหิมพานต์ กับภารกิจตามหาต้นน้ำโภคีธราเพื่อช่วยเหลือน้องสาวในโลกมนุษย์ ทำให้เทพสาวมือใหม่ที่ยังไม่คุ้นกับการมีอิทธิฤทธิ์ต้องออกผจญภัยในดินแดนที่มากไปด้วยภยันตรายต่างๆ แต่โชคดีที่มี 'เจ้าแม่ตะเคียนทอง' และ 'วิญญาณทหารเลวแห่งอโยธยา' เป็นพี่เลี้ยงร่วมเดินทางไปด้วยกัน แต่อุบัติเหตุระหว่างทางทำให้มุกมณีเผลอฉุดชายหนุ่มรูปงามติดมือมาร่วมขบวนเดินทางด้วย พร้อมกับตั้งฉายาให้ว่า "คนหน้าหิน" แต่ชายหนุ่มที่ดูเย็นชาผู้นี้กลับมีประวัติความเป็นมาที่ไม่ธรรมดา เรื่องราวต่อจากนี้จะสนุกสนาน เฮฮา และยุ่งเหยิงขนาดไหน ติดตามอ่านกันได้ในเล่มเลย
 
9. มณีรัตนะ
หลังจาก "พีรกานต์" รอดชีวิตจากการจมน้ำ ทุกสิ่งในชีวิตของเธอก็แปลกไป ทุกครั้งที่เธอหลับก็จะรับรู้เรื่องราวความเป็นไปของเด็กหญิงที่ชื่อ "นวล" ลูกสาวคนเล็กของ "พระยาศรีภูริยะปรีชา" ซึ่งดำเนินชีวิตอยู่ในสมัยรัชกาลที่ 5 ในขณะที่นวลเอง ก็สามารถรับรู้เรื่องราวและความทรงจำต่างๆ ของพีรกานต์ได้เช่นกันหลังจากที่เธอรอดชีวิตจากการจมน้ำ ทว่า...ความที่เป็นเด็กน้อยแสนซุกซนมาก่อน นวลจึงถูกส่งตัวเข้าวังเพื่อเรียนรู้การเป็นหญิงสาวที่เพียบพร้อมด้วยกิริยา มารยาท และวิชาความรู้ในด้านการเรือน แล้วนวลที่มีความทรงจำของหญิงสาวในยุคปัจจุบันจะสามารถเอาตัวรอดกฎระเบียบที่เข้มงวดและเรียนรู้การเป็นสาวชาววังได้หรือไม่ เหตุใดพีรกานต์และนวลจึงสามารถรับรู้และมีความทรงจำร่วมกันได้ ติดตามพร้อมกันได้แล้วใน "มณีรัตนะ" เล่มนี้
 
10. เรือนพะยอม
"รสิกา" สาวงามเมืองกรุงเจอมรสุมชีวิตคือพ่อเลี้ยงที่คิดลามก จึงจำใจต้องไปทำงานต่างจังหวัด ด้วยการไปดูแลหลานสาวของ "วฤกษ์"
... "หนูมิว" เป็นเด็กกำพร้าเพราะพ่อแม่ซึ่งเป็นน้องของ "วฤกษ์" ได้เสียชีวิตไปเพราะอุบัติเหตุ รสิกาจำต้องเดินทางก่อนกำหนดเพื่อหลีกเลี่ยงการพบเจอพ่อเลี้ยง เมื่อมาถึงเรือนพะยอม ซึ่งมีบ้านเรือนไทยโบราณกับบ้านที่เป็นตึกใหญ่ รสิกาก็รู้สึกแปลกๆ ราวกับว่าเคยเห็นภาพของบ้านเรือนไทยหลังนี้มาก่อน คืนแรกที่รสิกามาอยู่ในเรือนพะยอมก็ฝันเห็นผู้หญิงคนหนึ่งในชุดโบราณที่หน้าซีดน่ากลัว ทำให้ตกใจตื่นกลางดึก ยืนที่ระเบียงจนวฤกษ์มาพบ และคืนต่อมาก็เจอวิญญาณจนต้องวิ่งหนีออกมาและได้เกิดเรื่องราวต่างๆ ขึ้นมากมาย
เกือบทุกคืนรสิกาจะฝันถึงเรื่องราวเก่าๆ และจบท้ายที่ผู้หญิงชุดโบราณที่หน้าซีดยื่นมือมาด้วยทุกครั้ง หลายครั้งเข้าคืนหนึ่งเมื่อตื่นก็ได้ยินเสียงลากของซ้ำ ๆ จนเกิดความกล้าเดินออกไปสำรวจก็ไม่พบอะไร ตลอดเวลาที่เรื่องราวผ่านไป รสิกาฝันเรื่องเก่าโบราณต่อเนื่องตามลำดับ จนต้องเอามาปรึกษากับวฤกษ์ และ "ป้าปาริชาติ" ป้าปาริชาติเอะใจว่าเรื่องราวที่รสิกาฝันคล้ายเรื่องราวยุคคุณปู่ของเธอ คือแม่พะยอมคู่รักซึ่งเป็นญาติห่าง ๆ ของ "คุณพฤกษ์" พี่ชายของคุณปู่ของเธอ "คุณย่ามะลิ" กับป้าปาริชาติเล่าให้ฟังว่าแม่พะยอมกระโดดน้ำตายในบ่อน้ำหลังเรือนพะยอม เมื่อรสิกาได้ทราบเรื่องก็คิดว่าผู้หญิงในฝันคงต้องการจะบอกอะไรบางอย่างกับเธอ...
 
...อดีตชาตินำพาให้เธอมาเจอเขาหรือความตายจะเป็นจุดเริ่มต้นของความรักที่กลับคืนมา...