ผู้เขียน หัวข้อ: เบอร์เบินกับเทนเนสซีไม่เหมือนกันยังไง  (อ่าน 3 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

มิถุนายน 14, 2018, 06:56:56 AM
  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 7
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด


 
ประวัติศาสตร์ฉบับย่อของอเมริกันวิสกี้
 
ว่ากันว่าศาสตร์ของการกลั่นนั้นมีต้นกำเนิดมาไม่ต่ำกว่าเมื่อ 2,000 ปีก่อนคริสตกาล ในอารยธรรมเมโสโปเตเมียโบราณ กระทั่งเมื่อตอนราว คริสต์ศักราช 1,000-1,200 ความเข้าใจเรื่องการกลั่นก็เดินทางข้ามจากแผ่นดินหลักของยุโรปไปยังสกอตแลนด์และไอร์แลนด์
 
เมื่อความรู้เกี่ยวกับการกลั่นเดินทางไปถึงแถบตะวันออกเฉียงเหนือของอเมริกาพร้อมๆ กับผู้ตั้งหลักแหล่งคนอังกฤษ ไรย์ เป็นเมล็ดพืชที่พวกเขาใช้สำหรับการผลิตวิสกี้ และ ถัดมาก็ได้มีการหันมาใช้เมล็ดข้าวโพด ด้วยเหตุว่าเป็นพืชที่เหมาะสมกับอากาศมากกว่า การผลิตวิสกี้ที่ทำมาจากข้าวโพดนั้นมีฐานอยู่ที่มลรัฐเคนทักกี ซึ่งถือเป็นบ้านของเบอร์เบินวิสกี้ (Bourbon Whisky) มาตั้งแต่ศตวรรษที่ 1700s
 
เพราะอะไรต้องเคนทักกี ?
 
ผู้ผลิตวิสกี้ทุกคนต่างทราบดีว่าคุณภาพของน้ำนั้นมีส่วนสำคัญสำหรับเพื่อการกำหนดรสชาติของวิสกี้ ยกตัวอย่างน้ำในบางพื้นที่ของสกอตแลนด์ก็จะมีรสชาติที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งมีผลกับบุคลิกของวิสกี้ ยกตัวอย่างเช่น ในบางพื้นที่ที่ไหลผ่านการเผาหน้าดินก็มักจะมีกลิ่นพีท รวมทั้งบางพื้นที่อยู่ใกล้กับทะเลก็จะมีผลให้น้ำที่เอามาผลิตมีรสเค็ม รวมทั้งส่งผลกับวิสกี้ด้วย ไม่เว้นแม้แต่เบอร์เบิน ซึ่งน้ำจากแม่น้ำเคนทักกีที่ไหลผ่านหินแร่ไลม์สโตนที่อุดมอยู่ในมลรัฐดังกล่าว มีส่วนสำคัญที่ทำให้น้ำจากที่นี่ส่งผลต่อรสหวานนุ่มอันเป็นเอกลักษณ์ของเบอร์เบิน รวมถึงพื้นที่ตั้งแต่ชายแดนของแคนาดา อยู่ตลอดไปจนถึงมลรัฐอลาบามาด้วย ที่ถือว่าเป็น Bourbon Zone
 
ความหมาย ตามกฎหมายของเบอร์เบินวิสกี้

  • เบอร์เบินจะต้องผลิตมาจากธัญพืช โดยมีส่วนผสมของเมล็ดข้าวโพดไม่น้อยกว่า 51%
  • เบอร์เบินจะต้องได้รับการกลั่นโดยไม่ให้มีแอลกอฮอล์เกินกว่า 160 Proof หรือ 80% ABV (Alcohol By Volume)
  • ไม่มีการผสมสี หรือ แต่งรสชาติ
  • เบอร์เบินต้องได้รับการบ่มในถังไม้โอ๊กใหม่ ที่เผาไฟด้วยถ่านประเภทพิเศษ
  • โดยจะต้องได้รับการบ่มไม่ต่ำกว่า 2 ปี
  • ได้รับการบรรจุเข้าไปในถังบ่มในขณะมีแอลกอฮอล์ไม่สูงเกินไปกว่า 125 Proof หรือ 62.5% ABV
  • เมื่อบรรจุขวดเบอร์เบินควรจะมีแอลกอฮอล์ไม่ต่ำลงมากยิ่งกว่า 80 Proof หรือ 40% ABV
  • เบอร์เบินที่บ่มนานน้อยกว่า 4 ปี จะต้องมีการกำหนดที่ฉลาก ถึงอายุของวิสกี้ตัวที่เอามาผสมแล้วก็ได้รับการบ่มมาน้อยที่สุดในวิสกี้ขวดนั้น (แต่จำนวนมากก็นานไม่ต่ำลงยิ่งกว่านี้กันทั้งหมดล่ะ)
  • แม้ครบทุกคุณลักษณะข้างต้น และผลิตในรัฐเคนทักกีแค่นั้นจึงจะกล่าวได้ว่า ‘Kentucky Straight Bourbon Whisky’
  • ข้อนี้สำคัญที่สุด กฎนี้ออกมาตั้งแต่ปี คริสต์ศักราช 1907 วิสกี้ที่ผลิตในประเทศสหรัฐอเมริกาแค่นั้นจึงจะสามารถกล่าวได้ว่าเป็นเบอร์เบินวิสกี้

 
ครอบครัวที่กลั่นเบอร์เบินมานานกว่า 90 ปี
 
เอ็ดดี้ รัสเซลล์ ผู้ชำนาญด้านการกลั่นของ Wild Turkey
 
เมื่อไม่นานมานี้ เอ็ดดี้ รัสเซลล์ ผู้ชำนาญด้านการกลั่น (Master Distiller) ของ Wild Turkey เบอร์เบินมีชื่อเสียงจากเมืองเคนทักกีได้เดินทางมาเปิดมาสเตอร์คลาสในเมืองไทย นอกจากให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับอเมริกันวิสกี้ให้เราฟังแล้ว ยังเล่าถึงเรื่องราวของครอบครัวของเขา ซึ่งเป็นผู้สร้างเบอร์เบินถึง 2 ชั่วอายุคน คือตัวเขากับคุณพ่อ ซึ่งรวมแล้วครอบครัวนี้มีประสบการณ์ในการกลั่นเบอร์เบินนานถึงกว่า 90 ปี เลยทีเดียว
 
ถังไม้โอ๊กสำหรับบ่มควรเป็นถังโอ๊กใหม่เพียงแค่นั้น และของ Wild Turkey ควรเป็น American White Oak เขาได้เล่าถึงความเด่นของวิสกี้แบรนด์ไก่งวงเถื่อนนี้ให้ฟังว่า โรงกลั่นของ Wild Turkey ตั้งอยู่ใกล้กับแม่น้ำเคนทักกี ซึ่งมีชั้นหินปูนใต้น้ำ ที่เปรียบดังตัวกรองน้ำจากธรรมชาติ ทำให้โรงกลั่นได้น้ำที่ใสบริสุทธิ์ ซึ่งจำเป็นในการผลิตวิสกี้คุณภาพสูง และ โดยปกติเมื่อนำไปใส่ถังไม้โอ๊กในขั้นตอนการบ่ม ก็จะใช้เฉพาะถังไม้โอ๊กที่ยอดเยี่ยมที่เป็นอเมริกัน ไวต์ โอ๊ก ซึ่งจะถูกนำไปเผาที่เบอร์ 4 หรือที่เรียกว่า "The Number 4 Alligator Char" ซึ่งเป็นการเผาเบอร์สูงที่สุดกระทั่งมีลวดลายคล้ายหนังจระเข้ (โดยทั่วไปเบอร์เบินวิสกี้ยี่ห้ออื่นมักใช้กันที่เบอร์ 2-3) ซึ่งเขากล่าวว่าด้วยการที่ไม่มีการแต่งสีแล้วก็กลิ่นของวิสกี้ การเผาถังไม้เบอร์รีจะช่วยให้วิสกี้มีสีและก็รสเยอะขึ้น อันเป็นกรรมวิธีเฉพาะของ Wild Turkey รวมถึงระยะเวลาสำหรับเพื่อการบ่ม ซึ่งโดยปกติมักจะบ่มกันราวๆ 4 - 6 ปี แต่ว่าที่โรงกลั่นวิสกี้ไก่งวงเถื่อนเขาบ่มนานถึง 6, 8, 10, 12 ปี ตามลำดับ ที่สำคัญอีกข้อเป็นวัตถุดิบที่ใช้ต้องเป็นเมล็ดข้าวโพดและก็ธัญพืช Non-GMO
 
ที่มา -  เหล้า