ผู้เขียน หัวข้อ: วิธีเลือกโปรแกรมบัญชีให้เข้ากับธุรกิจของคุณ  (อ่าน 46 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

มีนาคม 09, 2018, 08:18:24 PM
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 3257
    • ดูรายละเอียด

สมัยปัจจุบัน ธุรกิจขนาดย่อม หลายกิจการต่างสรรหากรรมวิธีที่จะสร้างความสามารถในธุรกิจและลดค่าใช้จ่ายให้น้อยลงที่สุด เพื่อสามารถแข่งขันและรอดตายในยุคที่การค้าขายซบเซาอย่างในตอนนี้ การปรับเปลี่ยนมาใช้ ซอฟแวร์โปรแกรมบัญชีก็เป็นหนึ่งในวิธีที่ช่วยลดต้นทุน แม้กระนั้นซอฟแวร์มีจำนวนมากหลายเจ้า จะเลือกอย่างใดจึงจะคุ้มกับเงินลงทุนที่จ่ายไป เราจึงอยากขอแนะนำข้อควรพิจารณาเพื่อเป็นแนวทางให้คุณเลือกซื้อโปรแกรมบัญชีที่เหมาะสมกับบริษัทของท่าน ดังนี้ครับ

1.ประเภทอุตสาหกรรม
ร้านค้าของคุณอยู่ในอุตสาหกรรมไหน เป็นร้านค้าขายปลีก กลุ่มผู้ผลิต หรือบริษัททางด้านงานบริการ ซึ่งแต่ละอุตสาหกรรม ก็มีรูปแบบการบันทึกบัญชีที่แตกต่างกัน ขณะเดียวกันโปรแกรมเมอร์ จะออกแบบโปรแกรมบัญชีให้เหมาะสมกับแต่ละชนิดธุรกิจ อย่างไรก็ตาม โปรแกรมบัญชีทั่วไปก็สามารถใช้งานกับกลุ่มธุรกิจหลายๆ ประเภทเช่นเดียวกัน แต่ถ้าท่านอยากได้โปรแกรมบัญชีที่มีฟังก์ชั่นควรกับบริษัทคุณ หรือมีส่วนเบ็ดเตล็ดพิเศษสำหรับกลุ่มธุรกิจบางชนิด เช่น กิจการปลูกสร้าง โรงงานผลิต และกิจการโลจิสติก ควรจ้างโปรแกรมเมอร์มาดีไซน์โปรแกรมบัญชีเฉพาะสำหรับกิจการท่านจะดีกว่า
2.ขนาด ธุรกิจ
รายละเอียดของการบันทึกบัญชีจะมีความซับซ้อนมากน้อยขึ้นอยู่กับขนาดของ ธุรกิจ ท่านอาจจะใช้โปรแกรมบัญชีทั่วไป ที่สามารถใช้งานได้กับ กิจการที่มียอดจำหน่าย เฉลี่ย ล้านบาทต่อปี แต่ถ้าบริษัทของคุณมีขนาดใหญ่กว่านี้และมีความซับซ้อน โปรแกรมบัญชี ทั่วๆ ไป อาจจะไม่สามารถรองรับระบบได้ ดังนั้นควร ตัดสินใจเลือกให้เหมาะสมกับขนาด และโปรแกรมสามารถอัพเกรดรองรับการเติบโตในอนาคตได้เช่นกัน
3.ฟังก์ชันอะไรบ้างที่ต้องการใช้งาน
ก่อนการ ตัดสินใจเลือกซื้อโปรแกรมบัญชีออนไลน์ควรถามว่ามีส่วนใดหรือโมดูลอะไรที่ธุรกิจท่านจำเป็นต้องใช้งาน ควรลิสความต้องการ คุณลักษณะ หรือรูปแบบที่อยากได้เป็นเรื่องๆ เสียก่อน บางกิจการอาจจะต้องการการใช้งานที่ไม่ยาก มีฟังก์ชันไม่ซับซ้อน ขณะที่ร้านค้าอื่นอาจจะต้องการอินเตอร์เฟสในการจ่ายเงินผ่านเว็บไซต์ หรือการใช้เครดิตการ์ด หรือมีฟังก์ชั่นบริหารสินค้าคงเหลือ หรือสร้างปรับเปลี่ยนใบ invoice เองได้ ดั้งนั้นควร ตัดสินใจเลือกโปรแกรมบัญชีสามารถรองรับความต้องการเหล่านี้ได้ และลงตัวกับร้านค้าคุณ อย่าเสียเงินให้กับออฟชั่นที่ไม่จำเป็น
4.การดูแลและให้คำปรึกษา
ในเวลาที่คุณมีอุปสรรคใช้งานโปรแกรมบัญชี บริษัทซอฟแวร์สามารถซับพอร์ท ขจัดปัญหาได้ได้ดีเพียงใด ติดต่อได้ง่ายสะดวก น่าเชื่อถือหรือไม่ ตัวแทนดูแลอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงหรือไม่ และที่สำคัญตัวแทนเหล่านั้น มีผู้ชำนาญการด้านบัญชี คอยให้ข้อเสนอแนะคุณหรือไม่ โดยข้อมูลเหล่านี้สามารถ research จาก internet หรือสอบถามร้านค้าที่อยู่อยู่ใกล้ๆ กันดูได้
5.งบประมาณ
งบประมาณจะเป็นปัจจัยที่ค่อนข้างสำคัญต่อการ ตัดสินใจเลือกโปรแกรมบัญชี โดยโปรแกรมบัญชีทั่วไปจะมีมูลค่าที่ไม่สูงมากนัก แต่ถ้าท่านอยากได้โปรแกรมบัญชีเฉพาะที่ดีไซน์ฟังก์ชันการใช้พิเศษ ท่านต้องจ่ายแพงกว่าเสมอ และก่อนจะตัดสินใจเลือกซื้อโปรแกรมบัญชีควรทำตารางวิเคราะห์ความคุ้มค่าเบื้องต้น เพื่อจะได้ทราบว่าบริษัทคุณไม่ได้จ่ายค่าโปรแกรมบัญชีแพงเกินจริง หรือไม่คุ้มกับการลงทุน
6.โปรแกรมบัญชีมีตัวทดลองใช้ฟรีหรือไม่
จะเป็นสิ่งที่ดีอย่างมากถ้าคุณได้รับโปรแกรมบัญชีใช้งานฟรีก่อนที่จะตัดสินใจซื้อ เพราะจะทำให้รู้ข้อดีข้อเสียต่างๆ ทั้งเรื่องความสะดวกในรูปแบบต่างๆ อุปสรรคที่พบ การใช้งาน Function โมดูลต่าง ลงตัวหรือไม่ ดังนั้น ก่อน ตัดสินใจเลือกซื้อไต่ถามกับบริษัทซอฟแวร์ว่ามีระยะเวลาทดลองฟรีหรือไม่ ซึ่งโดยทั่วไปจะให้ใช้ฟรี 1-2 ปี ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างมากทีเดียว
ท้ายสุดแล้วควรซักถามร้านค้าอื่นๆ ที่ท่านรู้จักเกี่ยวข้องโปรแกรมบัญชีที่อยู่ในความสนใจ อย่างน้อย 3 ที่ ควรไถ่ถามข้อดีข้อเสีย ปัญหาที่พบจากการใช้งาน สิ่งที่ควรจะปรับปรุง หรือการดูแลและให้คำปรึกษาของตัวแทนจำหน่ายเป็นอย่างไร ทั้งนี้หากเป็นไปได้ควรซื้อโปรแกรมบัญชีที่เป็นที่นิยม มีธุรกิจใช้จำนวนมาก ซึ่งจะปลอดภัยมากกว่า

เครดิตบทความจาก : http://peakaccountonline.blogspot.com/2015/07/blog-post_6.html

Tags : โปรแกรมบัญชีออนไลน์