แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Topics - damonshoppu

หน้า: [1]
1

 
ไม่มีใครปฏิเสธว่าหนังสือเป็นสิ่งที่ดีสำหรับเด็ก ตั้งแต่ปี 2014 ธุรกิจหนังสือเด็กเติบโตในอัตราที่สูงมากและก็ทิศทางยังคงพุ่งขึ้นต่อไปเรื่อยๆ เรามีตัวเลขยืนยันความอะเมซิ่งของหนังสือกลุ่มนี้ได้ อย่างตลาดหนังสือเด็กในอังกฤษปี 2014 มีมูลค่า 332.2 ล้านปอนด์ เพิ่มขึ้น 7% ในปี 2015 แถมสูงขึ้นไปอีก 7% สู่ 379.5 ล้านปอนด์ในปี 2016
 
แนวทางการเลือกหนังสือสำหรับเด็ก
 
แรกเกิด – 1 ขวบ
 
เด็กแรกเกิดที่ได้ฟังคนอ่านหนังสือให้ฟัง จะได้รับความสนุกจากการได้ยินเสียงและก็มีความสุขจากการถูกอุ้มไว้ พ่อแม่ที่เริ่มอ่านหนังสือให้เด็กแรกเกิดฟังตั้งแต่กำเนิด มักอ่านต่อเนื่องจนถึงโต ทำให้เด็กโตขึ้นเป็นคนรักการอ่าน
การเลือกหนังสือให้เด็กแบเบาะ เมื่อเด็กแบเบาะอายุ 6 เดือน จะเริ่มสนใจหนังสือสีสดใส โดยเริ่มเอามือสัมผัสที่หนังสือ และก็ส่งเสียงคำราม หรือ จับหนังสือ โบกหนังสือไปมา ฟาดหนังสือ เอาหนังสือเข้าปาก หรือ ส่งเสียงตื่นเต้น
 
หนังสือที่สมควร คือ หนังสือเล่มแข็งแรงทนทานที่มีรูปภาพสีสดใส หรือ รูปเด็ก หนังสือโคลงกลอน ช่วงเวลาที่บางคนอาจชอบหนังสือที่คุณอ่าน แม้กระนั้นควรอ่านออกเสียงสลับกับการหยุดคุยกับเด็กทารกบ่อยๆช่วงวัยนี้เด็กแรกคลอดยังไม่รู้เรื่องภาษา แต่ว่าชอบฟังเสียงต่างๆ
เมื่ออายุ 9 เดือน เด็กแบเบาะเริ่มแสดงความต้องการของตน อาทิเช่น ต้องการกินอาหารเอง อยากถือหนังสือและอ่านเอง ถ้าหากลูกไม่ยินยอมให้ท่านถือหนังสือ ให้คุณเตรียมหนังสือให้ลูกถือเองเล่มหนึ่ง รวมทั้งคุณถืออีกเล่มหนึ่ง อ่านในระยะเวลาสั้นๆหาหนังสือให้ลูกไว้ถือเล่น เปิดเล่น หรือ ใช้ฟาดตามแต่ต้องการ
 
1-2 ขวบ
 
เมื่ออายุ 12-15 เดือน เด็กอ่อนบางทีอาจตั้งใจถือหนังสือกลับด้าน ตอน 18 เดือน เด็กแรกคลอดอาจเปิดหนังสือจากข้างหลังมาด้านหน้า
วัยกระเตาะกระแตะส่วนใหญ่รักการเคลื่อนไหว ส่วนผู้ที่ยังเดินไม่ได้ ชอบการโยก การจั๊กจี้ และการกอดในขณะที่ฟังพ่อแม่อ่าน ส่วนคนที่เดินได้แล้ว อาจนั่งฟังได้นานเพียง 2-3 นาที แต่ว่ายังชอบที่จะฟังไปเดินเล่นไปด้วย เด็กวัยนี้ชอบถือหนังสือเดินไปๆมาๆและก็นำมาให้ผู้ใหญ่อ่านให้ฟัง
เพื่อเลี่ยงการถกเถียง ควรจะวางหนังสือไว้ภายในตำแหน่งที่ลูกหยิบออกมาและเก็บเข้าที่ได้เอง ควรวางหนังสือให้ลูกเลือกทีละ 3-4 เล่มเท่านั้น เพราะว่าหนังสือยิ่งมาก ยิ่งเลือกยากและคุณจะต้องเสียเวลาเก็บจากพื้นห้อง ให้เข้าที่เก็บหนังสือเป็นเวลานานมากขึ้น
เมื่ออายุ 18 เดือน เด็กเดินได้ชำนาญแล้ว กิจกรรมที่ชอบใจเป็นการถือหนังสือเดินไปทั่วๆและลูกเริ่มทำความเข้าใจแล้วว่า หนังสือเป็นเครื่องมือในการเรียกร้องความสนใจจากผู้ใหญ่ได้ โดยการเลือกหนังสือแล้วเดินไปนั่งที่ตักบิดามารดา แล้วกล่าวว่า “อ่านให้ฟังหน่อย”
เมื่ออายุ 2 ขวบ ลูกเริ่มรู้เรื่องภาษาเยอะขึ้น หนังสือช่วยทำให้รู้จักสิ่งต่างๆพ่อแม่ชี้รูปภาพที่อยู่ในหนังสือและก็ถามลูกว่าเป็นรูปอะไร คอยคำตอบ แล้วค่อยเฉลยคำตอบ หรือยกย่อง หากลูกตอบได้ถูก หรือถ้าลูกตอบผิด ให้สอนคำตอบที่ถูกต้อง
เด็กวัยนี้จดจำเรื่องราวต่างๆได้มากขึ้น หนังสือจำพวกบทกลอน คำคล้องจองจะเหมาะกับเด็กวัยนี้ ทั้งชื่นชอบสัตว์ทุกชนิด จะต้องหาหนังสือที่มีภาพสัตว์หรือภาพคน มีอักษรตัวโตๆมาอ่านให้ฟัง ควรเป็นหนังสือบอร์ดบุ๊คที่ทำจากกระดาษแข็ง ทนทาน เพราะเปิดง่าย ควรจะปล่อยให้ลูกได้ตรวจสอบหนังสือ และกลับหน้ากระดาษเอง โดยพ่อแม่แสดงแนวทางเปิดหน้าหนังสือที่ถูกให้ดูก่อน ไม่ช้าเจ้าตัวเล็กจะคว้าหนังสือมากลับดูซ้ำแล้วซ้ำเล่า หรือไม่ก็ทำท่าอ่านหนังสือให้ตุ๊กตาตัวโปรดฟัง
 
2-3 ขวบ
 
ตอนวัย 2-3 ขวบ ลูกสามารถใช้ภาษาสื่อสารกับคนอื่นๆได้อย่างเข้าใจรวมทั้งดีมากขึ้น บอกเป็นประโยคสั้นๆได้แล้ว และก็มีความเชื่อมั่นในตัวเองมาก อยากทำทุกๆสิ่งทุกๆอย่างด้วยตัวเอง อาทิเช่น ทานข้าวเอง แต่งตัวเอง เลือกเสื้อผ้าเอง
 
วัยนี้เป็นวัยที่เด็กๆกำลังเข้าเตรียมอนุบาล เป็นวัยที่มีการปรับพฤติกรรมเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะเรื่องของระเบียบรวมทั้งการช่วยเหลือตัวเอง ควรจะหาหนังสือที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับสิ่งรอบตัวและกิจวัตรประจำวันง่ายๆ ที่ลูกสามารถช่วยเหลือตัวเองได้ อย่างเช่น การแต่งตัว การแปรงฟัน แล้วก็การเข้าห้องน้ำ การมีวินัย การทำความดี ส่งเสริม IQ, EQ, MQ ได้แก่ บึ้กซ่าขี้โมโห กุ๋งกิ๋งปวดฟัน หนูไม่เคยลืม อื่นๆอีกมากมาย มาอ่านกับลูกๆเพราะการสอนที่ให้เด็กได้เห็นภาพอย่างเป็นรูปธรรม แถมยังสนุกสนานแบบนี้ จะมีผลให้เขามีการเรียนรู้ได้ดีมากว่าการถูกตักเตือนหรือถูกขัดเกลาในช่วงเวลาที่ตัวเขาเองทำผิดเป็นไหนๆ
 
4-6 ขวบ
 
วัยนี้มีจินตนาการเลิศล้ำ มั่นใจว่ามีมนตร์วิเศษ เชื่อว่าความสุขทำให้ดวงอาทิตย์ส่อง หรือ ซานตาคลอสมีจริง ดังนั้นเด็กวัยนี้จึงชอบการอ่านนิทาน วิธีสนุกกับการอ่านหนังสือให้ลูกวัยนี้ ทำได้โดย
 
- มีหนังสือเอาไว้ภายในทุกๆที่ในบ้าน ได้แก่ ห้องรับแขก ห้องน้ำ ห้องกินข้าว ห้องนอน
- จัดเวลาก่อนนอนหรือตอนเช้าหลังตื่นนอน เป็นเวลาอ่านหนังสือร่วมกัน
- หยุดอ่าน เมื่อคุณหรือลูกต้องการหยุด (ลูกหลับหรือไม่ตั้งใจฟัง)
- จำกัดเวลาการดูโทรทัศน์ เนื่องจากว่าการดูทีวีทำลายจินตนาการของเด็ก และก็ทำให้ไม่มีเวลาเหลือสำหรับในการอ่านหนังสือ
- พาลูกไปห้องสมุด แทนที่จะพาไปเดินห้างสรรพสินค้า
- ให้ลูกมีส่วนร่วมสำหรับในการอ่าน อาทิเช่น ถามข้อคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องราวหรือตัวละคร
- ทดลองให้ลูกช่วยคุณแต่งนิทานแล้วก็อ่านร่วมกัน
 
ตอนวัยนี้เป็นช่วงขณะที่โลกใบเล็กของลูกขยายกว้างจากรั้วบ้านออกไปสู่สังคมด้านนอก นอกจากการส่งเสริมประสบการณ์ในบ้าน ที่บิดามารดาสามารถใช้กิจวัตรประจำวันเป็นหนทางสำหรับเพื่อการสอนอย่างเป็นธรรมชาติแล้ว พ่อแม่ยังต้องเตรียมความพร้อมให้ลูกมีความสามารถในการช่วยเหลือตนเองเพิ่มมากขึ้น เพื่อจะดำเนินชีวิตในสังคมสถานศึกษาได้เป็นอย่างดี
 
6 ขวบขึ้นไป
 
วัยนี้ก็คือเด็กวัยประถมนั่นเอง เด็กวัยนี้เริ่มอ่านหนังสือได้เองแล้ว แล้วก็มีช่วงความสนใจนานขึ้น โดยเหตุนั้น หนังสือที่เด็กๆในวัยนี้จะเริ่มให้ความสนใจเป็นพิเศษก็คือ หนังสือที่เกี่ยวข้องกับความรู้รอบตัวนั่นเอง ยกตัวอย่างเช่น ประวัติศาสตร์ วิทยาศาสตร์ โลกใต้ทะเล อวกาศ อื่นๆอีกมากมาย
การอ่านออกเสียงให้ลูกฟังยังทำได้ในเด็กวัยนี้ เนื่องจากเป็นการช่วยทำให้คุณและลูกได้มีเวลาที่เป็นสุขด้วยกัน ทำให้ความสัมพันธ์แน่นแฟ้น ลดความตึงเครียดจากข้อคิดเห็นที่มีความขัดแย้ง ซึ่งคือเรื่องธรรดาเมื่อลูกโตขึ้น
การอ่านหนังสือให้ลูกฟัง ยังช่วยทำให้ลูกสนใจอ่านหนังสือที่ยากเกินความสามารถของเขา จวบจนกระทั่งจะถึงวัยที่เขาเริ่มอ่านได้ด้วยตัวเอง และยิ่งช่วยมากขึ้น ถ้าเกิดลูกเป็นเด็กที่มีปัญหาสำหรับการอ่าน เพราะเด็กแต่ละคนมีความรู้ความสามารถสำหรับในการอ่านเอง ช้าเร็วแตกต่างกัน บางคนอ่านก้าวหน้าตั้งแต่ประถมหนึ่ง แม้กระนั้นบางคนอาจช้าไปอีกสองปี แม้ว่าจะมีความฉลาดเท่ากันก็ตาม เด็กที่อ่านได้ช้ากว่า ถ้าเกิดมีบิดามารดารออ่านหนังสือให้ฟัง บางทีอาจช่วยให้เขารักแล้วก็เป็นสุขกับการอ่าน
การอ่านหนังสือให้ลูกฟัง ยังช่วยพัฒนาความรู้ความเข้าใจสำหรับในการฟัง ควรจะอ่านแล้วก็หยุดเพื่อคุยเกี่ยวกับเนื้อเรื่องให้ลูกรู้เรื่อง เป็นภาษาที่ลูกรู้เรื่องได้ง่าย แล้วก็มีการถามเพื่อให้ลูกตอบ และก็ให้ลูกลองคาดเดาเรื่องราวตอนต่อไป
 
นิทานอีสป
 
อีสป (Aesop) เป็นนักเล่านิทานหรือนักเล่าเรื่องชาวกรีกโบราณ ซึ่งถือว่าเป็นเจ้าของนิทานจำนวนหนึ่งซึ่งตอนนี้รู้จักกันรวมๆว่า นิทานอีสป แม้ว่าการดำรงอยู่ของเขาจะยังไม่ชัดเจน และไม่มีงานเขียนของเขาเหลือรอดมาเลย (หากมี) แต่นิทานจำนวนมากซึ่งถือได้ว่าของเขาถูกสะสมตลอดหลายศตวรรษในหลายภาษาในขนบธรรมเนียมการเล่าเรื่องซึ่งดำเนินมาจวบปัจจุบันนี้ นิทานหลายเรื่องใช้สัตว์หรือวัตถุไม่ใช่สัตว์ซึ่งสามารถพูด แก้ปัญหา และโดยปกติมีคุณสมบัติอย่างมนุษย์
รายละเอียดชีวิตของอีสปที่กระจัดกระจายสามารถเจอได้ในแหล่งข้อมูลโบราณ รวมถึงอริสโตเติล เฮโรโดตัส รวมทั้งพลูทาร์ก งานวรรณกรรมโบราณชื่อ The Aesop Romance เล่าชีวิตอีสปเป็นตอนๆและก็อาจเป็นฉบับที่เป็นนิยายอย่างสูง ซึ่งรวมถึงคำอธิบายเขาแต่เดิมว่าเป็นทาสที่น่ารังเกียจสะดุดตา ซึ่งได้รับเสรีภาพของตนเองมาด้วยความฉลาด และเปลี่ยนเป็นผู้มอบคำชี้แนะแก่พระมหากษัตริย์ รวมทั้งนครรัฐต่างๆประเพณีสมัยหลัง (ซึ่งมาจากสมัยกลาง) พรรณนาอีสปว่าเป็นชาวเอธิโอเปียผิวดำ
 
ตัวละคร นิทานอีสป?
ตัวละครของนิทานอีสป ชอบเป็นสัตว์ที่เป็นตัวชูโรงโดยสัตว์จะกระทำและพูดคุยเสมือนคน แต่จะรักษารูปแบบของสัตว์จำพวกนั้นๆไว้ เช่น เสือดุร้าย ลาโง่เขลาเบาปัญญาเฉื่อย หมาป่าหัวหมอ
ลักษณะเด่น นิทานอีสป?
นิทานอีสป เป็นเรื่องราวที่มีชื่อรวมทั้งให้ความบันเทิงที่ดีสำหรับเด็ก นิทานหรือเรื่องราวทั้งผองที่สั้นมากๆเพื่อให้เด็กมีความสนใจ รวมทั้งมีสัตว์เป็นตัวเอกของเรื่องซึ่งสัตว์ที่รักของเด็กๆ
 
การเปรียบเทียบของนิทานอีสป
ตัวละครส่วนมากของอีสปเป็นสัตว์ เขาเปรียบเทียบให้ หมาจิ้งจอก ชอบเป็นคนเจ้าเล่ห์ สิงโตหรือราชสีห์ ชอบหมายถึงเป็นผู้แทนของผู้มีอิทธิพล คนบุญหนักศักดิ์ใหญ่ ผู้ดูแล หนููหมายถึงผู้ต้อยต่ำ ลา ชอบเป็นคนที่ด้อยปัญญา เป็นต้น
 
การฝึกทักษะการลากเส้นต่อจุด
 
เพื่อฝึกฝนสมาธิรวมทั้งการสังเกตให้กับลูก ควรเริ่มจากการลากเส้นต่อจุดจากสีหนึ่งไปอีกสีหนึ่ง เพื่อให้เด็กเกิดความเข้าใจและก็สนุกกับแบบฝึกหัด โดยเรามีแนวทางง่ายๆมานำเสนอ
 
1. วางหนังสือให้ตรง ห้ามหมุนหนังสือ เพื่อฝึกให้เด็กได้ขีดเส้นหลายทิศทาง
2. ห้ามใช้ไม้บรรทัด เพื่อฝีกการควบคุมการเขยื้อนของนิ้วมือ
3. เมื่อฝึกหัดแรกๆให้ลากเส้นรอยต่อจุด เมื่อฝึกกระทั่งเชี่ยวชาญให้แล้วตีเส้นจาก จุดเริ่มไปถึงจุดสิ้นสุด
4. ควรจะลบให้ต่ำที่สุด เพื่อฝึกฝนให้พิจารณาตำแหน่งให้ดีก่อนลากเส้น
5. บรรยากาศในการทำควรสดชื่น แจ่มใส ให้เด็กทำเท่าที่อยากทำ ทำวันละนิด แต่เน้นในเรื่องประสิทธิภาพของเส้นไม่เน้นปริมาณ และไม่ควรจะบังคับ บังคับเนื่องจากว่าเด็กจะเบื่อ และไม่ต้องการทำ
6. ควรจะให้เด็กทำด้วยตัวเอง ไม่สมควรช่วยเด็กทำผู้ดูแลเพียงแค่ให้กำลังใจ แล้วก็ยกย่องเพียงแค่นั้น ถ้าเด็กยังทำไม่ได้ผู้ดูแล ควรจะให้เด็กได้ทำกิจกรรมเกื้อหนุนการสังเกต การใช้กล้ามเนื้อมือ รวมทั้งการประสานสัมพันธ์ของตา รวมทั้งมืออย่างเสมอ และแนะนำการลากเส้นตามขั้นตอนข้างต้น



5 หนังสือเด็กที่แนะนำ โดยร้านหนังสือนายอินทร์
 
1. 100 สุดยอดนิทานอีสปแสนสนุก ฉบับ ภาษาไทย+MP3
พบกับเรื่องราวสนุก ๆ ชิงไหวพริบ และมิตรภาพอันน่าประทับใจของเหล่าสัตว์ป่า คัดสรรมาจากนิทานเรื่องเด่นของ "อีสป" นักเล่านิทานระดับโลก เช่น มดกับนกพิราบ กระต่ายป่ากับเต่า สิงโตกับหนู หมากับเงา เด็กเลี้ยงแกะ หมาหางด้วน อึ่งอ่างกับวัว หมาจิ้งจอกกับนกกระสา แม่ห่านกับไข่ทองคำ และอื่นๆ อีกมากมาย ที่สร้างความประทับใจให้แก่คนทั่วโลกมาแล้วทุกยุคทุกสมัย สอดแทรกคำถามชวนคิด ช่วยให้น้องๆ ฝึกคิดแบบสร้างสรรค์และแก้ปัญหาเป็น ความรู้น่าทึ่งของเหล่าสัตว์โลก ที่จะทำให้น้องๆ ประหลาดใจและได้รู้ความรู้ไปพร้อมกัน ตลอดจนมีซีดีเสียงนิทาน ฟังสนุกทุกเรื่อง ฟังเพลินทุกเวลา
คำถามชวนคิดช่วยให้น้องๆ ฝึกคิดแบบสร้างสรรค์และแก้ปัญหาเป็น ความรู้น่าทึ่งของเหล่าสัตว์โลก ที่จะทำให้น้องๆ ประหลาดใจและได้ความรู้ไปพร้อมกัน ซีดีเสียงนิทาน ฟังสนุกทุกเรื่อง ฟังเพลินทุกเวลา
 
2. ชุด นิทานพัฒนาความฉลาดทางด้านอารมณ์ (EQ) 4 เล่ม
หนังสือนิทาน 1 เล่ม สามารถส่งเสริมพัฒนาการการเรียนรู้ของเด็กๆ ได้มากกว่า 1 ด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านอารมณ์จิตใจ สังคม และสติปัญญา หนังสือนิทานจึงเป็นสื่อสำคัญในการพัฒนาภาษา ความคิดสร้างสรรค์ ตลอดจนทักษะต่างๆ นอกเหนือจากการจรรโลงจิตใจให้เบิกบาน และการปลูกฝังนิสัยรักการอ่าน อันเป็นพื้นฐานของการเรียนรู้ตลอดชีวิต เปิดอ่านได้ 2 ด้าน (2 ภาษา อังกฤษ-ไทย)
 
3. ชุด แบบฝึกเสริมทักษะ อายุ 4 ปี รูปทรงหรรษา+Sticker
"ชุด แบบฝึกเสริมทักษะ รูปทรงหรรษา สำหรับเด็กอายุ 4 ปี" เล่นนี้ เน้นกิจกรรมการแยกแยะรูปทรง การจับคู่ และการรวมรูปร่างรูปทรง ฯลฯ ซึ่งการฝึกฝนให้เด็ก ๆ คิดวิเคราะห์เรื่องรูปร่างรูปทรงนั้น จะค่อยๆ พัฒนาเป็นขั้นเป็นตอน จากรูปธรรมไปหานามธรรม และจากรูปทรงสามมิติไปหารูปทรงสองมิติ ถึงเวลาแล้วที่เด็ก ๆ จะได้เรียนรู้เรื่องรูปร่างรูปทรงอย่างสนุกสนาน เพื่อเป็นการให้เด็กๆ ฝึกคิดวิเคราะห์อย่างตั้งใจ และแบ่งปันความรู้ รวมทั้งความสำเร็จในการเรียนรู้ไปพร้อมๆ กัน
ค้นหาคำตอบตามเงื่อนไขที่กำหนดให้ เรียนรู้รูปร่างรูปทรงที่ซับซ้อนขึ้น ฝึกให้เด็กๆ เรียนรู้รูปร่างรูปทรงจากสิ่งที่พบเห็นในชีวิตประจำวัน ล้อรถกลมๆ ที่แล่นอยู่บนท้องถนน หลังคาบ้านมุมแหลม ตู้ไปรษณีย์สี่เหลี่ยม พระจันทร์เสี้ยว สัญลักษณ์เครื่องหมายบวก ดอกไม้ รูปดาว รูปหัวใจ และสิ่งของที่เด็กๆ พบเห็นได้บ่อยๆ ในชีวิตประจำวันเหล่านี้ล้วนมีรูปร่างรูปทรงซ่องอยู่มากมาย การที่เด็กๆ รู้จักชื่อของรูปร่างรูปทรงและสามารถแยกแยะรูปร่างรูปทรงของสิ่งต่างๆ ได้ทั้งหมดนั้นเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยาก ดังนั้นจึงควรได้รับการฝึกฝน และส่งเสริมให้เด็กๆ ได้เรียนรู้รูปร่างรูปทรงจากสิ่งของต่างๆ รอบตัวทั้งที่บ้านและโรงเรียน เช่นลูกบอล กล่อง บล็อกไม้ เป็นต้น
 
4. จับคู่ลับสมอง ชุด แบบฝึกเสริมทักษะ (อายุ 5 ปี)
"ชุด แบบฝึกเสริมทักษะ จับคู่ลับสมอง สำหรับเด็กอายุ 5 ปี" เล่มนี้ มีคำถามให้เด็กๆ ได้คิดวิเคราะห์เรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวัน ผ่านวิธีการเรียนรู้ที่หลากหลาย เช่น เกมเขาวงกต การติดสติกเกอร์ การลากเส้นจับคู่ การระบายสี เพื่อไม่ให้เด็กๆ เกิดความเบื่อหน่าย ซึ่งกิจกรรมเหล่านี้จะช่วยดึงดูดให้เด็กๆ เข้าสู่โลกแห่งการจับคู่ ที่ทำให้เพวกเขารู้สึกว่ากำลัง "เล่น" ไม่ใช่กำลัง "เรียน"
ขณที่เด็ก ๆ กำลังคิดหาคำตอบ ควรจะให้เวลาพวกเขาอย่างเพียงพอ ไม่จำเป็นต้องเร่งให้พวกเขาตอบคำถาม เพราะจะเป็นการปิดกั้นโอกาสในการคิดของเด็ก ๆ แต่อาจจะแนะนำหรือชี้แนะแนวทางในการตอบคำถามให้เด็กๆ บ้าง เมื่อสมองส่วนซีรีเบลลัมได้ทำการคิดวิเคราะห์ จะช่วยพัฒนาการเรียนรู้ให้เด็กๆ ไปอีกหนึ่งขั้น
แยกแยะประเภทและปริมาณของสิ่งต่างๆ แล้วนำมาคิดวิเคราะห์เพื่อหาคำตอบ "การจับคู่" หมายถึง การหาสิ่งที่มีลักษณะเด่นสอดคล้องกันมาเข้าคู่กัน นอกจากจะนำสิ่งที่เหมือนกันมาจับคู่แล้ว ยังรวมไปถึงการจับคู่ความสัมพันธ์หรือตัวเลขอีกด้วย กิจกรรมการจับคู่จะช่วยให้เด็กๆ เข้าใจความหมายของ "มูลค่าที่เท่ากัน" ช่วยพัฒนาความรู้ด้านคณิตศาสตร์ ดังนั้นการจับคู่จึงเป็นพื้นฐานการพัฒนาการเรียนรู้ในอนาคตที่จะมองข้ามไม่ได้ ลงมือทำแบบฝึกหัดจับคู่ ใน "จับคู่ลับสมอง" เล่มนี้ เพื่อเป็นพื้นฐานการพัฒนาการเรียนรู้ในอนาคต
 
5. ลากเส้นลีลามือ พื้นฐาน
แบบฝึกเตรียมความพร้อม ลากเส้นลายมือและระบายสี สำหรับฝึกบังคับกล้ามเนื้อมือ และทักษะการขีดเขียนลากเส้นตามเส้นประ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับใช้ฝึกเตรียมความพร้อมเพื่อเสริมทักษะการเขียนสำหรับเด็กวัย 2 ปีขึ้นไป
 

2

 
กระแสวายกำลังมาแรงมากมาย มากถึงขนาดที่ว่าได้รับความสนใจจากสื่อตลอด นิยายวายที่มีให้เลือกอ่านกันมากมายก่ายกองนับไม่ถ้วนเลย และการ์ตูนวายที่มีกระแสให้ได้ยินกันตลอด นิยายวายเป็นที่นิยมเยอะแค่ไหน? ก็ไม่มากมายไม่น้อย แค่มีการเอามาทำเป็นซีรี่ส์ออกอากาศเป็นจำนวนหลายเรื่อง ได้แก่ Sotus the Series พี่ว้ากตัวร้ายกับนายปีหนึ่ง หรือจะเป็นเดือนเกี้ยวเดือน ฯลฯ
 
นิยายวาย คือ?
 
คำว่า “วาย” หรือ “Yaoi” มีที่มาจากการใช้ชื่อย่อเป็นตัวอักษรญี่ปุ่น และต้นแบบของแต่ละคำเป็น “Yama nashi, Ochi nashi, Imi nashi” คือ no climax (ไม่มีจุดสำคัญ), no point (ไม่มีประเด็น), no meaning (ไม่มีความหมาย) เพราะฉะนั้นก็เลยมีการประดิษฐ์คำว่า Yaoi ขึ้นมาใช้เรียกงานประเภทนี้
 
แต่ในประเทศไทยนั้น ความหมายของคำว่า Yaoi มีการใช้เปลี่ยนไปจากเดิม เพราะว่าเราใช้คำว่า “วาย” เรียกชายรักชายทั้งปวง ไม่ว่าจะเป็นนิยาย การ์ตูน หรือละคร และยังครอบคลุมจินตนาการหรือการจิ้นความเกี่ยวข้องระหว่างตัวละครชายที่สร้างขึ้นมาหรือระหว่างบุคคลผู้ชายที่พวกเราชื่นชอบ อาจเป็นนักแสดง/ดารา/คนที่ใครๆก็รู้จักก็ได้ ทำให้คำว่าวายในตอนนี้เหมือนเป็นสิ่งที่แทนความรักแบบฟินๆ ไปแล้ว
 
สิ่งที่ทำให้เกิด Yaoi
 
คำว่า yaoi เกิดครั้งแรงช่วงปลายยุค 70 โดยซาคาตะ ยาซุโกะและฮัตสุ รินโกะ ที่ต้องการล้อเลียนส่วนประกอบของงานเขียนโคลงจีนยุคเก่าซึ่งต้องมี ki (introduction บทนำ), syo (development ดำเนินเรื่อง), ten (transition จุดผกผัน), และก็ ketsu (conclusion ข้อสรุป) โดยสร้างงานที่
 
- Yamanashi (no climax-ไม่มีไคลแมกซ์)
- Ochinashi (no point-ไม่มีหลักสำคัญ)
- Iminashi (no meaning-ไม่มีความหมาย)
- เปลี่ยนมาเป็นงานโดจินชิที่ชื่อ Loveri
 
ถัดมาในสมัย 80 คำว่า yaoi ได้หมายความถึงงานการ์ตูนล้อเลียนที่มีเพศชายสองคนเป็นตัวเอกแล้วก็เน้นในเรื่องความสัมพันธ์ทางเพศเป็นใจความหลัก ส่วน shonenai หมายความว่าการ์ตูนที่มีผู้ชายสองคนเช่นกัน แม้กระนั้นเน้นความรักโรแมนติกแล้วก็น่ารักสุภาพกว่า ทั้ง yaoi และ shonenai ไม่ใช่การ์ตูนที่กล่าวถึงความรักของ เกย์ เลย แต่ว่าเป็นแบบหนึ่งของความรักที่ "เหนือ" กว่าความรักระหว่างคนต่างเพศทั่วๆไป
 
แต่ถึงอย่างไรก็ตาม แหล่งกำเนิดของความสัมพันธ์แบบชายกับชายในการ์ตูนมิได้เกิดในดงโดจินชิเป็นที่แรก แต่กลับเกิดในงานการ์ตูนที่มีพิมพ์ขายแบบจริงจัง เรื่องนั้นเป็น Kaza to Ki no Uta หรือ A Poem of Wind and Trees งานเขียนของทาเคมิ|ยะ เคย์โกะ ซึ่งตีพิมพ์ในนิตยสารการ์ตูนผู้หญิง}ในปี 1976 เรื่องนี้เป็นเรื่องของกิลเบิร์ต คอคโต ชายหนุ่มรูปงามในโรงเรียนประจำแห่งหนึ่งที่มีอันจะต้องร่วมหอพักลงเตียงกับเพื่อนชายหนุ่มรูมเมท
 
บอยเลิฟ
 
บอยเลิฟ เป็นคำที่เอาไว้ใช้เรียกแทนคำนิยามรัก ระหว่าง ชาย กับ ชาย หรือ จะใช้คำว่า บอยส์เลิฟ และก็ ยาโอย (Yaoi) กัน โดยรายละเอียดของบอยส์เลิฟนั้น จะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับความเกี่ยวข้องทางเพศ ของผู้ชายสองคน (หรือบางทีก็อาจจะมากกว่านั้น) มีลักษณะการดำเนินเรื่อง คล้ายกับการ์ตูนผู้หญิง ที่มีดารานำชาย นางเอก (ที่เป็นผู้ชาย) มามีความรักหรือความเกี่ยวข้องทางเพศต่อกัน โดยในหมู่สาวกยาโอย จะมีการใช้คำศัพท์แทน ฝ่ายตั้งรับ หรือ นางเอกที่เป็นเพศชาย นั้นว่า Uke และก็เรียกฝ่ายรุก ก็คือพระเอกว่า Seme
 

 
10 นิยายวายที่แนะนำ โดยร้านหนังสือนายอินทร์
 
1. OUT OF LOVE แสดงความรัก
'ผมรักพี่พอร์ช เบื้องหน้าเส้นทางชีวิตของผม มีเขาเดินนำอยู่เสมอ แผ่นหลังของเขาคือสิ่งที่หัวใจผมเฝ้าติดตามมานานหลายปี และรู้ดีว่าเขามองใครอีกคนมาตลอดไม่เปลี่ยนแปลง แต่แล้วผมก็มีโอกาสได้อยู่ใกล้เขาอีกครั้งจนเมื่อมีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นระหว่างเรา เกิดเป็นแรงผลักดันให้ผมมีความกล้าที่จะทำบางสิ่งบางอย่าง เพื่อให้พี่พอร์ชหันมามองผมแม้สายตานั้นจะเต็มไปด้วยความเกลียดชังก็ตาม... ทางที่ผมเดินต้องกลายเป็นวงกตแห่งความเจ็บปวด และผมได้แต่หวังว่าความรักในแบบที่ผมเลือกจะเป็นทางออกที่ถูกต้องสักที
‘พอร์ช’ เป็นผู้ชายที่รักใครแล้วรักมาก เขาคิดว่าต่อให้เทียบกับคนทั้งโลก ก็ไม่มีใครรักอีกฝ่ายได้เท่าตัวเอง ในขณะที่ ‘ณะ’ นั้นจริงๆ ไม่ได้อยากยึดคนที่รักไว้กับตัว แต่แค่อยากทุ่มเททำทุกอย่างให้คนที่ตัวเองรักมีความสุข แม้ว่าความสุขนั้นจะต้องแลกมาด้วยความทุกข์ของตัวเองก็ตาม ซึ่งทั้งสองคนเป็นคนที่ชัดเจนกับความรู้สึกของตัวเอง และทั้งคู่ก็มีวิธีแสดงความรักในรูปแบบที่แตกต่างกัน แต่เพราะการแสดงออกของความรักที่สวนทาง สุดท้ายเลยลงเอยที่ทำร้ายทั้งตัวเองและฝ่ายตรงข้ามอยู่เรื่อย
หลังจากที่เราเคยนำเสนอเรื่องราวความรักสองเรื่องสองแบบจาก "Deep Sound แสดงความรู้สึก" และ "Take Care แสดงความดูแล" กันไปแล้วคราวนี้เราจึงมา "แสดงความ กันเป็นเล่มสุดท้าย "Out of Love แสดงความรัก" ในเล่มนี้เราจะได้สัมผัสความรักในหลายรูปแบบซึ่งแต่ละคนก็มีหนทางของตนเองที่แตกต่างกันออกไป แต่ไม่ว่าจะสุข เศร้า เหงา หรือเจ็บปวด เราก็สามารถเลือกที่จะแสดงความรักในแบบของเราได้เสมอ และการแสดงความรักของผู้ชายทุกคนในเล่มนี้ จะสั่นสะเทือนหัวใจรักของคุณผู้อ่านแน่นอน
 
2. Ailurophile น้องดินทาสแมว
เล่มนี้เป็นเรื่องความรักที่เรียบง่าย ทุกตัวละครเรียบง่าย แต่เราก็ตกหลุมรักในความเรียบง่ายไปโดยไม่รู้ตัวเหมือนกัน ก็แหงล่ะ ชีวิตเรามันซับซ้อนพออยู่ละ บางครั้งเราก็ไม่ได้ต้องการอะไรที่มันหวือหวามากมายขนาดนั้นหรอก แค่มีคนที่ดีต่อใจ และทำให้เราตกอยู่ในสภาวะทิ้งตัวได้ในวันยากๆ ก็พอแล้วใช่มั้ยล่ะ ดินกับอัยย์ ก็เป็นความสัมพันธ์ "นุ่มๆ" ให้เราหนุนสบายจริงๆ แต่บางครั้งก็ออกจะหมั่นไส้หน่อยๆ
ใครๆ ก็รู้กันทั้งบางว่าน้อง "แดนดิน" ศิลปศาสตร์เอกอิ๊งค์ปีสองอะโคตรน่ารัก น้องชอบสีชมพูพีช ชอบตุ๊กตา ยิ้หวาน หน้าเหมือนหมาที่ ท่าทางนุ่มนิ่ม แล้วบุญก็หล่นทับดังโครมเมื่อพี่ "อัยย์" ได้น้องมาแชร์บ้านอยู่ใต้หลังคาเดียวกัน บอกเลยว่าน้องน่ารักเบอร์นี้ พี่อัยย์ก็ไม่หวังอะไรนอกจากหวังจะได้น้องเป็นเมีย แม่! พี่อัยย์ว่าพี่อัยย์หาลูกสะใภ้ให้แม่ได้แล้ว!! แต่แล้ว.. เช้าวันหนึ่งหลังปาร์ตี้ เขาก็ตื่นขึ้นมาพร้อมกับเรื่องช็อคโลก ตั้งใจจะจับน้องทำเมีย.. ไหงดันได้เป็นเมียน้องซะเองวะ! "น่ารักแล้วไง เป็นผัวพี่ได้ก็แล้วกัน" น้องดิน.. ทำไมน้องใจร้าย!! ทำไมไม่อ่อนโยน!!!
 
3. คุณหมอครับช่วยถอดหน้ากากที! Behind the Mask
เรื่องราวความรักของแฟนเก่ากับแฟนใหม่ ปฏิบัติการถอดหน้ากากเผยความจริงในหัวใจ บนเส้นทางที่ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบของหมอศัลย์และตำรวจหนุ่มจะลงเอยอย่างไรกันหนอ 'อกหัก รักคุด สุดระทมมากแค่ไหน 'หมอภีม' ก็ต้องซ่อมอารมณ์ความรู้สึกตั่งต่างไว้ภายใต้หน้ากากที่คนอื่นมองเห็นเป็นใบหน้าเรียบเฉย ด้วยว่าสถานะอาจารย์แพทย์และหมอศัลย์มือดีมันค้ำคออยู่ จนกระทั่งต้องผ่าตัดช่วยชีวิตตำรวจหนุ่มลูกครึ่งนาม 'เซธ' หน้ากากที่เขาสวมใส่ประจำก็มีคนพยายามจะถอดมันออกแม้คู่ปรับคนนี้จะเป็นถึงตำรวจที่สือทอดธุรกิจอาวุธสงคราม แต่จะมาถอดหน้ากากเขาออกง่ายๆ ใครจะยอม! อีกฝ่ายจึงต้องเริ่มจากขึ้นเบสิกคือ 'ถอด' อะไรที่ง่ายกว่านั้นก่อน
 
4. ทฤษฎีโลกกลมเขาว่าคือพรหมลิขิต
"เขาบอกว่าถ้าคนเราบังเอิญเจอกันถึงสามครั้งทั้งที่ไม่น่าเจอ เขาเรียกว่าพรหมลิขิตหรือเนื้อคู่" ตะวันเชื่อเรื่องของโชคชะตา แต่ไม่เชื่อคำพูดของเพื่อนรักอย่างคนโปรด จนได้เจอเข้ากับตัวเอง ชายหนุ่มร่างสูงกับหนูน้อยขี้อายในร้านหนังสือ คนที่ตะวันไม่คิดว่าจะเดินเข้ามาในชีวิตของเขา รู้ตัวอีกทีความบังเอิญสามครั้งก็เกิดขึ้น ชีวิตของพวกเขาค่อยๆ บรรจบเข้าหากันด้วยโชคชะตา จากคนแปลกหน้ากลายเป็นคนรู้จักที่คุ้นเคย นี่คือ "ตะวัน" เด็กหนุ่มที่อ่อนโยนที่สุดเท่าที่เมธเคยเจอ ความอบอุ่นแสนดีของตะวัน จะเอาชนะใจพ่อหม้ายลูกติดได้หรือไม่ ต้องไปติดตามนิยายเรื่อง "ทฤษฎีโลกกลมเขาว่าคือพรหมลิขิต"
"ทฤษฎีโลกกลม เขาว่าคือพรหมลิขิต" เล่มนี้เป็นเรื่องราวของ "ตะวัน" ที่บังเอิญไปเจอกับคุณพ่อเลี้ยงเดี่ยวในร้านหนังสือที่ตัวเองชอบไปทุกวันศุกร์ และโชคชะตาก็ส่งคิวปิดตัวน้อยมาให้เขาหลงใหลในความน่ารัก จนได้รู้จักและเริ่มสนิทกับ "เมธ" ผู้เป็นพ่อของคิวปิดตัวน้อยมากขึ้นเรื่อยๆ โดยผลงานของคุณ Darin เล่มนี้ ยังคงเป็นนวนิยายแนว Feel Good ที่อ่านสบายๆ ทั้งยังแฝงข้อคิดเรื่องความเป็นครอบครัว ความเอาใจใส่ดูแลเด็กในวัยที่กำลังเติบโต แล้วก็สัมผัสได้ถึงความอบอุ่นและความอ่อนโยนของตัวละครทุกตัวที่อยู่ในทุกตัวอักษร ทั้งยังได้เห็น "คนโปรดกับไทย" ในมุมรักเด็กอีกด้วย บอกเลยว่าแก๊งนี้น่ารักกันทุกคนจริงๆ
 
5. ทฤษฎีร้อยเล่มเกวียน
เชื่อว่าเพื่อนๆ คงเคยแอบรักใครสักคน ไม่ว่าจะเป็นเพื่อน พี่ชายข้างบ้าน หรือรุ่นพี่ในคณะ.. เหมือนกับ "คนโปรด" ในเรื่องนี้ที่แอบรักรุ่นพี่อย่าง "พี่รหัส" แต่คงมีน้อยคนนักที่จะกล้าเหมือนคนโปรด ในการทำทุกวิถีทางให้คนที่เราแอบรักหันมามองสักนิด โดยไม่กลัวความผิดหวัง.. น้องเท็ดดี้เลยรู้สึกชื่นชมคนโปรดมากๆ แอบนึกไปว่าถ้าตอนนั้นเราทำแบบคนโปรด รุ่นพี่ที่เราแอบรัก ตอนนี้อาจจะกลายเป็นแฟนเราก็ได้ นิยายแนวฟิลกู๊ดที่จะทำให้คุณยิ้มไปกับทุกตัวอักษรในเรื่อง หลงรักตัวละครทุกตัวในเล่ม และสุดท้ายเพื่อนๆ ก็จะตกหลุมรักซีรี่ส์นี้อย่างสุดหัวใจ
"อีกปีเดียวพี่รหัสก็จะจบแล้ว" น้องปีหนึ่งอย่างคนโปรดจึงคิดหนักแอบหลงรักรุ่นพี่ปีสี่ตั้งแต่เข้ามาเรียนวันแรกๆ ถ้าไม่ตัดสินใจทำอะไรลงไปตอนนี้ อาจต้องพลาดความรักครั้งนี้ไปตลอดกาล เมื่อคิดได้อย่างนั้น "คนโปรด" ผู้ที่เชื่อว่าความรักต้องใช้ความพยายามได้ผลบ้างก็ไม่เป็นไร ถึงโอกาสจะมีริบหรี่แค่ไหนเขาก็อยากลองสู้ดู ได้รักก็ยังดีกว่าไม่ได้รัก ได้ลองจีบก็ยังดีกว่าไม่ได้ทำอะไร ถ้าผิดหวังจะได้บอกตัวเองได้ว่าเขาทำดีที่สุดแล้ว นี่คือ "คนโปรด" หนุ่มน้อยที่มีแววตาสดใสราวกับโลกนี้ไม่เคยผ่านความทุกข์มาก่อน ความบ๊อง ความเอ๋อ และความบ้าของคนโปรด จะเอาชนะใจรุ่นพี่สุดโหดได้ไหม ต้องไปติดตาม ใน "ทฤษฎีร้อยเล่มเกวียน"
 
6. พี่ชายครับ ไปนั่งกินหมูกระทะเป็นเพื่อนผมหน่อย
เรื่องราวของ ‘บอสตัน’ เด็กหนุ่มผู้อยากกินหมูกระทะมากแต่ไม่มีใครยอมไปด้วยเขาตัดสินใจอ้อนขออาเฮียท่าทางใจดีที่รู้จักกันผ่านทางทวิตเตอร์ไปนั่งกินเป็นเพื่อน‘เฮีย’ คนนั้น ทำให้เขาค้นพบว่า บางทีการโดนเพื่อนเทอาจจะไม่ใช่เรื่องแย่ก็ได้
มีคำกล่าวไว้ว่า หากคุณสามารถนั่งกินเอ็มเคคนเดียวได้แล้ว คุณจะสามารถทำอะไรมากมายได้ด้วยตัวคนเดียวโดยไม่รู้สึกตะขิดตะขวงใจแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม อย่างอื่นที่ว่านั้นไม่รวมถึงการไปปั่นเรือเป็ดคนเดียว หรือการไปนั่งกินหมูกระทะคนเดียว เพราะเลเวลความเสี่ยงว่าหมูมันจะไหม้หากคีบได้ช้าเกินไปหรือเหลือทิ้งเยอะแยะจนเสี่ยงโดนปรับค่อนข้างสูงพอสมควร
 
7. ทุกห้องหัวใจมอบให้นาย
ความรักหวานปนขม ของชายหนุ่มไม่เอาไหนเคยผ่านการหย่าร้าง X เกย์ซึนเดเระสุดขั้ว ซึ่งเป็นเพื่อนสมัยเด็กกันพร้อมเสิร์ฟแล้ว
มารุยามะเป็นพวกไม่เอาไหนแบบที่นึกภาพตามได้เลย ทั้งไร้การงาน ทั้งเคยหย่าร้างมาแล้ว เขายอมเป็นคนรักของโอซาวะเพื่อนสมัยเด็กเพื่อแลกเปลี่ยนกับการที่อีกฝ่ายจะช่วยชดใช้หนี้สินที่แบกรับอยู่ได้ เงื่อนไขของโอซาวะก็คือให้อยู่บ้านตอนที่ชายหนุ่มกลับมา แต่นอกนั้นก็ไม่มีอะไร มารุยามะจึงเผลอไปเที่ยวกับผู้หญิง แต่กลับโดนโกรธหนัก ทำหน้าถมึงทึงใส่ ดูเหมือนว่าโอซาวะที่แสนจะเข้าใจยากคนนั้นจะชอบมารุยามะอยู่...?
 
8. ROOMMATE เพื่อนรัก ลักเพื่อน
เหตุการณ์ในคืนนั้น ทำเอาเจี่ยนหมิงถึงกับลืมไม่ลง ที่งานเลี้ยงรับรองของบริษัท เขาถูกส่งให้ไปดูแลลูกค้าคอทองแดงกลุ่มหนึ่งที่กำลังเมาปลิ้น เจี่ยนหมิงจำไม่ได้ว่าตัวเองขึ้นรถแท็กซี่กลับบ้านมาได้ยังไง รู้ตัวอีกทีเขาก็นอนแผ่หราอยู่บนโซฟาในหอพักแล้ว
ในตอนนั้น เฮ่อเสี่ยวซาน-เพื่อนร่วมห้องของเขากำลังนั่งดื่มเหล้าฉลองชัยชนะให้กับฟุตบอลทีมโปรดอยู่ รูมเมทคนนี้มีนิสัยรักสันโดษ ไม่ชอบออกไปไหนและมักจะนั่งเล่นเกมอยู่แต่ในห้อง จู่ๆ เฮ่อเสี่ยวซานที่เมาแอ๋ก็กระโดดขึ้นคร่อมร่างของเจี่ยนหมิงกลิ่นเหล้าคละคลุ้งไปทั่วทั้งห้อง ทั้งสองค่อยๆ เบียดร่างเข้าหากัน
สติของเฮ่อเสี่ยวซานพลันหลุดลอย เขาก้มลงประกบริมฝีปากบดขยี้เจี่ยนหมิงอย่างดูดดื่ม เจี่ยนหมิงไม่ขัดขืนแถมยังยันร่างขึ้นน้อมรับจูบนั้นด้วยความยินดี ปากของเจ้านี่นุ่มเหลือรับประทาน...
 
9. ชุด Troubled Heart กลร้อนซ่อนรัก BY I'M B2UTY
เพราะความหลังของคนในครอบครัวที่ส่งผลกับปัจจุบันทำให้ "อัคคี" ศิลปินเบอร์หนึ่งจากค่ายเดอะเวิร์ลและ "พระพาย" ศิลปิรเบอร์หนึ่งจากค่ายเดอะวันจ้องโคจรมาเจอกันอย่างที่ไม่ควรจะเป็น การทำงานร่วมกันกับคนที่สุดแสนจะเกลียดหรือเปรียบได้กับศัตรูคู่อาฆาตเพื่อช่วงชิงความเป็นที่หนึ่งในวงการบันเทิงจึงเริ่มต้นขึ้น
การทำงานร่วมกันที่มีแต่ความฟาดฝันและการเผชิญหน้าที่สุดแสนเจ้มข้นจากที่เคยออกตัวว่าเกลียดกันจนแม้แต่จะหายใจในพื้นที่เดียวกันแต่แล้ววันเวลาและความหลังต่างๆ ก็หวนกลับเข้ามาทำให้เรื่องราวระหว่าง "อัคคี" และ "พระพราย" เปลี่ยนไปความเกลียดค่อยๆ จางหายกลายเป็นความรู้สึกดีๆ เข้ามาแทนที่ 'พายอยากเกลียดพี่...อัคคี' เพราะหลอกตัวเองว่าเกลียดเขาต่อไปไม่ไหว ผมกับอัคคีจึงพากันเดินไปสู่เส้นทางความรู้สึกในรู้แบบใหม่เราทั้งคู่ปล่อยให้ตัวเองทำตามเสียงของหัวใจว่ากันว่าเวลาของความสุขมักอยู่กับเราไม่นาน ระหว่างผมกับอัคคีก็เป็นแบบนั้นหลังจากปล่อยตัวเองไปกับความสุข ความทุกข์ก็ถาโถมเข้ามาใส่ราวกับพายุซัดและทุกเรื่องเหล่านั้นมันก็มีผลพวงมาจากการกระทำในอดีตทั้งจากตัวของอัคคีและจากคนในครอบครัวของพวกเราทั้งสองฝ่าย พัง... ทุกอย่างมันพังลงจนไม่เหลือชิ้นดีไม่รู้ว่าจะยังพอมีทางที่จะประกอบให้กลับมาเป็นเหมือนเดิมได้ไหม?
 
10. The Shearingt Gun ลงเอยด้วยรัก
เอลเลียตเป็นหมอหนุ่มคนใหม่ที่เพิ่งย้ายมาอยู่ที่นี่ ตั้งแต่แฮงค์พาตัวเองมาให้หมอรักษา เขาก็รู้สึกว่าหมอมีความสนใจในตัวเขา สายตาของหมอมองสำรวจหุ่นเขาอย่างลืมตัว แน่ละ จากการทำงานหนักมานานปี เขามีรูปร่างที่บึกบึนชวนน้ำลายหก และในความคิดของเขาแล้ว หมอเองก็น่ารักไม่ใช่น้อย แต่เขาไม่อาจมีสัมพันธ์กับใครในละแวกบ้านได้ ความรักแบบนี้ยังไม่เป็นที่ยอมรับในเขตชนบทที่มีแต่พวกอนุรักษนิยม ถ้ามีใครรู้ความลับของเขา ชีวิตสังคมและการงานของเขาในแถบนี้เป็นอันจบกัน เขาจะไม่ยอมให้มันเกิดขึ้น! แต่เขาจะห้ามใจตัวเองได้หรือ...?
ในวัยยี่สิบห้า แฮงค์ได้เป็นเจ้าของที่ดินผืนเล็ก ๆ ผืนหนึ่งในเขตชนบทของออสเตรเลีย เขาหาเลี้ยงชีพด้วยการเลี้ยงแกะ ปลูกพืชไร่ และรับจ้างตัดขนแกะ มันเป็นงานที่หนัก แต่เขาก็ดูแลทุกอย่างมาได้ตลอดรอดฝั่งด้วยตัวเองและภาคภูมิใจกับมัน แต่เมื่อแฮงค์เกิดอุบัติเหตุกระดูกไหปลาร้าหักจากการเล่นฟุตบอล เขาก็เริ่มหวั่นวิตกถึงสิ่งที่จะตามมา ใครจะดูแลพวกแกะและพืชไร่ต่าง ๆ ไหนจะรายได้จากการตัดขนแกะที่ต้องสูญเสียไป ไหนจะเรื่องหมอเอลเลียตที่เป็นคนรักษาเขาอีก...
 

3
 
 
ธรรมะ คืออะไร ?
 
ธรรมะเป็นสิ่งที่มีจริง พระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้ธรรม คือ หยั่งรู้ความจริงของสิ่งที่มีจริงๆ สิ่งที่มีจริงๆ ก่อนจะมีการตรัสรู้ไม่มีผู้ใดพบว่าเป็นธรรมะ เพราะเป็นคน เป็นสัตว์ เป็นเรา เป็นเขา เป็นวัตถุสิ่งต่างๆ แต่ว่าเมื่อทรงตรัสรู้แล้ว ตรัสรู้ธรรมทั้งหลายเป็นอนัตตา หมายความว่าทุกๆอย่างไม่ใช่ตัวตน ไม่ใช่สัตว์ บุคคล ไม่ใช่วัตถุสิ่งหนึ่งสิ่งใด ที่เที่ยง แม้กระนั้นรูปแบบของธรรมนั้น เป็นภาวะธรรมที่มีจริงในขณะนี้ ซึ่งจะต้องค่อยๆ ใคร่ครวญ อย่างเช่น ขณะนี้อะไรจริง กำลังเห็นมีจริงๆ สิ่งที่ปรากฏทางตามีจริงๆ เสียงมีจริงๆ จิตที่ได้ยิน รู้เสียงนั้นมีจริงๆ ความสุขมีจริง ความทุกข์ใจมีจริง รูปแบบของแข็งมีจริง สภาพที่กำลังรู้แข็งมีจริง ทั้งหมดนี้เป็นธรรมเพราะฉะนั้น ก็จะต้องศึกษาให้ทราบดีว่า ที่เคยยึดถือว่าเป็นเรา แต่ว่าถ้าเกิดไม่มีตัวธรรมะที่เกิดขึ้นปรากฏ เราก็ไม่มี แต่ว่าเมื่อมีเหตุปัจจัยที่จะทำให้สภาพธรรมหนึ่งภาวะธรรมใดเกิดขึ้น เนื่องจากความไม่รู้ก็เลยนับว่าสิ่งที่เกิดนั้นเป็นเรา หรือว่าเป็นของเรา อาทิเช่น รูปตั้งแต่หัวตลอดเท้า มีเหตุปัจจัยปรุงแต่งเกิดขึ้น แต่เพราะความไม่รู้ก็ยึดถือรูปนั้นว่าเป็นเรา แม้แต่ภาวะของจิตใจ หรือความรู้สึกสุขสบาย เป็นทุกข์เป็นร้อน ก็เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย แต่เมื่อไม่รู้ก็ยึดมั่นสภาพธรรมนั้นๆ ว่าเป็นเรา
 
ธรรมะคือหน้าที่
 
คำว่า “ธรรมะ” ก็กำเนิดเป็นคำที่มีความหมาย หรือมีความหมายขึ้นมาสำหรับพวกเราจะต้องรู้ ผมอยากจะพูดว่า คุณต้องจำคำว่า “ธรรมะ” นี้ไว้ให้ดีๆ “ธรรมะ” คำนี้ถ้าหากเป็นภาษาทั่วๆไปซึ่งก็คือ “หน้าที่” ถ้าคุณไม่เคยรับรู้มาก่อน ก็ควรได้ยินเสียเดี๋ยวนี้ว่า คำว่าธรรม หมายความว่าหน้าที่ ที่จะต้องปฎิบัติ คุณลองนึกถึงว่า คำว่า “ธรรมะ” จะเกิดขึ้นมาในโลก ในภาษาพูดของมนุษย์ได้อย่างไร? มนุษย์ในยุคหินก็ไม่มีคำๆ นี้ใช้ แล้วต่อมามนุษย์ก้าวหน้า จนกระทั่งรู้จักคำพูดคำนี้ใช้ขึ้นมา เขาเล็งถึงอะไร? คำกล่าวคำนี้เกิดขึ้นที่ริมฝีปากมนุษย์ พูดกันเป็นครั้งแรก มันเล็งถึง หน้าที่ ที่จำต้องทำ ไม่ทำไม่ได้ มันก็เลยกลายเป็นของดีที่สุดไปเลย ด้วยเหตุว่าไม่ทำ ไม่ได้ จำเป็นต้องทำ คำว่า “ธรรมะ” ก็เลยมีความหมายว่า “หน้าที่” ส่วนที่พวกเรามาแปลกันว่า คำกล่าวสอน หรืออะไรออกไปนี้ มันเป็นเรื่องทีหลัง อบรมสั่งสอนเรื่องอะไร? ก็อบรมสั่งสอนเรื่องหน้าที่ ถ้าหากว่าธรรมในฐานะที่เป็น มรรค ผล นิพพาน นั่นก็คือผลของหน้าที่ ดังนั้นมันเกี่ยวกับหน้าที่ของคนเรา มนุษย์ทุกคนมีหน้าที่ ทุกคนต้องทำหน้าที่ให้ดี นับตั้งแต่หน้าที่ชั้นล่างๆ ธรรมดาสามัญที่สุด ยกตัวอย่างเช่นจะกินข้าว อาบน้ำ อุจจาระ ปัสสาวะ อะไรก็แล้วแต่ เป็นหน้าที่ที่จะจำเป็นต้องทำ และก็ต้องทำให้ดี
 
ทีนี้ พวกเราก็มีหน้าที่ตามธรรมชาติ คือหาเลี้ยงชีวิต ซึ่งต้องทำให้ถูกต้อง ถ้าเกิดต้องมีคู่ครอง ซึ่งก็เป็นหน้าที่ของผู้คนตามปกติหรือสัตว์ตามธรรมดา มันก็จะต้องทำให้ถูก มีครอบครัวขึ้นมา ก็จะต้องทำให้ถูกต้อง ล้วนแต่เป็นหน้าที่ที่จะจะต้องทำให้ถูกต้อง สูงขึ้นไป-สูงขึ้นไป จนกระทั่งทางจิตใจ ก็ต้องทำจิตทำใจ ให้ถูกต้อง กระทั่งกว่าจะตายไป ก็ให้มันตายอย่างถูก ทั้งหมดนี้มันอยู่ในคำๆ เดียวว่า “หน้าที่” เรียกเป็นภาษาบาลีว่า “ธมฺม” ในภาษาสันสกฤตว่า “ธรฺม”ภาษาไทยว่า “ธรรม” เมื่อรู้ว่า ธรรม เป็นหน้าที่แบบนี้แล้ว มันก็ง่ายเข้าที่จะรู้ดีว่า ฆราวาสนั้นมีหน้าที่ยังไง?
 
ธรรมะคือธรรมชาติ
 
ทุกทุกสิ่งในโลกนี้ ล้วนมีความเป็นเองตามธรรมดาของเหตุปัจจัย หรือเรียกว่าสภาวธรรม อาทิเช่นคุณความดี หรือความชั่ว ย่อมมีเหตุมีผลส่งต่อกันให้เกิดขึ้นเป็นไปตามเหตุปัจจัย ความดีงาม ย่อมเกิดขึ้นได้เพราะมีสาเหตุเนื่องมาจากกุศลธรรม ส่วนความชั่ว ก็ย่อมเป็นผลมาจากอกุศลธรรม อกุศลธรรมเป็นรากเหง้าของ โลภะ โทสะ โมหะ ที่ทำให้คนทำผิดไปในทางชั่วช้า เป็นไปในโกงธรรม ๓หมายถึงทางกายคดโกง ทางวาจาทุจริต แล้วก็ทางจิตใจโกง ทุจริตทั้ง} ๓ อย่างไม่ควรปฏิบัติตนเนื่องจากว่าจะทำให้สังคมเดือดร้อน อกุศลเกิดได้ยังไง ก็เกิดขึ้นจากความไม่มีการสังวรอินทรีย์ ปล่อยให้กำเนิดความรู้สึกยินดียินร้ายบ้าง,ความรู้สึกพึงพอใจหรือไม่ พอใจบ้าง,ความรู้สึกชื่นชอบหรือเปล่าชื่นชอบบ้าง, ความรู้สึกเหล่านี้เกิดขึ้นได้เนื่องมาจากการได้เห็นรูป ได้ยินเสียง ได้ดม ได้ลิ้มชิมรส ได้สัมผัสทางร่างกายมีเย็นหรือร้อนอ่อนหรือแข็ง นี่แหละคือเหตุต้นสายปลายเหตุให้เป็นไปในอกุศล อกุศลธรรม ส่งผลให้คนเรามีอัตตาแล้วก็อคติมองดูคนในแง่ร้าย ติเตียนว่าร้ายใครๆ ในใจอยู่เป็นประจำบิดามารดาก็ไม่เว้น แล้วก็คิดอาฆาตแค้นเคียดแค้น คิดร้ายใครๆ ในใจอยู่เสมอก็เลยเป็นเหตุให้เกิดความทุกข์ทรมานตามมาให้ผล มีทุกข์ในชาตินี้ และก็ทุกข์ในชาติหน้าด้วย
 
เพราะอะไร? หนังสือธรรมะอ่านแล้วถึงจิตใจสงบ
 
ในตอนที่พวกเรารู้สึกอารมณ์เสีย กลุ้มอกกลุ้มใจ รู้สึกไม่ค่อยสบายใจในหลายๆ สิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตแต่ละวันของพวกเรา พวกเรามักจะไปพึ่งพาหนังสือธรรมะหรือวีซีดีธรรมะ ไม่ว่าจะเป็นบทสวดมนต์ คำสอนนิทานหรือเรื่องราวอะไรต่างๆ ที่ช่วยให้เราอ่านแล้วศึกษาแล้วสบายใจ
 
ปกติมนุษย์เรานั้นเมื่อเราได้บริโภคสิ่งไหนเป็นปริมาณมาก เราก็มักจะมีจิตใจจดจ่ออยู่กับสิ่งเหล่านั้น ลองเทียบว่าเมื่อพวกเราได้บริโภคข้อมูล ข่าวสารดารา หรือดูหนังอะไรซักเรื่องหนึ่งที่เป็นหนังเรื่องยาว พอเริ่มต้นที่เราดูหนัง อารมณ์ของเราบางทีก็อาจจะยังไม่ค่อยซึมซับความมันส์ในหนังเรื่องที่กำลังดูอยู่สักเท่าไหร่ แต่ว่าพอเราดูไปถึงกลางเรื่อง จิตใจเราเริ่มจดจ่ออยู่กับหนังเรื่องนั้นรวมทั้งพวกเราก็จะมีความรู้สึกสนุกตื่นเต้นไปกับมันเหมือนกัน แม้ว่าหนังนั้นเป็นหนังความรัก เราก็จะมีความรู้สึกอินฉบับเลิฟตามไปด้วย ถ้าหนังนั้นเป็นหนังผี เราก็จะมีจิตใจท้อใจสยดสยองตามไปด้วย ทั้งๆที่ข้างตัวเราเองไม่ได้มีเรื่องของความรักรวมทั้งผีเข้ามาอยู่ในรอบข้างกายของพวกเราเลย เพียงแต่มันถูกครอบนำจิตใจเราไปจนกระทั่งหมดไปแล้ว
 
คนที่ได้ฟังธรรมะหรืออ่านหนังสือธรรมะก็เลยมีจิตใจที่สงบนิ่ง เป็นผลจากการบริโภคข้อมูลเนื้อหาที่ไม่ชวนคิดฟุ้งซ่านปวดศรีษะ แตกต่างจากกลุ่มคนที่ชอบบริโภคเสพข้อมูลต่างๆ ซึ่งมีก็เพียงแต่เรื่องเครียด เรื่องคิดมากมาย ชอบให้จิตใจตื่นเต้นอยู่ตลอดเวลา
 

 
10 หนังสือธรรมะ ศาสนา และปรัชญา ที่แนะนำ โดยร้านหนังสือนายอินทร์
 
1. อมตะสยาม
การศึกษาพระเครื่องทุกวันนี้ ไม่เป็นไปตามความจริงที่ควรจะเป็น กลับกลายเป็นเรื่องผลประโยชน์เป็นเรื่องใหญ่ พระเครื่องในเมืองไทยเรานี้เป็นเรื่องใหญ่มาก มียอดเงินหมุนเวียนในแต่ละปีหลักหลายร้อยล้าน แต่สำหรับเราๆ ท่านๆ ก็ไม่มีโอกาสให้เช่าในราคาสูงลิบ
ผู้เขียนคิดว่าเราต้องใช้องค์ความรู้เผยแพร่ให้ทุกคน หันมาศึกษาอย่างจริงจัง เมื่อเราศึกษาอย่างจริงจังแล้วผลของการศึกษา นำมาซึ้งองค์ความรู้แล้วเปลี่ยนไปเป็นวิชาชีพ เลี้ยงครอบครัวได้ การเรียนรู้ก่อให้เกิดรายได้ ทั้งนี้ทั้งนั้นเขาคนนั้นจะต้องมั่นในศิลธรรมอันดีงามด้วย ไม่เบียดเบียนใคร เรื่องการซื้อขายเป็นเรื่องธรรมดาต้องมีกำไร แต่ไม่ควรหลอกลวงใครให้หลงเชื่อ ให้มีสัจจะ ให้มีหิริโอตัปปะ บุคคลนั้นจะเจริญแน่นอน
 
2. วิธีอยู่กับทุกข์โดยไม่ทุกข์
"วิธีอยู่กับทุกข์โดยไม่ทุกข์" ผลงานเล่มใหม่ของพระไพศาล วิสาโล สอนวิธีปฏิบัติให้เราฝึกไม่เป็นทุกข์กับอะไร เป็นสภาวะที่ทำให้เป็นอิสระ ไม่ยึดเกาะเกี่ยวกับสิ่งใด วางใจเป็นกลาง แค่ฝึกวิธีอยู่กับทุกข์โดยไม่เป็นทุกข์จากเล่มนี้ คุณก็สามารถนำไปใช้ได้กับความทุกข์ที่เกิดขึ้นในทุกเรื่อง ทุกสถานการณ์
คงปฏิเสธไม่ได้ว่ามนุษย์เราต้องการความสงบ เพราะความสงบนำมาซึ่งความสุข ความสงบสุขนั้นหาได้ยากยิ่งในทุกวันนี้ เพราะถึงแม้เราจะต้องการความสงบ แต่ในชีวิตประจำวันกลับเลือกเข้าหาความไม่สงบอยู่ตลอดเวลา
ความอึกทึกวุ่นวายจากภายนอกยังพอหลบหลีกไปหาสถานที่ที่สงบเงียบได้บ้าง แต่ความว้าวุ้น วุ่นวายภายในจิตใจเป็นสิ่งที่เราห้ามหรือหลีกเร้นไปแทบไม่มีเลย โดยเฉพาะในสังคมก้มหน้า เห็นคนนั่งกันเป็นกลุ่มไม่พูดไม่คุยกัน ใช่ว่าจะสงบ เพราะแต่ละคนกำลังวุ่นวายอยู่ในโลกของโซเชียล นำมาซึ่งเหตุแห่งความทุกข์จากอารมณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น
 
3. ทางลัดสู่ความพ้นทุกข์
หลวงพ่อคำเขียนได้แนะนำการปฏิบัติตั้งแต่ขั้นต้น เน้นการวางใจให้ถูกต้องเพื่อสร้างความรู้สึกตัวให้เกิดขึน รู้กายเคลื่อนไหว รู้ใจคิดนึก เมื่อมีอารมณ์ใดเกิดขึ้นก็ให้มีสติ แล้วความรู้สึกตัวจะเกิดขึ้น และจะทำให้เกิดปัญญา เห็นแจ้งในสัจธรรมจนหลุดพ้นจากความยึดมั่นถือมั่นทั้งปวง จนเข้าถึงความพ้นทุกข์ได้ในที่สุด
"อยากพ้นทุกข์ให้ปฏิบัติธรรม อยากปฏิบัติธรรมให้มี 'ความรู้สึกตัว' น้อยคนนักที่จะรู้ว่าทุกข์ละได้โดยการ "รู้ทุกข์" ซึ่งจะรู้ทุกข์ได้นั้น ก็ต้องฝึกที่จะมีสติและมีความรู้สึกตัว "ทางลัดสู่ความพ้นทุกข์" เล่มนี้ หลวงพ่อคำเขียนได้แนะนำวิธีฝึกปฏิบัติเพื่อให้มีสติ เปลี่ยนจาก "หลง" ให้กลายเป็น "รู้" หลงก็รู้ ทุกข์ก็รู้ ปวดก็รู้ เมื่อยก็รู้ ง่วงก็รู้ เบื่อก็รู้.. รู้สึกตัวทุกขณะตามที่เกิดขึ้นในปัจจุบันอย่างต่อเนื่อง เพียงเท่านี้เราก็สามารถเข้าถึงธรรมได้จนถึงขั้นบรรลุธรรม
 
4. นิพพาน..ที่ที่..เดี๋ยวนี้
สำหรับชาวพุทธรุ่นใหม่ที่ยังไม่คุ้นเคยกับคำว่า "นิพพาน" หรือยังรู้สึกว่านิพพานเป็นเรื่องห่างไกลจากชีวิต หนังสือ "นิพพาน..ที่นี่..เดี๋ยวนี้" เล่มนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดียิ่งในการทำความรู้จักกับ "นิพพาน" จากพระพุทธวจนะอย่างตรงจุด ผ่านการตีความและการประยุกต์ใช้ตามทัศนะที่เปิดกว้างและหลากหลายของท่านพุทธทาสภิกขุและพระวิปัสสนาจารย์แห่งยุคสมัยอีก ๔ รูป ที่จะทำให้นิพพานกลายเป็นเรื่องที่ชัดเจน ร่วมสมัย และนำมาใช้ได้จริงในชีวิตประจำวันเป็นเรื่องที่ชัดเจน ร่วมสมัย และนำมาใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน
ส่วนสำหรับชาวพุทธตัวจริง ผู้อยู่ระหว่างการศึกษาปฏิบัติธรรมและมีนิพพานเป็นจุดหมายปลายทางในชีวิตอยู่แล้ว หนังสือเล่มนี้จัดว่าเป็นกัลยาณมิตรชั้นดีที่จะคอยเตือนสติว่า การปฏิบัติไม่ใช่เรื่องของความมุ่งมาดคาดหวังในอนาคตจนหลงลืมความสำคัญของปัจจุบันขณะ แต่คือการหมั่นดึงตัวเองกลับมาอยู่กับความเป็นจริงที่อยู่ตรงหน้า ใส่ใจกับรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิต และมุ่งใช้ชีวิตในแต่ละขณะให้เปี่ยมเต็มและสมบูรณ์ที่สุด เพื่อให้เกิด นิพพาน..ที่นี่..เดี๋ยวนี้ ขึ้นในทุกๆ ขณะของชีวิต อันจะเป็นหนทางเดียวที่จะนำไปสู่โลกกุตรนิพพานทีแท้จริงต่อไป
หนังสือเล่มนี้จะพิสูจน์ให้ชาวพุทธทุกคนเห็นจริงว่า ไม่ว่าคุณจะอยู่ ณ สี่แยกไฟแดง ในศูนย์การค้า กลางที่ประชุม หรือบนรถเมล์.. นิพพาน" นั้นเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้และให้ผลได้จริง.. ที่นี่และเดี๋ยวนี้
 
5. ชุดนรกสวรรค์ผลจากทำบุญบาป
"นรก" ดินแดนแห่งการลงทัณฑ์ของเหล่าดวงวิณญาณทั้งหลาย ความร้อนจากไฟนรก ที่ไม่มีวันดับ ความคมของเครื่องทรมานที่ไม่มีวันทื่อ การลงโทษ นิรยบาล ที่ไม่มีวันเหน็ดเหนื่อย และความทุกข์ทรมานของสัตว์นรกที่ไม่มีวันตาย ไม่มีวันจบสิ้น นรก จึงเป็นดินแดนแห่งการลงโทษ ความบาป ของผู้ที่กระทำผิด ด้วยความยุติธรรม... "สวรรค์" ดินแดน ที่เต็มเปี่ยม ไปด้วยความอุดมสมบูรณ์ วิจิตรงดงาม และเป็นที่ที่หลายคนปรารถนาจะไปเกิด เพื่อเสวยสุขอันประณีตงดงาม อันเป็นผล มาจากบุญกุศล ที่ตนได้สร้างไว้ในอดีต... และเพื่อเป็นการยืนยันว่า นรก สวรรค์ และการเวียนว่าย ตาย เกิด ในภพภูมิต่างๆ นั้นมีอยู่จริง หนังสือเล่มนี้ ยังได้รวบรวมเรื่องเล่าจาก "พระอริยเจ้า" ที่ท่านทั้งหลายได้ยืนยันด้วยประสบการณ์ที่ได้พบเจอมากับตัว
 
6. ธรรมะจากพระภูเขา MONK IN THE MOUNTAIN
เป็นผลงานเขียนชิ้นแรกของพระอาจารย์สุมโน ภิกขุ ที่ได้รับการแปลและเรียบเรียงเป็นภาษาไทย พระอาจารย์สุมโน ภิกขุ เป็นพระภิกษุชาวอเมริกันที่มีจริยาวัตรอันงดงาม ปฏิบัติธรรมอย่างสันโดษและจริงจัง ณ ถ้ำสองตา อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ท่านได้ละทิ้งชีวิตอันรุ่งเรืองทางโลก เพื่อหันมาพัฒนาทางด้านจิตวิญญาณ ท่านอุปสมบทเป็นพระภิกษุและปฏิบัติตามแนวทางของพระอาจารย์ชา สุภทฺโท อย่างเคร่งครัด ด้วยความเมตตาอันเปี่ยมล้นของท่าน ทำให้มีญาติโยมและผู้ที่ผ่านไปมา ได้มาขอคำปรึกษาชี้แนะทั้งเรื่องทางโลกและทางธรรม ซึ่งแต่ละคำถามนั้นล้วนน่าสนใจและมีหลายคนที่ประสบในสถานการณ์ใกล้เคียงกัน ท่านจึงรวบรวมและเรียบเรียง คำถาม-คำตอบ เพื่อถ่ายทอดธรรมะอันเปี่ยมด้วยสาระ ลึกซึ้ง และควรน้อมนำไปปฏิบัติ สำหรับทุกเพศทุกวัย
 
7. ทางสายกลาง ศรัทธาอย่างมีเหตุผล The Middle Way Faith Grounded in Reason
จะเข้าถึงพุทธธรรมนั้นมิอาจทำได้ด้วยลำพังศรัทธาและความทุ่มเท แต่จะต้องมีการสอดส่องธรรมอย่างอุกฤษฏ์ วิธีนี้เรียนว่า "วิถีแห่งผู้มีปัญญา" เป็นวิถึปฏิบัติที่คุรุลันทาทั้งหลายพร่ำสอนในงานเขียนของพวกท่าน หากศรัทธาในองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าและพระธรรมคำสอน ได้รับการบ่มเพาะด้วยวิถึแห่งผู้มีปัญญาเยี่ยงนี้ ศรัทธานั้นจะมั่นคง และเป็นศรัทธาในระดับสูงสุด ถ้าเช่นนั้น เราจะทำอย่างไรจึงจะเกิดศรัทธาที่ไม่คลอนแคลนเช่นนี้ได้
ขอให้ปัญญาของคุรุนาคารชุน ปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ ซึ่งองค์ทะไลลามะได้ถ่ายทอดไว้อย่างน่าจับใจ จงเป็นบ่อเกิดของแรงบันดาลใจและปัญญาให้แก่ผู้แสวงธรรม ขอให้ทุกท่านเข้าถึงความรู้แจ้งบนเส้นทางนี้ด้วยเถิด
 
8. พรตลอดปี ชีวิตดีตลอดไป
หลักธรรมเพื่อความก้าวหน้าในชีวิต - ศรัทธาและปัญญาช่วยให้ชีวิตก้าวหน้า มีความสุข และเป็นอิสระ - เมื่อตนมีความสุข สังคมก็มีความสุข - สอนให้เข้าใจว่าเวลาทุกขณะ คือโอกาสก้าวหน้าของชีวิต - คิดเป็น ทำเป็น แก้ปัญหาเป็น คือการทำให้ชีวิตก้าวหน้าและเป็นสุข ข้อปฏิบัติเพื่อความเจริญก้าวหน้าในชีวิต
ปีเก่าเป็นเรื่องที่ผ่านไปแล้ว เราก็นึก เราอยากจะให้เป็นเรื่องที่ผ่านพ้นกันไปเสียที ก็หมดๆ ไป เราคิดแค่นั้น คิดว่าให้มันผ่านไป ส่วนปีใหม่เราก็มองไปข้างหน้า ด้วยความหวังว่าจะมีความเจริญงอกงาม บางทีก็เป็นการฝันลมๆ แล้งๆ แต่ความจริงสิ่งที่ปฏิบัติได้คือปัจจุบันเท่านั้น เวลา อดีตเราย้อนกลับไปทำอะไรมันไม่ได้ อนาคตเราก็ยังไปทำอะไรไม่ได้ มันไม่ได้อยู่กับเรา สิ่งที่อยู่กับเราแน่นอนคือปัจจุบัน ใช้ปัจจุบันให้เป็นประโยชน์ก็คือทำเหตุปัจจัยให้สำเร็จผลที่ต้องการแล้วอนาคตที่ต้องการมันก็จะกลายเป็นเรื่องราวการวางแผนที่ถูกต้องขึ้นมา เชิญผู้อ่านทุกท่านพบข้อปฏิบัติเพื่อความสุข ความเจริญรุ่งเรือง ขอกราบนมัสการขอบพระคุณพระเดชสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ ผู้แสดงธรรม
 
9. สมาธิกับการทำงาน
ใจที่สงบเป็นใจที่ได้รับการบริหารและพัฒนา เป็นใจที่มีพลัง จะทำอะไรก็จดจ่อ กำกับสิ่งนั้นอย่างต่อเนื่อง ไม่สะดุด ไม่ขาดตอน คนมีสมาธิจึงเป็นคนที่ทำงานทุกชนิดเสร็จเร็วและเรียบร้อยไม่บกพร่อง สามารถรับงานปริมาณมากๆ และทำงานหนักได้โดยไม่มีปัญหาเหมือนคนขาดสมาธิ"สมาธิกับการทำงาน" จึงเป็นหนังสือที่จะนำไปสู่ความเข้าใจชีวิตและปัญหาอย่างแท้จริง เพราะสมาธิทำให้จิตใจสงบ แม้บางปัญหาจะแก้ไม่ได้ แต่สมาธิจะทำให้เข้าใจและสามารถเผชิญปัญหาได้ด้วยความสงบ ไม่ตื่นตระหนก สมาธิจึงเป็นบันไดขั้นแรกของการแก้ปัญหาอย่างแท้จริง
 
10. ไม่โกรธอีกต่อไป
คู่มือปลดล็อกความหงุดหงิด วุ่นวายใจบรรเทาความเครียดในชีวิตประจำวันได้จริง เราจะมาหยุดการแล่นไปมาของ "ความโลภ" "ความโกรธ" "ความหลง" ไปด้วยกัน ด้วยการทำความเข้าใจโครงสร้างของจิตที่ทำให้ "ความโลภ" "ความโกรธ" "ความหลง" เกิดขึ้นมาด้วยหนังสือ "ไม่โกรธอีกต่อไป" เล่มนี้ จากนั้นก็ควบคุมความคิดที่ไร้ประโยชน์ให้สำเร็จ เพื่อที่ความโกรธนี้จะได้ไม่ต้องทำให้ตนเองเจ็บปวดและไม่ต้องทำร้ายผู้อื่น
 
 
 

4

 
e-Magazine คือ นิตยสารออนไลน์ หรือวารสารในแบบอิเล็กทรอนิกส์ เหมือนกับ e-Book ที่คุณสามารถเปิดอ่านจากคอมพิวเตอร์ได้ง่ายๆ ทั้งคอมพิวเตอร์เดสก์ทอป คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Windows, Mac OS X และ Linux
 
ลักษณะเด่นของ e-Magazine คือการออกแบบมาให้แสดงเนื้อหาต่างๆ ได้คล้ายคลึงกับการอ่านนิตยสารที่ตีพิมพ์เป็นเล่ม ทั้งตัวอักษร เนื้อความ ภาพ การเปลี่ยนหรือเลื่อนหน้า และด้วยเทคโนโลยีจิตอลอันทันสมัย e-Magazine ก็เลยทำให้ท่านสามารถค้นหาข้อมูลจากเนื้อหาด้านในเล่มได้อย่างเร็ว เลื่อนไปยังหน้าที่อยากอ่านได้โดยทันที สามารถแสดงหน้าทั้งหมดแบบภาพขนาดเล็ก เพื่อให้เลือกแสดงหน้าที่ต้องการได้ทันที สามารถย่อขยายการแสดงผลทั้งตัวอักษรแล้วก็ภาพ เพื่อให้อ่านได้ง่าย และก็สบายตาขึ้น สามารถกำหนด URLs ให้คลิกเพื่อเปิดไปหน้าเว็บเพจต่างๆ ยกตัวอย่างเช่นเว็บที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหา ข้อมูลอื่นๆ เว็บไซต์ของผู้ให้การสนับสนุน รวมทั้งการพิมพ์หน้าที่ต้องการได้อีกด้วย
 
ไม่ เพียงเท่านั้น ข้างในตัว e-Magazine ยังมากับความสามารถสำหรับในการแนะนำ e-Magzine แก่บุคคลอื่นๆ ตัวอย่างเช่น เพื่อน ญาติ หน่วยงาน จากบุคลหนึ่งไปยังบุคคลอื่นๆ ได้อย่างสะดวก ผ่านช่องทางที่จัดเตรียมไว้ให้ในตัวอีบุ๊ค อย่างเช่น การนำข้อมูลไปแสดงในบล็อก, การส่งผ่านแมสเซส การแนะนำผ่าน Social, Bookmark อื่นๆ อีกมากมาย ช่วยให้ e-Magazine กระจายไปยังผู้อ่านทั้งโลกได้อย่างง่ายๆ รวดเร็ว และก็มีประสิทธิภาพ
 
วิวัฒนาการของ Magazine สู่ e-Magazine
 
เมื่อยุคสมัยผ่านเปลี่ยนแปลงหมุนเวียนย่อมมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นเป็นธรรมดาสื่อสิ่งพิมพ์ก็เหมือนกัน ก็เลยมีวิวัฒนาการมาโดยตลอดในทุกยุคทุกสมัย พัฒนาการดังกล่าวเป็นไปเพื่อเอื้ออำนวยให้เกิดประโยชน์ต่อผู้ซื้อมากยิ่งขึ้นตามลำดับ แมกกาซีนมีจุดกำเนิดขึ้นมาจากความต้องการสำหรับการสื่อสาร การติดต่อสื่อสารระหว่างคนทั่วๆ ไปจะเป็นการสื่อสารโดยใช้ปากเปล่า ส่วนการสื่อสารทางด้านราชการจะเป็นการติดต่อสื่อสารผ่านการเขียนลงบนกระดาษ หลังจากนั้นถัดมาจึงกำเนิดธุรกิจการพิมพ์ ทำให้เริ่มมีการทำการพิมพ์มาใช้แทนการเขียน แล้วก็ในที่สุดจึงนำเทคโนโนโลยีการพิมพ์ มาใช้ในการพิมพ์วารสาร โดยนิตยสารในสมัยแรกชอบใช้เป็นสื่อที่ใช้แสดงออกความคิดเห็นทางการเมือง
 
เมื่อสังคมเริ่มเปลื่ยนไปสู่สมัยอุตสาหกรรม มีนวัตกรรมใหม่ๆ เกิดขึ้น เช่น สื่อบันเทิงต่างๆ, ภาพยนตร์, แฟชั่น, วิชาความรู้ด้านต่างๆ ก็เลยทำให้การนำเสนอเนื้อความในวารสารเริ่มเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม อีกทั้งลักษณะของวารสารก็มีความก้าวหน้าเช่นเดียวกัน จากเดิมที่เป็นเพียงแค่การพิมพ์ตัวอักษรลงบนกระดาษ ได้มีการเพิ่มด้านศิลป์เข้าไป การพิมพ์ด้วยระบบออฟเซ็ต 4 สี มีการจัดวางแบบให้สวยสดงดงาม เพิ่มเติมข้อมูลส่วนบรรณาธิการ จัดวางหัวหนังสือ รายละเอียดต่างๆ ให้มีความเหมาะสมและก็มองดูล้ำสมัยเพิ่มมากขึ้น จนกระทั่งเป็นนิตยสารทั่วไปที่พวกเรารู้จักกันดี
 
เทคโนโลยีการติดต่อสื่อสารและระบบสารสนเทศที่พัฒนา รวมทั้งเปลี่ยนโดยตลอด การกำเนิดของอินเตอร์เน็ต จดหมายอิเล็คทรอนิกส์ รวมทั้งการสื่อสารข้ามทวีปที่สะดวกเร็วทันใจอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เปรียบเสมือนการย่อโลกให้แคบลงแล้วก็สามารถติดต่อถึงกันได้อย่างรวดเร็วและก็คลอบคลุม ทำให้แวดวงสื่อสิ่งพิมพ์มีวิวัฒนาการและการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นเช่นเดียวกัน โดยเริ่มจากการนำประโยช์จากระบบไอทีมาประยุกต์ใช้ให้สามารถเข้าถึงข่าวสารได้ง่ายดายมากยิ่งขึ้นรวมทั้งมีความสะดวกรวดเร็วมากเพิ่มขึ้น
 
e-Magazine ก็เลยเป็นผลผลิตที่เกิดจากการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของเทคโนโลยี คำนี้บางครั้งก็อาจจะยังดูเป็นคำใหม่ที่ยังไม่ชินหูนัก แต่หากได้ทดลองเข้ามาดูก็จะพบว่า เนื้อหารายละเอียด ข่าว รูปภาพต่างๆ ทั้งหมดที่มีอยู่ในวารสาร ถูกย่อส่วนให้ลงมาได้ไม่แตกต่างจากนิตยสารที่เป็นรูปเล่ม แม้กระนั้นจะมีความไม่เหมือนกันในเรื่องของวิธีการและก็ช่องทางการรับสาร รวมถึงรูปแบบที่จะมีความทันสมัยมากยิ่งขึ้น สามารถนำเทคโนโลยีต่างๆ เข้ามาดัดแปลงได้อย่างหลากหลาย ทั้งวิธีการรับสารสบายมากยิ่งกว่าการรับสารจากแมกกาซีนในรูปแบบเดิม e-Magazine สามารถเปิดหน้าหรือเลื่อนหน้า ด้วยเทคโนโลยีดิจิตอลอันนำสมัย ทำให้เปิดหน้าในแบบภาพ 3 มิติ จากจอคอมพิวเตอร์เสมือนว่ากำลังเปิดหนังสืออยู่ ยิ่งไปกว่านี้แล้วยังมีเครื่องมือต่างๆ ที่ช่วยให้การรับสารมีความสะดวกรวดเร็วมากเพิ่มขึ้น อย่างเช่น การค้นหาข้อมูลจากรายละเอียดภายในเล่มสามารถค้นหาได้อย่างเร็ว โดยการกดปุ่ม ค้นหา (Search) จากนั้นสามารถเลื่อนไปยังหน้าที่ต้องการอ่านได้ทันที, สามารถย่อหรือขยายการแสดงผลทั้งตัวอักษรและภาพ เพื่ออ่านง่าย รวมทั้งสบายตายิ่งขึ้น สามารถกำหนดตำแหน่งของไฟล์บนเว็บ (URLs) ให้คลิกเพื่อเปิดไปหน้าเว็บเพจต่างๆ หรือเว็บไซต์ที่เกี่ยวโยงกับเนื้อหา สามารถหารายละเอียดอื่นๆ เว็บไซต์ของผู้ให้การสนับสนุน รวมถึงการพิมพ์หน้าที่อยากได้ ฯลฯ
 
ปฏิวัติสิ่งพิมพ์
 
สมัย e-Magazine
นับเป็นยุคแรกของการที่นิตยสารฉบับปรับตัวไปสู่โลกออนไลน์ โดยให้คนอ่านโหลดไฟล์ ในรูปแบบสกุล PDF มาดูบนเว็บไซต์ เรียกว่าเป็นแค่การเพิ่มช่องทาง จากอ่านบนสิ่งพิมพ์มาอยู่บนหน้าจอคอมพิวเตอร์ ซึ่งการอ่านนั้นไม่ต่างจากแมกกาซีน
 
สมัย e-Book
ต่อมาร้านขายหนังสือออนไลน์ คลอด e-Book ออกสู่ตลาด ได้แก่ Kindle จากค่าย Amazon หรือ Nook จาก Barn & Noble เป็นอีกสมัยที่เปลี่ยนแปลงผ่านของการอ่านหนังสือ เมื่อนักอ่านจะได้เปลี่ยนบรรยากาศมาอ่านหนังสือบนเครื่องพกพาขนาดจิ๋ว ที่เดินทางไปกับผู้อ่านได้ทุกหนทุกแห่ง โหลดหนังสือจากอินเทอร์เน็ตมาอ่านได้ฟรี แล้วก็การอ่านก็สบายตากว่าการดูจากจอคอมพิวเตอร์
 
ยุค Digital Magazine
ถึงแม้ e-Book จะตอบสนองการอ่านได้สะดวกยิ่งขึ้น แต่หลายๆคนคิดว่ายังไม่ใช่จุดเปลี่ยนของดิจิตอลมีเดียที่แท้จริง จนกระทั่งการมาของ iPad ด้วยความนิยมในตัวเครื่อง บวกกับการอยู่ในรูปแบบของแอพพลิเคชั่นบวกกับ Content หลายๆคนเชื่อว่าการปฏิวัติสิ่งพิมพ์เริ่มขึ้นแล้ว เมื่อ iPad สามารถเป็นได้ทั้ง Digital Picture Book (แอพพลิเคชั่นที่ประกอบด้วยหนังสือภาพ), Digital Magazine โดยมีตัวอย่างของแมกกาซีนชื่อดังอย่าง Times นั้นเปิดฉากคลอดแอพพลิเคชั่นให้ผู้ใช้ iPad สามารถดาวน์โหลดไปเพื่ออ่านบทความ ดูวิดีโอ ฟังประชาสัมพันธ์ และอื่นๆ ได้
 
การเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดเจน คือ แมกกาซีนจะมิได้มีแต่โฆษณาภาพนิ่งอีกต่อไป แต่สามารถแสดงในรูปแบบวิดีโอ พ่วงเครือข่ายสังคม หรือดึงข้อมูลจากระบบ CRM เพื่อโอกาสต่อยอดสู่การซื้อผลิตภัณฑ์ได้เลย ไม่มีอายุ ในโลกของดิจิตอลแมกกาซีน เว้นแต่ค่ายสิ่งพิมพ์จะไม่ต้องคอยรอบวันเวลาวางตลาด จะวางถี่ขนาดไหนก็ทำได้ เพราะไม่มีต้นทุนการพิมพ์ แถมสามารถวัดฟีดแบ็กได้เร็วทันใจ ไม่ต้องรอท้ายปี เกิด Ad 3.0 อุตสาหกรรมสิ่งพิมพ์ต้องเปลี่ยนรูปแบบการทำงานทั้งระบบ โรงพิมพ์จะกลายเป็นบริษัทซอฟต์แวร์ ทุกคนที่เกี่ยวข้องกับสื่อสิ่งพิมพ์ต้องปรับตัว โฆษณาออนไลน์จะเข้าสู่ยุค Ad 3.0 เปลี่ยนรูปแบบประชาสัมพันธ์เดิมๆ ไปอย่างสิ้นเชิง
 
สุธิดา มาไลยพันธุ์ Executive Vice President – Digital Media บริษัท โพสต์ พับลิชชิง จำกัด (มหาชน) เชื่อว่า Digital Media เป็นเซ็กเมนต์ใหม่ที่สิ่งพิมพ์จำต้องทำ โดยเฉพาะการมาของ โปรโมท 3.0 ที่จะมีบทบาทต่อไป “Ad 1.0 คือโฆษณาในก่อนยุคอินเทอร์เน็ตกำเนิด Ad 2.0 เป็นยุคของเว็บ โฆษณาเริ่มประเมินผลการเข้าชมจากปริมาณคลิกได้ ขณะที่ Ad 3.0 จะทำให้เข้าถึงผู้ใช้ได้ตรงมากขึ้น กูเกิลคือตัวอย่าง และยังทราบด้วยว่า ลูกค้าเป็นใคร ชอบอะไร เมื่อกำหนดกลุ่มลูกค้าได้ วัดผลได้ การลงทุนก็คุ้มค่าเพิ่มมากขึ้น และลูกค้าสามารถเลือกได้ ว่าอยากได้รับโฆษณาผลิตภัณฑ์อะไรบ้าง” ข้อด้อยสำคัญของ Digital Media คือปัญหาการถูกก๊อบปี้ แต่ว่าหลายๆคนมั่นใจว่าการจัดการลิขสิทธิ์ดิจิตอลหรือ DRM ในโลกของ Digital Media จะเกิดขึ้นอย่างเอาจริงเอาจังในไม่นานนี้ แต่ถ้าหากแมกกาซีนฉบับใดหารายได้จากประชาสัมพันธ์ ปัญหาการก๊อบปี้ก็ไม่ใช่อุปสรรคแต่อย่างใด
 
คำศัพท์ใหม่สมัย Digital Media
 
- จากคำเรียกแผงจัดจำหน่ายหนังสือพิมพ์แมกกาซีนตามร้านค้าปลีกว่า News Stand วันนี้เกิดศัพท์คำว่า Hand Stand ขึ้นมาแล้ว เพราะว่ามันเป็นร้านจำหน่ายหนังสือพิมพ์วารสารที่อยู่บนมือของเราเอง
- In App Perchaser คำศัพท์ใหม่สำหรับเรียกกลุ่มตลาดเซ็กเมนต์ใหม่ ลูกค้ากลุ่มนี้คือลูกค้าที่ซื้อผลิตภัณฑ์ผ่านแอพพลิเคชั่น เชื่อว่าจะเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักในธุรกิจโฆษณาบนแอพพลิเคชั่นคัญของ Digital Magazine
 
บทบาทของ Digital Magazine ที่มีผลกระทบต่อคนอ่าน
 
การเปลี่ยนแปลงการอ่านแบบอนาล็อก (Analog) มาสู่การอ่านแบบดิจิทัล (Digital) เพราะนอกจากจะทำให้นักอ่านได้รายละเอียดที่ดำรงไว้ซึ่งคุณภาพแล้ว ยังได้ความหลากหลายของรูปแบบสำหรับการ นำเสนอสามารถค้นหารายละเอียดในเชิงลึกแล้วก็กว้าง ทั้งยังยังสามารถตอบสนอง (Interactive) ไปยังผู้ผลิตได้โดยตรงอีกด้วย
 
รูปแบบของนักอ่านที่เปลี่ยนไปตามยุคสมัยนักอ่านสามารถ ใช้เทคโนโลยีผสมผสานกับรูปแบบของ Digital Magazine เพื่อวิวัฒนาการอ่านและเพิ่มการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพได้อย่างแท้จริง ผลพวงของ DigitalMagazine สามารถช่วยสร้างการเรียนรู้ที่สนุกสนาน และได้ผลลัพธ์ที่มีคุณภาพอย่างเช่นศุภวัฒน์คงทอง 13 ผู้ชนะเลิศจากการแข่งNJSpellingBee2011พูดว่า “ได้ศึกษาภาษาอังกฤษจาก NJ Magazine มาโดยตลอด ปกติอ่านในรูปแบบกระดาษก็ได้ความรู้แล้วก็สนุกสนานมากแล้ว เมื่อ NJ มาอยู่ในโทรศัพท์และแท็บเล็ตก็ยิ่งสะดวกเยอะขึ้น สิ่งที่ศุภวัฒน์รู้สึกชื่นชอบมากที่สุดคือ ลูกเล่นเยอะแยะซึ่งจะพาให้เขาและก็คนอ่านทุกคนได้เรียนรู้ภาษาอังกฤษอย่างตื่นตาตื่นใจ สนุกสนาน ไม่น่าเบื่อ”
 


10 e-Magazine ที่แนะนำ โดยร้านหนังสือนายอินทร์
 
1. แพรว
นิตยสารรายปักษ์สำหรับสาวยุคใหม่วัยทำงานที่ทันสมัยเป็นนิตยสารที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้หญิงในทุกด้านมีเนื้อหาสาระและความบันเทิงครบครันตั้งแต่แฟชั่นความงามสุขภาพไลฟ์สไตล์ข่าวคราวความเคลื่อนไหวในสังคมบทสัมภาษณ์บุคคลที่น่าสนใจและเรื่องราวต่างๆที่ผู้หญิงควรรู้โดยในปีที่ผ่านมานิตยสารแพรวได้มีการปรับโฉมใหม่ให้ทันสมัยและน่าอ่านยิ่งขึ้นออกวางตลาดทุกวันที่ 10 และ 25 ของเดือน
 
2. A'Lure Magazine
นิตยสาร A’lure นิตยสารแฟชั่นสาวสวยที่ยกขบวนความน่ารัก สดใส เซ็กซี่ มาเพื่อคุณผู้ชายโดยเฉพาะ พบกันเป็นประจำทุกเดือน
 
3. ชีวจิต
ทางเลือกใหม่เพื่อสุขภาพป่วยก็ต้องอ่านไม่ป่วยก็ต้องอ่าน เป็นแนวความคิดต่อ เรื่องสุขภาพแบบองค์รวม (Holistic) คือผนวกรวมเอา "ชีว" ที่หมายถึง "กาย" รวมเข้ากับ "จิต" ที่หมายถึง "ใจ"
ให้เป็นสองภาคของชีวิตที่มีผลต่อกันและกันโดยตรง ไม่อาจแยกกายออกจากจิต และจิตย่อมกระทบถึงกายเช่นเดียวกัน
ความหมายและการปฏิบัติตัวตามแนวทางของชีวจิต จึงอาจอธิบายได้ว่า คนเราจะมีความสุขความแข็งแรงได้ก็ต่อเมื่อกายและใจทำงานเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน (Wholeness as Perfection) การใช้ชีวิตให้เป็นไปตามธรรมชาติ บริสุทธิ์ละเรียบง่าย เป็นแก่นความคิดสำคัญอีกประการหนึ่งของชีวจิต ใช้ชีวิตในที่นี้หมายรวมถึง การบริโภคอาหารสุขภาพที่มาจากธรรมชาติ และมีการดัดแปลงน้อยที่สุด รวมถึงการบริโภคผลิตภัณฑ์ใดๆ ที่มาจากธรรมชาติหรือใกล้เคียงกับธรรมชาติมากที่สุด เพื่อให้ชีวิตหลุดพ้นจากความยุ่งเหยิงวุ่นวายของสังคมแบบวัตถุนิยมในปัจจุบัน ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคสมัยใหม่นานัปการ แนบเนื่องกับแนวปฏิบัติทางร่างกาย ต้องมีการปฏิบัติทางใจควบคู่ไปด้วย เป้าหมายของการฝึกจิตใจ...
 
4. SECRET
นิตยสารรายปักษ์แนวสุขภาพที่สร้างแรงบันดาลใจในการดำเนินชีวิตเป็นหลักให้แก่ชีวิตเป็นที่พึ่งทางใจด้วยการนำเสนอแง่คิดดีๆจากหลากหลายบุคคลผ่านเนื้อหาที่เข้าใจง่ายอ่านสนุกให้แง่คิดเคล็ดลับและแนวทางปฏิบัติเพื่อนำไปสู่ความสุขและความสำเร็จในชีวิตวางตลาดทุกวันที่ 10 และวันที่ 26 ของเดือน
 
5. นิตยสารแม่บ้าน
"อร่อยง่ายๆ ทำได้จริง" กับนิตยสารแม่บ้านที่อยู่คู่ครัวเรือนไทยมากว่า 37 ปี ยอดขายสูงสุดในประเทศไทยในด้านนิตยสารอาหาร ภายในนิตยสารแม่บ้านพบกับสูตรอาหารคาว อาหารหวาน อาหารเพื่อสุขภาพ อาหารสำหรับเด็ก รวมทั้งเมนู Bakery ที่น่าสนใจมากมายให้ได้เลือกปรุง พร้อมขั้นตอนการทำอย่างละเอียดที่สามารถทำตามได้อย่างง่ายดาย รวมถึงเคล็ดลับต่าง ๆ ที่สามารถนำไปใช้ประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้อีกด้วย"
 
6. RUSH Magazine
RUSH นิตยสารฉบับรายเดือนที่รวบรวมสาวสวยสุดร้อนแรง เผยความเซ็กซี่เอาใจหนุ่มๆกันทุกฉบับ พร้อมอัพเดทไลฟ์สไตล์สุดเท่ ที่หนุ่มๆทุกคนไม่ควรพลาด
 
7. บ้านและสวน
นิตยสาร บ้านและสวน มุ่งนำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับการตกแต่งบ้านการจัดสวนเกร็ดความรู้เกี่ยวกับบ้านรวมถึงเทรนด์การออกแบบสถาปัตยกรรมงานศิลปะไลฟ์สไตล์และผลิตภัณฑ์ต่างๆที่เกี่ยวข้องโดยมีกลุ่มผู้อ่านที่ครอบคลุมช่วงวัยทำงานผู้ที่มองหาบ้านเพื่อสร้างครอบครัวใหม่หรือผู้ที่ต้องการต่อเติมและตกแต่งบ้านวันนี้ “บ้านและสวน” เป็นนิตยสารเกี่ยวกับบ้านและสวนที่มียอดพิมพ์ต่อฉบับสูงสุดในประเทศซึ่งนับได้ว่าเป็นนิตยสารหมวดตกแต่งบ้านที่ขายดีที่สุดของประเทศไทยวางตลาดทุกวันที่ 10 ของเดือน
 
8. Bioscope Magazine
BIOSCOPE นิตยสารภาพยนตร์ที่เชื่ออย่างหมดใจว่า Movie is Magic...หนังสามารถบันดาลใจคนได้เปลี่ยนแปลงโลกได้ เป็นกระจกสะท้อนอะไรหลายต่อหลายอย่าง จนอาจเรียกได้ว่าหนังเป็นประตูที่จะพาคนดูไปเรียนรู้โลกใบใหญ่ และเราขอทำหน้าที่แง้มประตูบานนั้นด้วยสายตาอันกระตือรือร้นต่อการเปลี่ยนแปลงของวงการหนังและโลก
 
9. VOGUE THAILAND
นิตยสารโว้ก ประเทศไทย เป็นนิตยสารโว้กลำดับที่ 21 ของโลก ที่เน้นเรื่องราวข่าวคราวเกี่ยวกับแฟชั่น รวมถึงความงาม และไลฟ์สไตล์ของทั้งต่างประเทศและในประเทศ นำเสนอผ่านมุมมองของบรรณาธิการและนักเขียนที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์เฉพาะด้านจริงๆ เป็นเสมือนเพื่อนสนิทของผู้หญิงไทยที่จะคอยแนะนำข่าวสารข้อมูลพร้อมกับสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ให้เพื่อนเสมอ และที่สำคัญที่สุดก็คือ นิตยสารโว้กฉบับภาษาไทยต้องการนำเสนอฝีมือของคนไทยเราเองจากหลากหลายอาชีพ อย่างเช่น ช่างภาพ ดีไซเนอร์ ให้เป็นที่แพร่หลายและภาคภูมิใจในความเป็นไทยร่วมกัน
 
10. GQ THAILAND MAGAZINE
GQ Thailand เป็นนิตยสาร GQ ที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นประเทศที่ 20 ของโลก และถือเป็นผู้นำด้านแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ของสุภาพบุรุษที่ได้รับการยอมรับจากผู้อ่านทั่วโลกมานานกว่าครึ่งศตวรรษ นำเสนอเนื้อหาสาระรอบตัวที่เหมาะกับผู้ชายไทยยุคปัจจุบัน นับตั้งแต่เทรนด์การแต่งกาย การดูแลภาพลักษณ์และสุขภาพ อัพเดตกระแสวัฒนธรรมป๊อป รูปแบบการใช้ชีวิตและการท่องเที่ยว บทสัมภาษณ์ของบุคคลที่สร้างแรงบันดาลใจ ตลอดจนการหยิบยกประเด็นในสังคมไทยที่น่าสนใจมาถ่ายทอดเป็นบทความที่อ่านง่ายและได้แง่คิด ให้ทุกมุมมองของคุณมีดีมากกว่าแค่คำว่าดูดี เพื่อให้คุณเป็นผู้ชายคนใหม่ที่ดีกว่าเดิม ดังสโลแกนของ GQ ที่ว่า “Look Sharp, Live Smart”
 
 

5

 
การท่องเที่ยว หมายถึงการเดินทางเพื่อพักผ่อนหย่อนใจหรือเพื่อความสนุกสนานตื่นเต้นหรือเพื่อหาความรู้ องค์กรการท่องเที่ยวขององค์การสหประชาชาติ (World Tourism Organization) กำหนดไว้ว่า การท่องเที่ยวหมายถึงการเดินทาง โดยระยะทางมากกว่า 40 กิโลเมตรจากบ้าน เพื่อจุดประสงค์สำหรับเพื่อการพักผ่อนหย่อนใจ
 
คู่มือท่องเที่ยว เป็นอย่างไร
 
คู่มือท่องเที่ยวจะช่วยให้คุณสามารถค้นพบทำการค้นพบกิจกรรมที่ดีเยี่ยมสำหรับในการเดินทางไปยังเป้าหมายต่างๆ รอบโลกได้ คู่มือท่องเที่ยวจะให้คำปรึกษา แนวคิด ข้อมูลภูมิหลังและก็ความเห็นของท้องถิ่นที่จะช่วยให้คุณสามารถคิดแผนทริปที่เยี่ยมของคุณได้
 

 
แนะนำ 10 หนังสือท่องเที่ยว โดยร้านหนังสือนายอินทร์
 
1. เที่ยว - เฮ - เปย์ - กิน สิงคโปร์ SINGAPORE
รวมสถานที่เที่ยวทั่ว "สิงคโปร์" คัดเฉพาะที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็น Merlion, Gardens by the Bay, Marina Bay Sands, Fountain of Wealth, Esplanade, Helix Bridge, Universal Studios Singapore, Clarke Quay, Bugis, Little India,Orchard, Chinatown, Geylang, Novena, Tiong Bahru,Harbour Front, Sentosa, Jurong, Queenstown, Pulau Ubin รวมไปถึงร้านอาหารที่คัดสรรมาเสิร์ฟชนิดที่ทานแล้วต้องบอกต่อกันเลย มีเกร็ดน้อยที่ทำให้การเดินทางราบรื่นขึ้น และจุดน่าถ่ายภาพลงโซเซียลมุมมองใหม่ๆ ที่ซ่อนอยู่ในหนังสือเล่มนี้ด้วย
หลายๆ คนที่ชอบท่องเที่ยวมักเริ่มเดินทางจากประเทศใกล้ๆ บ้านเราก่อน และสิงคโปร์เป็นตัวเลือกแรกๆ ที่ได้รับความนิยม ด้วยความสะดวกในการเดินทางเพียงสองชั่วโมงนิดๆ ไม่ต้องใช้วีซ่า มีที่เที่ยวมากมาย ถ่ายรูปก็สวย อากาศก็ดี การเดินทางในประเทศก็สะดวก เหมาะกับการจัดทริปสั้นๆ จะลุยดื่ม มากับคู่หู เที่ยวกันเป็นแก๊งค์ หรือมากับครอบครัวก็เป็นอีกทางเลือกที่แนะนำค่ะ หนังสือ "เที่ยว-เฮ-เปย์-กิน สิงคโปร์" เล่มนี้รวมสถานที่เที่ยวทั่วสิงคโปร์ คัดเฉพาะที่น่าสนใจ รวมไปถึงร้านอาหารที่คัดสรรมาเสิร์ฟชนิดที่ทานแล้วต้องบอกต่อกัน มีเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยที่ทำให้การเดินทางราบรื่นขึ้น และเดินทางอย่างปลอดภัย
บางครั้งจุดหมายปลายทางอาจไม่สำคัญเท่าระหว่างทาง จะไกลหรือใกล้ถ้าได้เก็บเกี่ยวเรื่องราวดีๆ ระหว่างการเดินทางมันก็คุ้มค่าแล้ว คราวนี้เราจะพาไปเที่ยวที่ประเทศสิงคโปร์ เมืองที่เดินทางเพียงสองชั่วโมงกว่าๆ ที่นี่เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นเมืองที่ขึ้นชื่อว่าเดินทางง่ายที่สุด เหมาะสำหรับคนที่เริ่มออกเดินทางนอกประเทศเป็นครั้งแรก
เมืองนี้ออกจะวาไรตี้หน่อยๆ เพราะเป็นการรวมคนเชื้อชาติต่างๆ ทั้งอินเดีย, คนจีน ชาวเปอรานากัน มาอยู่รวมกันได้อย่างสันติ จะเห็นวัดจีน มัสยิด เทวสถาน โบสถ์คริสต์ และซิกข์อยู่ตลอดทริป มีการแบ่งย่านที่อยู่อาศัยตามกลุ่มเชื้อชาติ อย่างไชน่าทาวน์ก็เป็นย่านคนจีน ลิตเติลอินเดียก็เป็นย่านคนอินเดีย ผลพลอยได้ก็คืออาหารอร่อยๆ รสต้นตำรับจากแต่ละชาติที่หาทานได้ง่ายด้วย
แลนด์มาร์กเด่นๆ ของสิงคโปร์ที่พลาดไม่ได้ กระจุกอยู่ในตัวเมือง ก็คือ สิงโตพ่นน้ำ Merlion, สวน Gardens by the Bay และน้ำพุ Fountain of Wealth ที่ตึก Suntec City ถ้ามีเวลาเหลือก็เก็บเกี่ยวที่เที่ยวอื่นๆ ได้ ถ้าใครมาหลายครั้งแล้วแนะนำที่เที่ยวใหม่ๆ ไกลออกไปหน่อย จะปั่นจักรยานที่ Pulau Ubin ก็วิวสวยไม่น้อย เข้าสวนสัตว์ที่จัดแสดงอย่างมีมาตรฐานก็ดี หรือไปสวนสนุก Universal Studios Singapore ก็เป็นอีกที่ที่ไม่น่าพลาด!! หนังสือ "เที่ยว-เฮ-เปย์-กิน สิงคโปร์" เล่มนี้รวมสถานที่เที่ยวทั่วสิงคโปร์ สุขใจทั้งขาไปและขากลับกับ DPlus
 
2. RUSSIA มอสโก เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก และทรานส์ไซบีเรีย
คู่มือท่องเที่ยวมอสโก เซนต์ปีเตอร์สเบิร์กและทางรถไฟสายทรานส์ไซบีเรีย ไฮไลต์คือที่เที่ยวในมอสโกและเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กแบบครอบคลุม เข้าใจเมืองประวัติศาสตร์และชีพจรของเมือง เป็นสองเมืองสองมหานครที่ใครไปรัสเซียก็ต้องปักหมุดแวะที่นี้ จะมากน้อยกี่วันก็ต้องแวะไป รถไฟสายทรานส์ไซบีเรียเส้นทางดั้งเดิมคือมอสโก - วลาดิวอสตอก ที่นักเดินทางสายโรแมนติกใฝ่ฝันว่าจะได้ไปสักครั้งหนึ่ง เปิดเมืองน่าแวะบนเส้นทางรถไฟสายนี้อันได้แก่ คาซาน เยคาเตอริงเบิร์ก อีรคุสต์ และทะเวลสาบไบคาล
เราอยู่ในยุคที่การเดินทางกลายเป็นส่วนสำคัญในชีวิตมากขึ้นเรื่อยๆ ผู้คนจำนวนมากออกเดินทางด้วยเป้าหมายที่แตกต่าง และกลับมาพร้อมกับเรื่องราวหลากหลายที่ได้พบเจอ คู่มือท่องเที่ยวชุด KTC guidezine x wongklom journey เกิดขึ้นบนความเชื่อที่ว่า ทุกคนควรมีอิสระที่จะเลือกวางแผนการเดินทางท่องเที่ยวในแบบที่ตอบโจทย์ของตนเอง ทางกองบรรณาธิการจึงได้ออกเดินทางไปเก็บข้อมูลแบบ on site เพื่อคัดสรรแง่มุมแปลกใหม่หลากหลายของน่าชิม และร้านน่าชอปไว้อย่างครบถ้วน เพียงพอที่จะทำให้นักเดินทางในแบบฉบับของตัวเอง นอกจากคำแนะนำและแผนที่ เรายังแทรกเกร็ดน่ารู้และเรื่องอ่านเล่นสไตล์แมกกาซีนเกี่ยวกับแนวคิดเบื้องหลังต่างๆ เพื่อให้คุณได้ดื่มด่ำกับการเดินทางอย่างเต็มที่อีกด้วย เราหวังว่าหนังสือชุด KTC guidezine x wongklom journey จะกระตุ้นต่อมอยากเดินทาง และช่วยให้คุณเก็บเกี่ยวความทรงจำทรงคุณค่าจากการออกเดินทางแต่ละครั้งได้อย่างคุ้มค่าที่สุด
 
3. BUSAN อยู่นานๆ ได้ไหม
ปูซาน เป็นเมืองที่อายธรรมเก่าแก่ยังฝากร่องรอยเอาไว้บนก้อนอิฐ ขณะเดียวกันก็กำลังเติบโตในฐานะเมืองเศรษฐกิจสำคัญ โดยเฉพาะในอุตสหกรรมหนังที่ทำให้ปูซานเต็มไปด้วยย่านกินดื่มที่อวดคาแรกเตอร์กันผ่านหน้าตาของร้านและเมนูอาหาร ทั้งยังอุดมไปด้วยวิธีการกินอยู่แบบเก่าที่ดำเนินคู่กันไปในวัฒนธรรมใหม่ไม่รวมถึงพิกัดที่ตั้ง ที่พาให้เราได้เอาตัวไปสัมผัสกับธรรมชาติอย่างง่ายดาย ด้วยระบบขนส่งมวลชนที่สะดวกต่อการเดินทาง ไกด์บุ๊กของสองพี่น้องเจริญชัยชนะ ที่อยู่ในมือคุณเล่มนี้ไม่เพียงแต่จะทำให้การเดินทางสู่ปูซานในครั้งแรกของคุณเป็นเรื่องแสนง่าย แต่ยังมีอะไรที่แอบ "หยอด" ให้เห็นความน่าค้นหาของสถานที่นั้นๆ ผ่านสายตาของคนที่หลงรักเมืองนี้เข้าอย่างจังแล้วยังกลับไปซ้ำแล้วซ้ำอีก แต่ก็อย่างที่เธอบอกเอาไว้ ว่าที่สุดแล้วทุกการเดินทางของแต่ละคนย่อมมีเรื่องราวและมุมมองให้ประสบพบเจอต่างกันอยู่ที่ว่าเราจะค้นพบปูซานในเวอร์ชั่นของตัวเองแบบไหน กางไกด์บุ๊ก " BUSAN อยู่นานๆ ได้ไหม" เล่มนี้ไว้เป็นเพื่อนเที่ยวปูซาน ที่เหลือก็ให้ "destiny" นำทางไป
สัมผัสปูซานอย่างละเอียดทุกซอกมุม กับสองสาวพี่น้องที่หลงรักเมืองนี้จนถอนตัวไม่ขึ้น สีสันและความสดของอาหารทะเลในตลาดจากัลชิ ตลาดอาหารทะเลที่ใหญ่ที่สุดในเกาหลีใต้ ช็อป ชิม กิน ดื่ม เก๋ๆ ในย่านซอมยอน ขอพรที่ "วัดแฮดงยงกุงซา บนหน้าผาริมทะเลที่ดอกซากุระบานสะพรั่งทั่วทั้งวัด "พอมอซา" วัดกลางหุบเขาอายุกว่าพันปี ที่สวยที่สุดในฤดูใบไม้เปลี่ยนสี เดินเล่นใน "กัมซอน คัลเจอร์ วิลเลจ" หมู่บ้านศิลปินและเจ้าชายน้อยบนมาชูปิกซูแห่งปูซาน กินข้างทางแบบเกาหลีสไตล์ ในมอกจาโกลมก เดินทั่วปูซานที่เกาหลีใต้ เมืองที่งดงามไปด้วยธรรมชาติและวัฒนธรรม ทะเล ภูเขา วัดเก่า ร้านอาหาร ภาพยนตร์ ดนตรี ในเมืองหลายมิติแห่งนี้เวลาเท่าไรก็ยังไม่พอ จนต้องขออยู่ปู ซานนานๆ กว่านี้ได้ไหม ใน "BUSAN อยู่นานๆ ได้ไหม"
 
4. โตเกียวใครๆก็เที่ยวได้ Edition 3 : Tokyo & Around
คู่มือนักเดินทางฉบับพกพา ที่ให้ข้อมูลทันสมัยล่าสุดเท่าที่จะเป็นไปได้ในการท่องเที่ยว "กรุงโตเกียว" โดยได้รวบรวมทั้งสถานที่สำคัญที่เป็นแลนด์มาร์กหลักๆ และเพิ่มสถานที่ท่องเที่ยวใหม่ๆ เข้าไปอีกมาก ทั้งที่กิน ที่เที่ยว ที่ช้อป ที่พัก ฯลฯ ภายในเล่มประกอบด้วยรูปภาพสวยงาม และข้อมูลควรรู้สำหรับการวางแผนเที่ยว เป็นคู่มือการเดินทางที่เจาะลึกให้ทุกคนได้เห็นโตเกียวในมุมมองของผู้อาศัย ในแบบของคนที่สนุกกับชีวิตที่นี่ ไม่ใช่แค่ในแบบของนักท่องเที่ยวที่ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป
"โตเกียว ใครๆ ก็เที่ยวได้ Edition 3" มีการปรับปรุงมาจากเล่ม Edition 2 นอกจากจะแก้ไขและอัพเดทข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวและร้านอาหารแล้ว ยังเพิ่มเติมที่เที่ยวและร้านใหม่ๆ สำหรับขาช้อปก็ยังมีแผนที่ในย่านช้อปปิ้งแยกให้ด้วย เท่านี้ยังไม่พอ ยังเพิ่มเนื้อหาใหม่ๆ ให้ไปถึงนอกเมือง เช่น Gunma, Ibaraki เรียกว่าครบกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว เล่มเดียวเที่ยวได้ทั้งโตเกียวและรอบๆ กันเลยทีเดียว!
เนื้อหาทั้งหมดในหนังสือเล่มนี้ เขียนขึ้นจากประสบการณ์ตรงของผู้เขียนที่อาศัยอยู่ประเทศญี่ปุ่นมาเป็นเวลา 15 ปี และจากการเดินทางทั่วประเทศญี่ปุ่นครบทุกภูมิภาคและทุกจังหวัดจึงมั่นใจได้ว่าเป็นข้อมูลจริง
 
5. เที่ยวนิวยอร์ก New York และเมืองรอบๆ
ตะลุยมหานครที่เป็นศูนย์รวมของทุกสิ่งจนได้ฉายาว่า "Big Apple" (แอปเปิ้ลใหญ่) ทั้งในเกาะแมนแฮตตัน และรอบๆ โดยคนไทยที่ไปใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นจริงๆ นานนับปี ไม่ว่าจะเป็น กลางกรุงที่ Central Park, ชมพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติชื่อดังเดินเล่นเพลินๆ ย่านธุรกิจที่ Wall Street, เที่ยวชมสีสันยามคํ่าคืนที่ย่าน Times Square ล่องเรือไปชมอนุสาวรีย์เทพีเสรีภาพ Statue of Liberty และอื่น ๆ อีกมากมาย พร้อมแนะนําร้านอาหารน่าลองหลากหลายสัญชาติทานได้แบบไม่เบื่อ โดยมีแผนที่ และข้อมูลต่าง ๆ ของแต่ละสถานที่อย่างละเอียด ให้คุณสามารถใช้เป็นคู่มือเดินทางท่องเที่ยวได้อย่างมั่นใจ
 
6. เที่ยวลอนดอน London และเมืองรอบๆ
"ลอนดอน" เป็นเมืองที่ "ต้องสัมผัส" ด้วยตัวเอง แล้วจะ "ต้องมนต์" ไปกับมหานคร ซึ่งได้รับการกล่าวขานว่าเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยจินตนาการอันแสนงดงาม มีแลนด์มาร์คที่โด่งดังให้จดจำมากมาย ดื่มด่ำความโรแมนติกของวิวสวยริมสองฝั่งแม่น้ำเทมส์ เติมอาหารสมองด้วยการเรียนรู้ไปในพิพิธภัณฑ์ที่เปิดให้เข้าชมฟรีทั่วกรุง และลิ้มลองการใช้ชีวิตแบบ "ลอนดอนเนอร์" ที่จะทำให้คุณได้รับประสบการณ์ใหม่ๆ หนังสือเล่มนี้จะพาคุณสำรวจลอนดอน ตามเส้นทางที่ครอบคลุม 20 เขต พร้อมแผนที่การเดินชมเมืองแบบง่ายๆ โดยมีคำอธิบายสถานที่แบบพาไปชมถึงด้านใน นอกจากนี้ยังมีเส้นทางพิเศษสำหรับแฟนคลับทุกสาขา และทริปวันเดียวเที่ยวนอกกรุงที่จะพาไปเปลี่ยนบรรยากาศชมสิ่งน่าสนใจรอบลอนดอนกันด้วย
หนังสือเล่มนี้จะจุดประกายความฝันให้ใครสักคนได้กล้าพอที่จะออกเดินทางท่องโลกกันสักครั้ง
 
7. เที่ยวนิวซีแลนด์ New Zealand ดินแดนธรรมชาติมหัศจรรย์ สวรรค์ซีกโลกใต้
ถ้าคุณมองหาประเทศที่มีแลนด์สเคปสวยๆ มีธรรมชาติอันงดงาม และยังคงความบริสุทธิ์ดั้งเดิมไว้ได้ ท่ามกลางความทันสมัยในชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คน พร้อมความสะดวกสบายและความปลอดภัยในการเดินทางท่องเที่ยวแล้วล่ะก็ นิวซีแลนด์จะเป็นหนึ่งในประเทศที่คุณไม่ควรพลาด หนังสือเล่มนี้จะพาคุณไปเที่ยว "นิวซีแลนด์" อย่างจุใจ จากเกาะเหนือ จรดเกาะใต้ ไม่ว่าจะเป็น เกาะเหนือ อาทิ Auckland, Northland, Hamilton, Taupo, Rotorua, Tongariro และ Wellington หรือ เกาะใต้ อาทิ Cristchirch, Marlborough, Tasman, Westcoast, Queenstown, Dunedin, Southland และ Steward island อันแน่นด้วยข้อมูลน่ารู้เกี่ยวกับสถานที่เที่ยวต่างๆ มากมาย ให้คุณใช้เป็นคู่มือเดินทางท่องเที่ยวได้อย่างมั่นใจ
ลุยเที่ยวนิวซีแลนนด์ทั้งประเทศ จากเกาะเหนือ จรดเกาะใต้
 
8. Netherlands เที่ยวเนเธอร์แลนด์ แดนกังหันลม ชมทุ่งทิวลิป
ประเทศเนเธอร์แลนด์ตั้งอยู่ในทวีปยุโรป ทิศตะวันออปและทิศเหนือเป็นทะเลเหนือ ส่วนทิศใต้ติดกับเบลเยี่ยมและตะวันตกติดกับเยอรมนี มีพื้นที่ราว 41,543 ตร.กม (ใหญ่กว่าภาคตะวันออกของไทยไม่มาก) โดยมีเมืองใหญ่ที่เป็นศูนย์กลางของประเทศอยู่ทางภาคตะวันตกคือ Amsterdam หรือกรุงอัมสเตอร์ดัมซึ่งเป็นเมืองหลวงของประเทศ และ The Hague หรือกรุงเฮก เป็นเมืองศูนย์รวมที่ทำการของรัฐ และมีสถานเอกอัครราชทูตหลายประเทศ รวมถึงไทยเราตั้งอยู่ที่กรุงเฮกนี้เช่นกัน ไทยกับเนเธอร์แลนด์มีความสัมพันธ์ระหว่างกันอย่างแน่นแฟ้นตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ได้มีการส่งคณะทูตและติดต่อค้าขายทางเรือระหว่างกัน รวมถึงการเสด็จเยือนระหว่างประเทศของพระมหากษัตริย์และราชวงศ์เรื่อยมา
 
9. EBC48 เอเวอเรสต์เสี่ยงทาย
Everest Base Camp เป็นจุดเริ่มต้นของผู้ที่จะไปพิชิตยอดเขาที่สูงที่สุดในโลกในขณะเดียวกันก็เป็นจุดหมายปลายทางของหลาย ๆ คนที่ขอเพียงพาตัวเองเข้าใกล้ความยิ่งใหญ่สักครั้ง แม้ไม่ได้แตะจุดที่สูงที่สุด แต่ความอิ่มใจที่ได้พิชิตเป้าหมายนั้นไม่ต่างกัน บันทึกการเดินทางเล่มนี้ไม่เท่ ไม่โปร และเต็มไปด้วยความทุลักทุเลแต่อ่านและจะวางไม่ลง เพราะมีเรื่องให้เสี่ยงทาย และเซอร์ไพรส์ตลอดทุกย่างก้าว มาเอาใจช่วยนักเดินทาง ทั้ง 4 คน 8 ขา ให้ไปถึง EBC อย่างปลอดภัยด้วยเถิด
การผจญภัยบนเส้นทาง Trekking ในฝันของ 4 คน 8 ขา ประกอบด้วยสามหนุ่มฉกรรจ์และสาวตั้งครรภ์หนึ่งคน!
 
10. Spain เยือนถิ่นบอลดัง เมืองกระทิงดุ
"สเปน" เป็นประเทศที่ร่ำรวยไปด้วยวัฒนธรรมและสถานที่ท่องเที่ยวที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนประเทศใดในยุโรป ด้วยความที่เคยตกอยู่ภายใต้การปกครองของชาวอารับยาวนานกว่า 600 ปี "Spain เยือนถิ่นบอลดัง เมืองกระทิงดุ" เล่มนี้ เป็นคู่มือนำเที่ยวสเปนที่จัดทำขึ้นมาในรูปแบบบันทึกการเดินทางผสมกับการเล่าเรื่อง โดยตั้งใจแทรกประวัติศาสตร์และความรู้ที่เกี่ยวข้องกับสถานที่นั้นๆ เอาไว้ การันตีว่าจะพาผู้อ่านทุกท่านเดินทางเที่ยวได้โดยไม่หลง แล้วยังจะได้รับความรู้และเกร็ดประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง ช่วยเติมเต็มประสบการณ์การเดินทางให้สมบูรณ์แบบราวกับมีไกด์ส่วนตัวติดตามไปด้วย กับ 9 เมือง จากเหนือจรดใต้ บนดินแดนแห่งสองอารยธรรมเก่าแก่
 

6

 
รอมแพง เป็นนามสมมุติของ จันทร์ยวีร์ สมปรีดา ชื่อเล่น: อุ้ย กำเนิด พ.ศ. 2520 อำเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นนักประพันธ์ชาวไทย เธอมีผลงานมาแล้วมากยิ่งกว่า 20 งานเขียนด้วยกันอย่าง ดาวเกี้ยวเดือน, บุพเพสันนิวาส, มิติรักข้ามดวงดาว, คีตโลกา, เรือนพะยอม และส่วนมากก็จะเป็นนิยายแนวรักตลก งานของคุณอุ้ยมีเอกลักษณ์ทั้งสำนวนภาษา แล้วก็บทพรรณาโวหารที่บรรยายสถาปัตยกรรมรวมทั้งศิลปกรรมในสมัยนั้น บุคลิกลักษณะตัวละคร โดยเฉพาะนางเอกให้มีลักษณะท่าทางที่สดใสร่าเริง มีความมั่นใจในตัวเองสูงชื่อนามแฝง ใช้ตามชื่อตัวละคร รอมแพง ในเรื่อง เวียงกุมกาม ของทมยันตี แปลว่า "ผู้เป็นที่รัก" หรือ "หญิงผู้เป็นที่รัก"
 
คุณอุ้ยเรียนจบจากสถานศึกษาวัดประทุมทายการาม ในระดับประถมศึกษา และมัธยมศึกษาจากโรงเรียนกัลยาณีศรีธรรมราช ระดับปริญญาตรีจากคณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร เอกประวัติศาสตร์ศิลปะ โทภาษาไทย ทำงานประจำหลายงาน ตั้งแต่ขายเครื่องสำอาง เซลล์ขายบ้าน เลขานุการทนายความ ธุรการ พนักงานประเมินราคาของบริษัทตกแต่งภายใน พนักงานพิสูจน์อักษร ภัณฑารักษ์ (ผู้ดูแลพิพิธภัณฑ์) จนกระทั่งคุณอุ้ยเริ่มเขียนหนังสือโดยประมาณปี พุทธศักราช 2549 และก็ได้รวมเล่มในปีถัดมา ขณะนั้นคุณอุ้ยประกอบอาชีพอื่นอยู่ จึงลาออกมาทำงานเขียนเป็นงานประจำ คุณอุ้ยได้ทดลองเขียนนวนิยายลงเว็บ Pantip และมีคนเริ่มติดตาม ประกอบกับมีแมวมองจากสำนักพิมพ์เข้ามาทาบทามให้ลงตีพิมพ์เป็นรูปเล่ม คุณอุ้ยจึงทำงานประจำไปด้วยและก็มีงานด้านการเขียนบนโลกออนไลน์เป็นงานที่ทำเวลาว่าง ซึ่งเป็นงานที่คุณอุ้ยรัก
 
ถึงแม้จะไม่เคยต้องการเป็นคนเขียนมาก่อน แม้กระนั้นคุณอุ้ยเริ่มอ่านหนังสือมาตั้งแต่เด็กๆ โดยเริ่มอ่านหนังสือทุกหมวดหมู่ตั้งแต่นิทานอีสป ตำราเรียน เรื่องสั้น นิยาย ประวัติศาสตร์ อื่นๆอีกมากมาย ชนิดที่ว่าความกว้างของห้องสมุดสำหรับประชาชนก็ยังไม่เพียงพอต่อความรักสำหรับเพื่อการอ่านของเธอ
 
จุดเริ่มต้นที่ทำให้เกิดนิสัยรักการอ่าน เริ่มมาจากที่คุณพ่อและก็รวมทั้งคุณแม่ไม่ค่อยมีเวลาเนื่องจากว่าต้องทำงานหนัก รวมทั้งคุณพ่อเป็นคุณครูที่ดุมาก จะไม่ค่อยได้สอนอะไรเรามากแค่ไหน ถ้าสอนทีไรน้ำตาแน่ๆ เราไม่ต้องการร้องไห้ก็เลยไม่ค่อยให้คุณพ่อสอน เลยเริ่มไปศึกษาสิ่งต่างๆ จากหนังสือตั้งแต่ในตอนนั้น
 
เริ่มจากนิทานอีสปที่อ่านแล้วรู้สึกเหมือนเด็กๆทั่วๆไป แล้วเราอาจจะมีนิสัยแปลกๆอย่างหนึ่ง คืออ่านหนังสือแล้วจะเห็นภาพตามตัวอักษรที่อ่าน มันก็เลยกลายเป็นว่าเรามิได้อ่านอย่างเดียว แต่เราได้จินตนาการแล้วก็เห็นภาพนั้นๆตามความนึกคิดของเราไปด้วย ไม่ใช่แค่นิทานอย่างเดียว กับตำราเรียนก็เห็นภาพด้วยนะ เลยชอบอ่านหนังสือเรียนไปด้วย ก่อนเปิดเทอมเวลาได้หนังสือมาใหม่ เราจะรีบอ่านโดยทันทีเลย ทุกเล่ม ทุกวิชาเลยนะ แต่จะสนุกสนานเพียงแค่รอบแรก แล้วก็ทิ้งไว้และก็หลังจากนั้นจึงค่อยเอามาอ่านอีกครั้งตอนสอบ พออ่านไปก็ชอบอ่านหนังสือมากขึ้น
 
ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต คุณอุ้ยเล่าให้ฟังอย่างร่าเริงแจ่มใสว่า ชอบท่องเที่ยวแบบแบคแพค แบกเป้เดินทางไปท่องเที่ยวคนเดียวทั้งในไทยรวมทั้งต่างประเทศ อย่างในไทย เวลาไปครั้งนึงจะไปเที่ยวทั้งภาคเลย ไปทีละหลายจังหวัด ส่วนต่างประเทศ ที่ไปมามีประเทศเยอรมัน 25 วัน อื่นๆอีกมากมาย โดยจะชอบเดินชมพิพิธภัณฑสถานรวมทั้งโบราณสถานของประเทศนั้นๆ เวลาไปท่องเที่ยวแต่ละครั้งจะไปนานเป็นเดือนๆ ส่วนขณะนี้อยากไปฝรั่งเศสรวมทั้งอิตาลี เพียงแต่ยังไม่มีเวลา
 
นอกจากนี้ คุณอุ้ยยังชอบอ่านนิยาย นักประพันธ์ในดวงใจก็เลยมีหลายๆคน ได้แก่ ทมยันตี แก้วเก้า ว.วินิจฉัยกุล กิ่งฉัตร ตรี อภิรุม ฯลฯ แถมคุณอุ้ยยังชอบเล่นเกมอีกด้วย
 
สิ่งที่ทำให้เกิด “รอมแพง
 
คุณอุ้ยเล่าว่า นามสมมุติ “รอมแพง” นี้เป็นชื่อตัวละครหนึ่งในนวนิยายเรื่อง เวียงกุมกาม ของทมยันตี ซึ่งเป็นชื่อที่คุณอุ้ยติดอกติดใจเพราะว่าเป็นภาษาล้านนาโบราณ มีความหมายลึกซึ้งแปลว่า หญิงผู้เป็นที่รัก จึงเลือกมาใช้เป็นนามแฝง
 
บุพเพสันนิวาส
 
กว่าจะมาเป็น “บุพเพสันนิวาส” แม้จะใช้เวลาเขียนนวนิยายเรื่องบุพเพสันนิวาสเพียง 1 เดือน แต่จำเป็นต้องใช้เวลาในการค้นคว้าหาข้อมูลเพื่อนำมาเขียนถึง 3 ปีเศษ โดยเมื่อมีเค้าโครงเรื่องแล้ว ก็เริ่มหาข้อมูลจากการอ่านหนังสือ และก็เหตุการณ์ในอดีตต่างๆแล้วเอามาผูกโยงเข้ากับจินตนาการ
 
เมื่อถามเหตุผลว่า เพราะอะไรถึงกำหนดเลือกเขียนในยุคสมัยของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช คุณอุ้ยอธิบายว่า ก่อนหาข้อมูล คุณอุ้ยจำเป็นต้องตกลงใจเลือกว่าจะเอาช่วงใดมาเขียนดี เลยอยากเลือกยุคสมัยที่ยังไม่ค่อยมีคนเขียนถึงมากเท่าไรนัก เพื่อให้งานเขียนออกมามีความแตกต่างแล้วก็น่าสนใจ
 
ปัจจุบันนี้บทประพันธ์เรื่อง “บุพเพสันนิวาส” ได้รับการพิมพ์ซ้ำไปเเล้วมากกว่า 27 ครั้ง เเละภายหลังละครออกอากาศไปขณะนี้มียอดการพิมพ์เพิ่มอีกไม่ต่ำกว่า 10 ครั้ง ยิ่งไปกว่านั้นคุณอุ้ยยังมีผลงานอื่นๆ กว่า 20 ผลงาน อาทิเช่น ดาวเกี้ยวเดือน, มิติรักข้ามดวงดาว,คีตโลกา, เรือนพะยอม ,พรายพยากรณ์,พรายเนตรทิพย์ ฯลฯ โดยส่วนใหญมักเป็นนวนิยายแนวโรแมนติกคอมเมดี้
 
บุพเพสันนิวาส เคยถูกปฏิเสธจากทางสำนักพิมพ์ จนสุดท้ายก็ได้รับการตีพิมพ์จากสำนักพิมพ์เดิมที่เธอเคยร่วมงานกันมาก่อน ชวนให้คิดถึงเรื่องราวของ เจ.เค.โรว์ลิง คนเขียนมือทองนักเขียนแฮร์รี่ พอตเตอร์ ที่เคยถูกปฏิเสธการตีพิมพ์ต้นฉบับแฮร์รี่ พอตเตอร์หลายครั้งก่อนที่จะโด่งดังในตอนหลัง ช่วยทำให้เกิดแรงผลักดันว่า มนุษย์เราย่อมจำต้องผ่านโมเมนต์แบบนี้บ้าง ก่อนจะไปถึงเป้าหมาย
 


10 นิยายแนะนำของรอมแพง โดยร้านหนังสือนายอินทร์
 
1. บุพเพสันนิวาส โดย รอมแพง (ละครช่อง 3)
หนังสือนิยายเรื่องเยี่ยมของรอมแพง ที่นำมาทำเป็นละครทางช่อง 3 การย้อนกลับมาสู่สมัยอยุธยา ของเกศุรางค์ นักโบราณคดีสาวหุ่นท้วม กับพ่อเดช บุพเพสันนิวาส เป็นเรื่องราวความรักอิงประวัติศาสตร์ ที่รอมแพง เรียบเรียงมาได้อย่างสนุก อ่านแล้วจะวางไม่ลงเลยทีเดียว
อำนาจเหนือดวงจิตเป็นดังบุพเพสันนิวาส ที่นำพาดวงใจสองดวงให้มาบรรจบกัน ดุจดั่งความรักของ "เกศสุรางค์" นักโบราณคดีสาวร่างอ้วนวัย 25 ปี ที่มีหน้าตาสุดแสนธรรมดา ทว่าเธอเป็นคนมีนิสัยร่าเริงแจ่มใส มองโลกในแง่ดี และมีความรู้ด้านโบราณคดี และภาษาฝรั่งเศสเป็นอย่างดี เธอจึงเป็นที่รักของคนใกล้ชิด แต่ผู้ที่เกศสุรางค์อยากได้รับความรักจากเขามากที่สุดก็คือ เรืองฤทธิ์ เพื่อนสนิทที่คบกันมานานหลายปี แต่เพราะคิดว่าเรืองฤทธิ์คงไม่สนใจคนหน้าตาธรรมดา ๆ แถมยังอ้วนจนหน้าเกลียด เกศสุรางค์จึงต้องเก็บงำความรักที่มีต่อเขาเรื่อยมา เพื่อรอคอยวันที่เธอจะกล้าเผยความในใจกับเขาโดยที่ไม่รู้เลยว่าวันนั้นจะมาไม่ถึง เพราะวันหนึ่งขณะที่เกศสุรางค์และเรืองฤทธิ์เดินทางกลับจากไปทำงานที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา รถตู้เกิดอุบัติเหตุพลิกคว่ำ ยังผลให้เกศสุรางค์เสียชีวิตคาที่! แล้วบุพเพสันนิวาส ก็นำพาให้ดวงวิญญาณของเกศสุรางค์ ย้อนเวลามาสองร้อยกว่าปี มาอยู่ในยุคของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ในร่างของแม่หญิงการะเกิด ผู้มีความงามเป็นเลิศ แต่ก็มีความร้ายกาจ ที่ทำให้เป็นที่เกลียดชังของผู้คนทั้งเรือน โดยเฉพาะลูกชายเจ้าของเรือนหมื่นสุนทรเทวา
 
2. ป่วนรักสลับร่าง รอมแพง
เมื่อหญิงชายที่นิสัยต่างกันสุดขั้วต้องมาพบกับเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่ทำให้ทั้งสองต้องสลับร่างกัน ความโกลาหลก็บังเกิดในบัดดล เมื่อ "นิลกานต์" สาวเซอร์สุดแสบ ติดดิน ขี้งก สกปรก (ในบางครั้ง) อีกทั้งขี้โม้และปากดีเป็นที่หนึ่ง ต้องมาเปลี่ยนร่างกันกับชายหนุ่มรูปงาม นั่นก็คือ... "ภาสกร" ผู้เนี้ยบตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ทั้งถือตัว สะอาดเอี่ยม เงียบขรึม วางท่าเป็นยอดชายไร้เทียมทาน ด้วยความต่างกันสุดกู่ จะสร้างความหายนะใดให้เกิดขึ้น แค่คิด..ก็มันส์แล้ว!
 
3. พรายพรหม
"พิมพ์ลดา" ต้องทนทุกข์ทรมานจากการแต่งงานกับ "ปรเมศวร์" และต้องเข้าโรงพยาบาลด้วยอาการร่อแร่ใกล้สิ้นใจด้วยการทำร้ายของสามี และเมื่อรู้สึกตัวอีกครั้ง เธอก็พบว่าตัวเธอได้กลับไปยังชาติก่อน ที่เธอได้ก่อกงเกวียนกำเกวียนเป็นบ่วงผูกพันความแค้นและความพยาบาทให้ใครหลายคน พิมพ์ลดา...จะแก้ไขความผิดทั้งหมดให้ถูกต้อง แต่เมื่อเธอต้องเผชิญกับความรักหลายเส้า แล้วจะมีหนทางใดตัดบ่วงแห่งรักที่จะก่อให้เกิดเรื่องร้ายๆ นั่นได้นะ? เอาใจช่วยเธอพร้อมกันได้แล้วใน "พรายพรหม" เล่มนี้
 
4. ปักษานาคา
เพราะความขัดแย้งของพี่น้องสองสาวที่มีสวามีองค์เดียวกัน ต่างคอยจะแก่งแย่งชิงดีเพื่อให้เป็นที่รักของสวามี จนแต่ผลร้ายกลับมาตกอยู่กับลูก ~ลูกของนาง ความขัดแย้งแปรเป็นความเคียดแค้น อาฆาตระหว่างเทพสุบรรณ พญาครุฑผู้ยิ่งยง และ เทพนาคา ผู้เป็นใหญ่เหนือมวลนาค แต่ละครั้งที่ทั้งสองฝ่ายเปิดฉากปะทะกัน สรรพชีวิตในป่าหิมพานต์ต่างล้วนแต่ได้รับความทุกข์โทมนัส จนพระอินทร์และเทพพระจันทร์ซึ่งเปรียบไปก็เหมือนเป็นต้นเหตุแห่งความบาดหมางนี้ ต้องยื่นมือเข้ามายุ่งเกี่ยว หวังจะจัดการเรื่องราวให้จบลงด้วยดี ....
เทพพระจันทร์เชื่อว่า ทุกสิ่งจะลุล่วงได้ด้วย ..ความรัก... จึงบันดาลให้เทพสุบรรณพบรักกับนางนาคน้อย กุณฑลา จนเกิดสัมพันธ์ลึกซึ้งชั่วข้ามคืน แต่กลับกลายเป็นความวุ่นวายทั่วทั้งป่าหิมพานต์และสวรรค์ชั้นฟ้าเป็นเวลาหลายร้อยปีทีเดียว หากความเชื่อของเทพพระจันทร์ก็ยังคงถูกต้องเสมอ เพราะไม่มีสิ่งใดที่จะคลี่คลายแก้ไขเรื่องราวต่าง~ต่าง แปรเปลี่ยนเรื่องร้ายให้กลายเป็นดีไปได้ นอกเสียจาก “ความรัก” ….
 
5. ดาวเกี้ยวเดือน
"ประกายดาว" ช่างภาพเป็นสาวโสดที่มีอายุ 32 ปี ที่มีความเป็นตัวของตัวเองสูงมาก และเคยมีคนรักมาหลายคนแต่ไม่เคยประสบความสำเร็จในด้านความรักเลย เมื่อถึงวันเกิดได้ไปทำบุญบ้านเด็กกำพร้าและได้เจอ "ศิวะ" แฟนเก่าที่พยายามมาก้อร่อก้อติก จนกลายเป็นข่าวดัง ประกายดาวจึงย้ายไปอยู่กับพี่ชาย ด้วยความเซ็ง เมื่อได้เล่นกับหลานและเริ่มคิดถึงชีวิตที่มีลูกมาเป็นเพื่อนจึงมีความคิดที่อยากจะมีลูกก่อนอายุ 35 ปี เพราะถ้ามีหลังนั้นอาจจะทำให้ลูกผิดปกติได้ เธอจึงวางแผนที่จะหาพ่อพันธุ์และได้ล็อกเป้าหมายไว้สองคนคือ "หม่อมราชวงศ์จันทรภานุ" กับ "พงศ์จันทร" ซึ่งเป็นนักธุรกิจหนุ่มหล่อรวยทั้งคู่ ประกายดาวไปเจอกับหม่อมราชวงศ์จันทรภานุในงานแฟชั่น และหมายมั่นที่จะเป็นเพื่อนกับคุณชายจันทร์ให้ได้เพื่อจะได้ขอในสิ่งที่ต้องการ โดยไม่ต้องการสัมพันธ์ทางกาย เพราะหม่อมราชวงศ์จันทรภานุเป็นคนดัง รวยและมีอิทธพลมากเหมือนซูเปอร์สตาร์คนหนึ่ง
เธอต้องวางแผนสร้างความประทับใจเพื่อให้สนิทสนม และประกายดาวก็ได้ดังใจนึกรวมทั้งเกินจะนึกฝันด้วย นอกจากนี้ประกายดาวได้มีโอกาสรู้จักเป้าหมายที่สองคือ พงศ์จันทรด้วยความบังเอิญ และได้สานต่อความสัมพันธ์พอสมควรก่อนที่จะขึ้นเชียงใหม่ไปเพื่อทำตามแผนตีสนิทคุณชายจันทร์ หม่อมราชวงศ์จันทรภานุเป็นยิ่งกว่าที่ประกายดาวหวังไว้ เมื่อได้ไปเจอกันที่เชียงใหม่ได้คุยได้ไปเที่ยว ด้วยกันหลายที่ หม่อมราชวงศ์จันทรภานุชอบประกายดาวมากและมอบสร้อยเพชรรูปดาวให้เข้าชุดกับสร้อยที่ประกายดาวมี แต่แผนการกลับไม่ราบรื่นเมื่อประกายดาวบังเอิญมาเจอแฟนเก่าสามคนพร้อมๆ กันกับเป้าหมายที่ 2 ที่มาประชุมงานที่เชียงใหม่ เรื่องราวต่างๆ ดูผิดแผนและวุ่นวายไปหมด แล้วอย่างนี้เธอจะมีลูกก่อนอายุ 35 ปีได้ไหมนี่...
 
6. พรายพยากรณ์
"พิณชนิดา" หมอดูสาวผู้มีความแม่นยำประดุจตาเห็นและ "ภิชาสินี" น้องสาวผู้มีสัมผัสที่หกพร้อมด้วยสัตว์เลี้ยงแสนรัก "ปิ่นมณี" ราชินีตุ๊กแก ใช้ชีวิตอยู่ในคอนโดมิเนียมหรูเพียงสามสาว แต่ต่อมาพิณชนิดากลับดูดวงพบว่าเนื้อคู่ของตนซึ่งไม่เคยพบหน้ากำลังมีภัย มิหนำซ้ำยังรู้ถึงทิศทางในการไปหาเนื้อคู่จนพบว่าเนื้อคู่ตนคือ "ภูมินทร์" นักธุรกิจหนุ่มกำพร้า ในที่สุดก็ต้องดิ้นรนไปช่วยเหลือพร้อมทั้งต้องยกโขยงกันไปช่วยคุ้มครองถึงที่ ทั้งที่รับรู้ว่าภูมินทร์มีคู่หมั้นอยู่แล้วนั่นคือ "เปรมสุดา" แต่พิณชนิดาก็ไม่หวั่นเพราะมั่นใจในฝีมือการดูดวงของตนมากว่าไม่มีวันพลาด...ภูมินทร์จะเอาตัวรอดจากเคราะห์ร้ายและพิณชนิดาได้หรือไม่ ติดตามพร้อมกันในเล่ม
 
7. คีตโลกา
เมื่อคนเรามีความสมบูรณ์พร้อมไปเสียทุกสิ่ง ต้องมาพบเจอกับความผิดหวังที่แสนสาหัสเป็นครั้งแรกในชีวิต คงมีสักวูบหนึ่งที่คิดจะจบชีวิตลงอย่างคนหนีปัญหา โดยไม่ได้รับรู้เลยว่า บางทีความทุกข์ของตนนั้นแค่เล็กน้อยเท่านั้น ยังมีผู้คนอีกมากที่ต้องพบเจอกับความทุกข์และผิดหวังมากกว่า ดังเช่น 'อัญมา' คุณหนูแสนสวยที่เพียบพร้อมไปทุกด้าน พอได้เจอกับความผิดหวังจึงได้คิดสั้นไปวูบหนึ่ง เมื่อคิดล้มเลิกกลับเกิดอุบัติเหตุที่นำพาเธอไปยังอีกโลก โลกที่ตรงกันข้ามกับโลกที่เธอเคยอยู่โดยสิ้นเชิง คุณหนูอัญมาแสนไฮโซต้องกลายเป็น 'ไอ้อัญ' เด็กติดยาที่อาศัยอยู่ในสลัม แล้วเธอจะตัดสินใจอย่างไรต่อไปกับชีวิตใหม่เอี่ยมอ่องที่บุบบู้บี้นี้ดีล่ะ? ติดตามหาคำตอบได้ในเล่มเลย
 
8. โภคีธรา
โภคีธรา...ดินแดนแห่งนาคา มีต้นน้ำสายหนึ่งซึ่งได้ชื่อว่าเป็นต้นกำเนิดแห่งนาคาทั้งปวง แต่มิว่าผู้ใดก็มิเคยพบพาน
พบกับเรื่องราวของ 'มุกมณี' สาวในยุคปัจจุบันที่ได้ไปเกิดใหม่เป็นถึง 'เทพตานีทอง' แห่งแดนหิมพานต์ กับภารกิจตามหาต้นน้ำโภคีธราเพื่อช่วยเหลือน้องสาวในโลกมนุษย์ ทำให้เทพสาวมือใหม่ที่ยังไม่คุ้นกับการมีอิทธิฤทธิ์ต้องออกผจญภัยในดินแดนที่มากไปด้วยภยันตรายต่างๆ แต่โชคดีที่มี 'เจ้าแม่ตะเคียนทอง' และ 'วิญญาณทหารเลวแห่งอโยธยา' เป็นพี่เลี้ยงร่วมเดินทางไปด้วยกัน แต่อุบัติเหตุระหว่างทางทำให้มุกมณีเผลอฉุดชายหนุ่มรูปงามติดมือมาร่วมขบวนเดินทางด้วย พร้อมกับตั้งฉายาให้ว่า "คนหน้าหิน" แต่ชายหนุ่มที่ดูเย็นชาผู้นี้กลับมีประวัติความเป็นมาที่ไม่ธรรมดา เรื่องราวต่อจากนี้จะสนุกสนาน เฮฮา และยุ่งเหยิงขนาดไหน ติดตามอ่านกันได้ในเล่มเลย
 
9. มณีรัตนะ
หลังจาก "พีรกานต์" รอดชีวิตจากการจมน้ำ ทุกสิ่งในชีวิตของเธอก็แปลกไป ทุกครั้งที่เธอหลับก็จะรับรู้เรื่องราวความเป็นไปของเด็กหญิงที่ชื่อ "นวล" ลูกสาวคนเล็กของ "พระยาศรีภูริยะปรีชา" ซึ่งดำเนินชีวิตอยู่ในสมัยรัชกาลที่ 5 ในขณะที่นวลเอง ก็สามารถรับรู้เรื่องราวและความทรงจำต่างๆ ของพีรกานต์ได้เช่นกันหลังจากที่เธอรอดชีวิตจากการจมน้ำ ทว่า...ความที่เป็นเด็กน้อยแสนซุกซนมาก่อน นวลจึงถูกส่งตัวเข้าวังเพื่อเรียนรู้การเป็นหญิงสาวที่เพียบพร้อมด้วยกิริยา มารยาท และวิชาความรู้ในด้านการเรือน แล้วนวลที่มีความทรงจำของหญิงสาวในยุคปัจจุบันจะสามารถเอาตัวรอดกฎระเบียบที่เข้มงวดและเรียนรู้การเป็นสาวชาววังได้หรือไม่ เหตุใดพีรกานต์และนวลจึงสามารถรับรู้และมีความทรงจำร่วมกันได้ ติดตามพร้อมกันได้แล้วใน "มณีรัตนะ" เล่มนี้
 
10. เรือนพะยอม
"รสิกา" สาวงามเมืองกรุงเจอมรสุมชีวิตคือพ่อเลี้ยงที่คิดลามก จึงจำใจต้องไปทำงานต่างจังหวัด ด้วยการไปดูแลหลานสาวของ "วฤกษ์"
... "หนูมิว" เป็นเด็กกำพร้าเพราะพ่อแม่ซึ่งเป็นน้องของ "วฤกษ์" ได้เสียชีวิตไปเพราะอุบัติเหตุ รสิกาจำต้องเดินทางก่อนกำหนดเพื่อหลีกเลี่ยงการพบเจอพ่อเลี้ยง เมื่อมาถึงเรือนพะยอม ซึ่งมีบ้านเรือนไทยโบราณกับบ้านที่เป็นตึกใหญ่ รสิกาก็รู้สึกแปลกๆ ราวกับว่าเคยเห็นภาพของบ้านเรือนไทยหลังนี้มาก่อน คืนแรกที่รสิกามาอยู่ในเรือนพะยอมก็ฝันเห็นผู้หญิงคนหนึ่งในชุดโบราณที่หน้าซีดน่ากลัว ทำให้ตกใจตื่นกลางดึก ยืนที่ระเบียงจนวฤกษ์มาพบ และคืนต่อมาก็เจอวิญญาณจนต้องวิ่งหนีออกมาและได้เกิดเรื่องราวต่างๆ ขึ้นมากมาย
เกือบทุกคืนรสิกาจะฝันถึงเรื่องราวเก่าๆ และจบท้ายที่ผู้หญิงชุดโบราณที่หน้าซีดยื่นมือมาด้วยทุกครั้ง หลายครั้งเข้าคืนหนึ่งเมื่อตื่นก็ได้ยินเสียงลากของซ้ำ ๆ จนเกิดความกล้าเดินออกไปสำรวจก็ไม่พบอะไร ตลอดเวลาที่เรื่องราวผ่านไป รสิกาฝันเรื่องเก่าโบราณต่อเนื่องตามลำดับ จนต้องเอามาปรึกษากับวฤกษ์ และ "ป้าปาริชาติ" ป้าปาริชาติเอะใจว่าเรื่องราวที่รสิกาฝันคล้ายเรื่องราวยุคคุณปู่ของเธอ คือแม่พะยอมคู่รักซึ่งเป็นญาติห่าง ๆ ของ "คุณพฤกษ์" พี่ชายของคุณปู่ของเธอ "คุณย่ามะลิ" กับป้าปาริชาติเล่าให้ฟังว่าแม่พะยอมกระโดดน้ำตายในบ่อน้ำหลังเรือนพะยอม เมื่อรสิกาได้ทราบเรื่องก็คิดว่าผู้หญิงในฝันคงต้องการจะบอกอะไรบางอย่างกับเธอ...
 
...อดีตชาตินำพาให้เธอมาเจอเขาหรือความตายจะเป็นจุดเริ่มต้นของความรักที่กลับคืนมา...

7

 
ความเป็นมาของการ์ตูนความรู้ในไทย
 
ถ้าหากจะมองย้อนกลับไปถึงที่มาของการ์ตูนความรู้ไทย จะมองเห็นได้ว่ามิได้เพิ่งเริ่มมาเพียง 4-5 ปี แต่สามารถนับย้อนกลับไปถึงตั้งแต่ “ชัยพฤกษ์การ์ตูน” ที่ก่อตั้งโดย รงค์ประภาสะโนบล แล้วก็ตีพิมพ์โดยสํานักพิมพ์ไทยวัฒนาพานิช ในปี พุทธศักราช 2513 หรือเกือบจะ 40 ปีที่แล้ว ถัดมาคือ “ขบวนการแก้จน” ของประยูรจรรยาวงศ์ที่ตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ไทยรัฐตั้งแต่ปี พ.ศ. 2515 ไล่เรียงมาจนกระทั่ง “คําแพง เด็กอีสาน” ของเตรียมชาชุมพร ที่เป็นการ์ตูนความรู้ในแบบเล่มทีแรกในปี พ.ศ. 2524 แล้วก็ในตอนราวๆปี พ.ศ. 2525 ถึง พ.ศ. 2538 ยังมีการ์ตูนความรู้ที่จัดทําโดยกรมวิชาการแล้วก็สํานักพิมพ์เอกชน โดยหลายเล่มวาดรูปโดย สุรพล พิทยาสกุล
 
ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2528 การ์ตูนความรู้จากญี่ปุ่นเริ่มเข้ามาตีตลาดในประเทศไทย พร้อมๆกับ อิทธิพลของการ์ตูนบันเทิงของประเทศญี่ปุ่น โดยเริ่มจากการ์ตูนชุด “วิทยาศาสตร์อ่านสนุก” ที่พิมพ์โดยสํานักพิมพ์ซีเอ็ดยูเคชั่น ในปี พ.ศ. 2528 ซึ่งได้รับความสําเร็จเป็นอย่างดีทําให้สํานักพิมพ์ซีเอ็ดจัดพิมพ์การ์ตูนความรู้ในแบบเดียวกันออกมาอีกหลายชุด และก็สํานักพิมพ์อื่นๆก็เริ่มพิมพ์การ์ตูนความรู้จากประเทศญี่ปุ่นเช่นเดียวกัน ได้แก่สํานักพิมพ์อมรินทร์เริ่มพิมพ์ชุด “เจาะจักรวาลชีวิต” แล้วก็ชุด “พิภพมหัศจรรย์” ในปี พุทธศักราช 2536 และก็ชุดอื่นๆตามมาอีกหลายชุด ส่วนสํานักพิมพ์นานมีบุ๊คส์ก็เริ่มพิมพ์การ์ตูนชุด “โดเรมอนสอนคณิตศาสตร์” และก็ชุด “โดเรมอนค้นพบความมหัศจรรย์” ในปี พ.ศ. 2536 ซึ่งการ์ตูนชุดโดเรมอนสอนความรู้นั้น ได้เผยแพร่ทั้งสิ้นมากยิ่งกว่า 70 เล่ม
 
กระแสความนิยมของการ์ตูนญี่ปุ่นในยุคนั้น ทําให้การ์ตูนไทยซบเซาไปพักใหญ่อีกแทบ 20 ปี กระทั่งในปี พุทธศักราช 2547 ก็เลยได้เกิดเหตุการณ์สําคัญที่บางทีอาจพูดได้ว่าเป็นจุดเริ่มของสมัยแห่ง{การกำเนิดใหม่ (renaissance) ของแวดวงการ์ตูนความรู้ไทย นั่นคือการเริ่มจัดพิมพ์การ์ตูนความรู้เล่มแรกของสํานักพิมพ์หนังสือการ์ตูนความรู้ของไทยที่เพิ่งเกิดใหม่ในเวลานั้น คือ
 
- การ์ตูน เลิร์นนิ่ง บาย สกายบุ๊กส์
- สถาบันการ์ตูนไทย มูลนิธิเด็ก
- สํานักพิมพ์อีคิวพลัส
 
จากภาพรวมของความเป็นมาของการ์ตูนความรู้ในประเทศไทย จึงสามารถสรุปได้ว่า การ์ตูนความรู้ คือ “การสื่อสารผ่านภาพการ์ตูน โดยที่ผู้วาดมีเจตนาสอดแทรกความรู้หรือข้อมูลลงไป ไม่ว่าจะมากหรือน้อยเพื่อให้นักอ่านมีการศึกษา อย่างไรก็ดี แม้หากว่าจิตรกรจะไม่ได้มีเจตนาดังที่กล่าวถึงมาแล้ว แต่ว่าสามารถผลิตการ์ตูนออกมาให้ผู้อ่านทั่วไปได้รับวิชาความรู้ในด้านใดด้านหนึ่ง ก็ย่อมจัดว่าผลงานนั้นเป็นการ์ตูนความรู้ด้วยด้วยเหมือนกัน” และสามารถแบ่งการ์ตูนความรู้ออกเป็น 4 ประเภทกว้างๆ เป็น
 
1. การ์ตูนความรู้เชิงวิชาการแบบการ์ตูนช่อง (Academic-Oriented Comics)
2. การ์ตูนความรู้เชิงวิชาการแบบภาพอธิบายเนื้อหา (Academic-Oriented Graphic Books)
3. การ์ตูนความรู้เชิงสร้างสรรค์สังคมและก็จิตสํานึก (Moral-Oriented Cartoons)
4. นิตยสารการ์ตูนความรู้ (Knowledge Cartoon Magazines)
 
หลายคนที่เคยคิดว่าการ์ตูนเป็นเรื่องไม่เป็นประโยชน์ ไม่น่าช่วยในเรื่องการเรียนการศึกษาเล่าเรียนได้ ในเวลานี้คงจะเปลี่ยนความคิดแล้ว ด้วยเหตุว่าเมื่อเรานำการ์ตูนที่เด็กๆชื่นชอบมารวมเข้ากับวิชาความรู้ ผลลัพธ์ที่ได้ ซึ่งพิสูจน์แล้วว่าทำให้เด็กสนใจการเรียนมากเพิ่มขึ้น แล้วก็เป็นการปลูกฝังนิสัยรักการอ่าน รักการศึกษาเรียนรู้ หาความรู้ เป็นการยกระดับคุณภาพการเล่าเรียนของเด็กได้อย่างดีเยี่ยม เห็นได้ชัดเจนว่า ความรู้ไม่จำเป็นที่ต้องอยู่แต่ในหนังสือเรียน การ์ตูนความรู้เปรียบได้กับห้องสมุด เป็นหนังสือที่จะมาช่วยตอบทุกคำถามที่เด็กสงสัย ทุกบ้านควรจะมีติดไว้เหมือนสารานุกรมประจำบ้าน
 
หนังสือการ์ตูน
 
หนังสือการ์ตูน เป็นหนังสือที่พิมพ์ภาพและก็คำพูดประกอบ บอกเล่าเรื่องราวต่างๆตามเนื้อเรื่องที่เขียนขึ้น มีทั้งที่อ้างอิงจากความเป็นจริง รวมทั้งเกิดจากความคิดของนักวาดการ์ตูน หรือนักแต่งการ์ตูน เป็นผู้วางเอาไว้ สำหรับการ์ตูนญี่ปุ่นบางทีอาจเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า มังงะ (Manga)
 
โดยส่วนใหญ่ หนังสือการ์ตูน จะเป็นการรวมเล่มของการ์ตูนที่เผยแพร่ในหนังสือการ์ตูนรายสัปดาห์ ได้แก่ บูม, ซีคิดส์, KC Weekly ฯลฯ
ยังมีการ์ตูนที่แต่งเป็นพิเศษ หรือล้อเลียนการ์ตูนที่เขียนขึ้นแล้ว เพื่อความบันเทิงส่วนตัว หรือแต่งเพื่อกลุ่มชนที่ชอบในแบบเดียวกัน เรียกว่า โดจิน (Doujin) หรือโดจินชิ
 
แนวภาพวาดในหนังสือการ์ตูน
 
ภาพเสมือนจริง
คือถ่ายทอดลักษณะทางกายภาพออกมาได้ส่วน ราวกับหรือคล้ายใกล้เคียงของจริงมาก มีต้นแบบจากสิ่งที่มีอยู่จริง องค์ประกอบลักษณะสถาปัตยกรรมที่มีอยู่ในการ์ตูนแบบนี้ดูสมส่วนเป็นไปได้ สามารถก่อสร้างขึ้นได้จริง โดยเหตุนั้นลักษณะการ์ตูนประเภทนี้จึงดูน่าเชื่อถือ
 
ภาพเกินจริง
คือเป็นภาพที่ออกเกินเลยของจริง ไม่ได้ส่วน มีความสามารถเกินจริง เช่น บินได้ ล้มต้นไม้ใหญ่ด้วยมือเปล่า อวัยวะบางส่วนใหญ่หรือเล็กเกินจริง มีอวัยวะอะไรบางอย่างน้อยหรือมากเกินจริง เช่น มีนิ้วมือ 8 นิ้ว มีตา 3 ตา ฯลฯ
 
เอกลักษณ์
ไม่เหมือนจริง เป็นเป็นลักษณะภาพวาดตามจินตนาการของผู้แต่ง หรือนักประพันธ์ โดยลักษณะภาพมีเอกลักษณ์เฉพาะผู้เขียนแต่ล่ะท่าน ที่นิยมคือ มีลักษณะหัวใหญ่ ตัวผอมบาง ตาโต มองดูน่ารัก แสดงอารมณ์ชัดเจน
 
การผลิตแนวการ์ตูน
 
- สร้างหรือแต่งขึ้นตามจินตนาการ
- ผลิตขึ้นจากข้อเท็จจริง แต่ว่าอาจมีการเสริมเติมแต่งเพิ่มเพื่อความสนุก แต่งจะยึดมั่นเค้าโครงเรื่องจริงเป็นหลัก
- นำเรื่องอื่นดัดแปลงปรับปรุงแก้ไขมา อาทิเช่น ตำนานไซอิ๋ว ก็มีการนำมาดัดแปลงปรับปรุงแก้ไขแต่งเติมเสริมต่อเป็นเรื่องต่างๆ ออกมามากมาย
 
การ์ตูนวิทยาศาสตร์
 
หนังสือการ์ตูนที่สอดแทรกรายละเอียดวิชาความรู้วิทยาศาสตร์ที่สร้างความสนุกสนาน และก็ให้สาระ ทำให้คนทุกเพศทุกวัยพอใจที่จะจับ การ์ตูนวิทยาศาสตร์มาอ่าน เพราะนอกจากจะสนุกสนานแล้ว ยังได้รับวิชาความรู้ที่ดีเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ที่อยู่ใกล้ตัวเรา ซึ่งบางเรื่องพวกเราก็บางทีอาจจะยังไม่รู้ก็ได้ หนังสือจำพวกนี้เหมือนหนังสือการ์ตูนความรู้
 

 
10 การ์ตูนความรู้ที่แนะนำ โดย ร้านหนังสือนายอินทร์
 
1. คณิตศาสตร์แฟนตาซี
"แอนแลนติส" โลกคณิตศาสตร์กำลังปั่นป่วน เมื่อ "อาซูร่า" แม่ทัพแห่งกองทัพรัตติกาลต้องการปลดปล่อย "พ่อมดอินฟินิตี้" ผู้ชั่วร้ายออกจากผนึกทั้งเจ็ด "มีนา" นักเวทตัวคูณจึงพา "ซีโร่" ผู้มีสัญลักษณ์ของอัศวินเอกซ์มายังแอตแลนติส เพื่อฝึกฝนพลังอันบริสุทธิ์แห่งคณิตศาสตร์...
 
2. เก่งคณิตด้วยตัวเองจนคุณครูตกใจ : จำนวนในชีวิตประจำวัน
หนังสืออ่านเสริมแนวแบบเรียนรูปแบบใหม่ที่จะทำให้ผู้อ่านสนุกกับคณิตศาสตร์จนวางไม่ลง มาเรียนรู้ความเป็นมาของเรื่องราวทางคณิตศาสตร์ เพื่อเสริมสร้างกระบวนการหาคำตอบที่ถูกต้อง เรียนรู้เรื่องราวของจำนวนในชีวิตประจำวัน แทรกเรื่องน่ารู้ การ์ตูน และเกม จำนวนเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของเราอย่างไร, เรียนรู้ระบบตัวเลขฐาน, รู้จักจำนวนนับ, จำนวนเชิงรูปและจำนวนกำลังสอง, จำนวนประเภทต่างๆ ที่น่าทึ่ง, ความมหัศรรย์ของตัวเลข
 
3. เก่งวิทย์ด้วยตัวเองจนคุณครูตกใจ : ระบบนิเวศและสิ้งแวดล้อม
ถ้าไม่มีใครสอนวิทยาศาสตร์ด้วยวิธีที่มีประสิทธิภาพ เด็กจะเรียนรู้วิทยศาสตร์ด้วยตัวเองได้ยากลำบาก และสิ่งสำคัญของหนังสือวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กก็คือต้องทำให้เด็กรู้สึกสนุกไปกับวิทยาศาสตร์ แต่หากจะไล่ตามกระต่ายตัวใดตัวหนึ่งก็ต้องละทิ้งกระต่ายอีกตัวไป ถ้ามองดูด้านความสนุกสนาน บางครั้งต้องปรับมุมมองและสถานการณ์ให้คล้ายกับการ์ตูน จึงต้องทิ้ง "ทฤษฎีและหลักการ" สำคัญไปอย่างน่าเสียดาย ในทางตรงข้าม หากจะรักษา "ทฤษฎีและหลักการ" ดีๆ เอาไว้ก้จะจับกระต่ายที่เรียกว่า "ความสนุกสนาน" ไม่ได้ หนังสือชุด "เก่งวิทย์ด้วยตัวเองจนคุณครูตกใจ" นอกจากกระต่าย 2 ตัวที่เป็นทั้งความสนุกสนานและทฤษฎีสำคัญแล้ว จึงเป็นหนังสือที่เด็กชั้นประถมศึกษาอ่านเข้าใจได้ง่าย และเตรียมความพร้อมในการเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้นต่อไป
 
4. ล่าขุมทรัพย์สุดขอบฟ้าในรัสเซีย
ขอเชิญสัมผัสความหนาวเหน็บและความกว้างใหญ่ไพศาลของรัสเซีย ประเทศที่ใหญ่ที่สุดในโลก! ฮีโร่และเบ็คเดินทางไปรัสเซียเพื่อชมการแสดงบัลเลต์ระดับโลก แต่ฮีโร่พบว่ามงกุฎล้ำค่าของราชินีที่ใช้ในการแสดงเป็นของปลอม! มีใครบางคนขโมยของจริงไปสองสหายนักล่าขุมทรัพย์จึงต้องตามหาให้ได้ พวกเขาต้องตามล่าคนร้ายไปทั่่วรัสเซีย จากมอสโกเมืองหลวงสุดยิ่งใหญ่ไปเซ็นปีเตอร์สเบิร์กเมืองแห่งกษัตริย์ ผจญภัยบนรถไฟสายทรานส์ไซบีเรียที่ยาวที่สุดในโลก และมุ่งสู่ไซบีเรียดินแดนแห่งความหนาวเย็น นักโบราณคดีสุดไฮเทค อีกอร์และซีมอฟ หัวหน้าคณะบัลเลต์คู่กัด วิกเตอร์ อดีตสายลับ และเฟย์ สาวจอมโหดผู้วางแผนการร้ายในครั้งนี้ มาร่วมลุ้นกันว่าคู่หูฮีโร่เบ็คจะแย่งชิงมงกุฎกลับมาได้หรือไม่! "ล่าขุมทรัพย์สุดขอบฟ้าในรัสเซีย" จะพาทุกคนผจญภัยในรัสเซีย ประเทศที่กว้างใหญ่ที่สุดในโลก ด้วยการ์ตูนที่สนุกสนาน และเกร็ดความรู้ที่น่าทึ่งเกี่ยวกับรัสเซียตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน รับรองว่าประวัติศาสตร์ไม่เคยสนุกแบบนี้มาก่อน
 
5. Why ?
“หนังสือการ์ตูนความรู้ชุด “Why?” เป็นหนังสือชุดที่ทำให้เด็กเกาหลีเรียนเก่งเป็นอันดับ 1 ของโลกจากผลการวิจัยของนิตยสาร Timss ปี 2011 นำเสนอความรู้ในรูปแบบการ์ตูน มีเรื่องราวสนุกสนานชวนติดตาม ทำให้เรื่องวิชาการที่เด็กๆ คิดว่ายากกลายเป็นเรื่องง่าย โดยได้รับการแปลแล้ว 12 ภาษาและตีพิมพ์ใน 45 ประเทศ ซึ่งฉบับภาษาไทยเองก็ได้รับคำนิยมจากเลขาธิการสภาการศึกษา สสวท. ตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญ จึงมั่นใจเนื้อหาได้ว่าถูกต้องครบถ้วน สอดคล้องกับกลุ่มสาระการเรียนรู้ทั้ง 8 กลุ่มสาระวิชา ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 กระทรวงศึกษาธิการ ตามที่เด็กๆ เรียนในโรงเรียน
 
6. ประวัติพระพุทธเจ้า
การศึกษาพุทธประวัติที่ถูกต้องจะได้รับประโยชน์หลายอย่าง กล่าวคือนอกจากจะได้ทราบประวัติของพระพุทธองค์อย่างละเอียดแล้ว ยังจะได้ศึกษาพระจริยาวัตรที่งดงามของพระองค์ ทำให้ทราบว่าผู้ที่บำเพ็ญบารมีจนได้บรรลุเป็นพระอรหันต์สัมมาสัมพุทธเจ้านั้น จะต้องประพฤติปฏิบัติตนอย่างไร ใช้เวลานานเท่าใด ทำให้ผู้ศึกษาเกิดศรัทธาปสาทะแล้วนำมาเป็นแบบอย่างในการพัฒนาตนเองและสังคมได้
"น่ายินดีเป็นอย่างยิ่งที่ ณ บัดนี้ สำนักพิมพ์นานมีบุ๊คส์ได้จัดพิมพ์ การ์ตูนธรรมะชื่อ 'ประวัติพระพุทธเจ้า' ในรูปแบบการ์ตูนที่งามพร้อมทั้งเนื้อหาสาระที่เข้าใจง่าย สีสันและลายเส้นงดงาม การดำเนินเรื่องน่าสนใจนำเสนอความเป็นพระพุทธองค์อย่างมีชีวิตชีวา 'ประวัติพระพุทธเจ้า' ชี้ให้เห็นว่าการประสบความสำเร็จของพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้นเป็นความสำเร็จที่วางรากฐานอยู่บน 'ศักยภาพของความเป็นมนุษย์' ธรรมดาๆอย่าง เราๆ นี่เอง ซึ่งวิธีการนำเสนอพุทธประวัติเช่นนี้ ทำให้ผู้อ่านรู้สึกว่าสถานภาพของพระพุทธองค์ไม่สูงส่งเกินไปจนเข้าไม่ถึง ตรงกันข้ามกลับก่อให้เกิดศรัทธา ปสาทะเป็นอย่างยิ่งว่าบนเส้นทางของการเป็นพระบรมศาสดาผู้ยิ่งใหญ่นั้น มีเคล็ดลับอยู่ที่การพยายาม 'ฝึกหัดพัฒนา' เป็นสาระสำคัญ"
 
7. ไม่ยากถ้าอยากเรียนดี
ลองมาติดตามกันดูว่า มาร์คจะสามารถเปลี่ยนนิสัยการเรียนของเขาได้ไหม และจะลบคำสบประมาทของแนตตี้ทำให้แนตตี้หันมาสนใจได้หรือไม่ที่สำคัญ น้องๆ อย่าลืมนำเคล็ดลับการเรียนดีของมาร์คและเพื่อนๆ ไปใช้ ปรับปรุงการเรียนของน้องๆ 18 เคล็ดลับเรียนดีที่ง่าย และไม่เหมือนใคร มาลุ้นกันว่ามาร์ค ผู้เกียจคร้าน จะนำเคล็ดลับเรียนดี มาปรับปรุงการเรียนของตนเอง ให้ดีขึ้นได้หรือไม่
 
8. นักสำรวจน้อย ยานพาหนะสุดเจ๋ง
ความรู้สนุกๆเกี่ยวกับยานพาหนะต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นรถจักรยาน รถยนต์ รถไฟ เรือ เครื่องบิน และเครื่องจักรขนาดใหญ่ต่างๆ หนังสือเป็นรูปแบบ interactive ให้เด็กๆ ได้พลิกหาคำตอบได้เอง โดยมีแผ่นเปิดปิดให้เด็กๆได้ค้นหาความรู้เพิ่มเติมใต้ภาพ
 
9. รู้ไปหมด เรื่องหุ่นยนต์
หนังสือ "รู้ไปหมด เรื่องหุ่นยนต์" เล่มนี้ จะพาเด็กๆ ไปค้นพบทุกเรื่องที่สงสัยเกี่ยวกับสภาพอากาศ ไม่ว่าจะเป็น หุ่นยนต์คืออะไร พัฒนาการของหุ่นยนต์ยุคต่างๆ บทบาทของหุ่นยนต์ในโลกยุคปัจจุบันและอนาคต หุ่นยนต์ต่างจากไซบอร์กอย่างไร และอีกหลากหลายเรื่องราวน่าสนใจ เรียนรู้ผ่านภาพถ่ายสี่สีที่สวยงาม ก่อนที่จะทดสอบความรู้เรื่องหุ่นยนต์ ว่าเด็กๆ ได้เรียนรู้อะไรบ้าง รู้ทุกอย่างหรือเปล่า ถ้าใช่ก็เยี่ยมไปเลย เพราะเด็กๆ กลายเป็นผู้ชี่ยวชาญแล้ว!
ข้อเท็จจริงการถ่ายภาพ และเกร็ดสนุกๆ ของหุ่นยนต์ที่อาจกลายมาเป็นเพื่อนซี้ของเราในไม่ช้า วิทยาการคอมพิวเตอร์มาผสมกัน หุ่นยนต์ที่ผู้คนเกี่ยวข้องด้วยในชีวิตประจำวันเป็นประโยชน์มาก พวกมันสร้างสิ่งต่างๆ จับอาชญากร สำรวจโลก และต่อสู้สงคราม มีหุ่นยนต์ทำงานในบ้านด้วย พวกมันมีหน้าที่ดูดฝุ่นและทำความสะอาด และยังมีหุ่นยนต์พยาบาลสำหรับดูแลเธอเมื่อเธอเจ็บป่วยรวมถึงหุ่นยนต์ผ่าตัดด้วย พบกับหุ่นยนต์เครื่องจักรที่ทั้งซับซ้อนทั้งสุดยอดได้ใน "รู้ไปหมด เรื่องหุ่นยนต์" เล่มนี้
 
10. 50 เรื่องหลอน ตอน ผีนานาชาติ
50 เรื่องหลอน ตอน ผีนานาชาติ เปิดประสบการณ์หลอนรอบโลก กับเรื่องของ "ผี" และ "ปิศาจ" ที่คัดมาเฉพาะผีระดับตำนาน ทั้งไทย ญี่ปุ่น จีน อังกฤษ อเมริกา ฯลฯ โลกนี้มีผีมากมาย ทั้งร้ายและดี ทั้งผีของแต่ละประเทศหรือตำนานปีศาจของแต่ละชนเผ่า "50 เรื่องหลอน" เล่มนี้ จะพาทุกคนไปพบกับ "เรื่องผีจากนานาประเทศ" ที่คัดมาแล้วว่า... เป็นผีระดับตำนาน อาทิ ผีตายทั้งกลม ,ไดนี! ผีกินเด็ก ,โทแกบี ภูตจอมตลก ,ผีสาวปากฉีก ,ภูตหิมะ ,ตำนานวิญญาณฮานาโกะซัง ,สลัวฟ์ วิญญาณที่นรกไม่ยอมรับ ,ผีกลิ้งหัวจากอเมริกา มาดูกันว่า... ผีประเทศไหนจะเฮี้ยนที่สุด!
 

8

 
นิยายแล้วก็นวนิยายไม่เหมือนกันเช่นไร?
 
นิยาย หมายถึง เรื่องเล่าจากจินตนาการ เหตุ แล้วก็เนื้อเรื่อง แตกต่างกับเรื่องจริง โดยครอบคลุมเรื่องแต่งทั้งสิ้น นิยายแบบตะวันตก ที่มีบทสนทนา และนิยมแต่งกัน ในรุ่นหลังมักเรียกกันว่า นวนิยาย ผลงานที่จัดเป็นนิยาย เช่น นิทาน เรื่องสั้น ภาพยนตร์บางจำพวก เรื่องปรัมปรา การ์ตูน หรืออาจเป็นแอนิเมชัน และวิดีโอเกมบางชนิด ฯลฯ
 
นวนิยาย เป็นแบบหนึ่งของวรรณกรรมลายลักษณ์ แต่งในรูปของร้อยแก้ว มีลักษณะไม่เหมือนกับเรื่องแต่งแบบเดิม ที่เรียกว่า นิยาย หรือนิทาน ที่เรียกว่า นวนิยาย ก็เนื่องจากว่านับว่าเป็นนิยายแบบใหม่ novel ตามแบบตะวันตก นั่นเอง อย่างไรก็แล้วแต่ ในภาษาพูดโดยธรรมดานิยมเรียกว่า นิยาย ซึ่งกระชับกว่า นวนิยายนั้น เป็นเรื่องราวที่มีลักษณะสมจริงมากกว่านิทานหรือนิยายแบบเดิม บางคราวอาศัยฉากหรือเรื่องราวจริง หรืออิงความเป็นจริง มีบทสนทนา และชี้แจงเหตุการณ์อย่างบุคคลทั่วๆไป
 
นิยายมีหลากหลายประเภท
 
1. นวนิยายรัก ( Romance fiction ) เป็นนิยายที่เน้นความเกี่ยวพันระหว่างบุคคลเป็นศูนย์กลางของเรื่อง จะเน้นในเรื่องความรู้สึกของผู้แสดงเป็นสำคัญ นิยายแนวนี้เป็นที่นิยมมากมายในตลาดรวมทั้งพลอตเกี่ยวกับความรักนี้ก็แทบจะแทรกเข้าไปในนิยายทุกจำพวก
2. นวนิยายลึกลับ ( Mystery fiction ) จะเน้นในเรื่องการสอบสวน มีการคลายปมเป็นหลัก
3. นวนิยายสยองขวัญ (Horror fiction) เป็นนิยายเกี่ยวกับสัตว์ประหลาด อสุรกาย สัตว์ร้าย ที่พอเวลาผู้อ่านได้อ่านแล้ว จะเกิดความขนพองสยองเกล้า รังเกียจในความน่าสยดสยอง
4. นวนิยายวิทยาศาสตร์ ( Sciences fiction ) เป็นการนำความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์มาเป็นศูนย์กลางสำหรับในการสร้างเรื่อง ตัวอย่างเช่นแนวทางการทำทดลองศึกษาค้นคว้า การโคลนนิ่งมนุษย์ นิยายแนวนี้จำเป็นที่จะต้องมีความรู้และมีความเข้าใจในเรื่อง นั้นๆถึงจะสามารถแต่งได้ ผู้เขียนจำต้องทำการบ้านมาเป็นอย่างดี
5. นิยายน่าพิศวง ( Fantasy fiction) หรือบางบุคคลบางทีก็อาจจะเรียกว่านิยายแนวแฟนตาซี จะมีการใช้เทวดาต่างๆมาใช้สำหรับในการสร้างเรื่อง รวมถึงเรื่องที่เกิดความเลื่อมใส อิทธิฤทธิ์ ตำนวน เรื่องราวที่เหนือธรรมชาติ นิยายแนวนี้มักจะมีการผสมระหว่างความแปลกประหลาดกับวิทยาศาสตร์เข้าด้วยกัน จนแปลงเป็นนิยายประเภท sciences fantasy ขึ้นมา
6. นิยายแนวกามารมณ์ ( Erotica fiction) เป็นนิยายที่เน้นอารมณ์แล้วก็ความรู้สึก ซึบซับไปกับการบรรยายที่เป็นธรรมชาติ และเขียนถึงฉากกามารมณ์มากเป็นพิเศษในเรื่อง
7. นวนิยายที่สะท้อนปัญหาสังคม เป็นนิยายที่เน้นในเรื่องการแก้ไขปัญหาของสังคม สอดแทรกคติธรรมเข้ามา แสดงความคิดเห็นของตัวละครลง ไม่จำเป็นที่ต้องบอกทางแก้ อยู่ที่ว่านักเขียนบางทีก็อาจจะใส่วิธีแก้ไขของปัญหาลงไปหรือไม่
 
ส่วนประกอบของนวนิยาย
 
องค์ประกอบของนวนิยาย นวนิยายเป็นเรื่องเล่าร้อยแก้วที่ยึดหลักข้อเท็จจริงเป็นมาตรฐาน กล่าวอีกนัยหนึ่ง เขียนให้ใกล้เคียงกับความเป็นจริงเท่าที่จะสามารถทำได้ แต่ไม่พยายามแสดงให้เห็นว่าเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริงเป็นเพียงแค่เรื่องแต่งขึ้นแค่นั้น องค์ประกอบที่สำคัญของนวนิยายที่ทำให้ผู้อ่านเกิดความบันเทิง มีดังนี้
 
1. เค้าเรื่อง เป็นโครงเรื่องของการกระทำต่างๆนวนิยายแต่ละเรื่องจะมีพล็อตเรื่องใหญ่รวมทั้งพล็อตเรื่องย่อย พล็อตเรื่องใหญ่ คือ เรื่องที่เกี่ยวข้องกับปัญหาและความไม่ถูกกันที่สำคัญของตัวละครที่เป็นตัวละครเอก เค้าเรื่องย่อยเป็นเรื่องที่แทรกอยู่ในโครงเรื่องใหญ่ มีความจำเป็นน้อยแต่เสริมให้มีความสนุกสนานร่าเริงเพิ่มมากขึ้น ในโครงเรื่องจะมีส่วนประกอบที่สำคัญอยู่ 2 ประการ คือความประพฤติปฏิบัติที่เป็นการปฏิบัติของตัวละครในเรื่องและความขัดแย้งในแบบต่างๆกัน อย่างเช่น ความไม่ถูกกันระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ ความขัดแย้งระหว่างมนุษย์ด้วยกันเอง ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในตัวเอง เป็นต้น
 
2. จุดสำคัญของเรื่องหรือความคิดหลักเป็นจุดสำคัญของเรื่องที่จะเชื่อมโยงเรื่องทั้งหมดทั้งปวงเข้าด้วยกัน เพื่อสื่อความคิดของผู้เขียน แก่นเรื่องมีหลายวิถีทาง ยกตัวอย่างเช่น แนวแสดงทรรศนะเป็นแนวที่ผู้เขียนเสนอข้อคิดเห็นต่อบางสิ่ง อาทิเช่น ความแค้น ความหึงหวง ความกลัว แนวแสดงกริยา เป็นแนวที่ผู้เขียนเน้นความประพฤติปฏิบัติของตัวละคร อย่างเช่น การกระทำทดแทนพระคุณตลอดทั้งเรื่อง
 
3. ตัวละคร คือ คนที่มีหน้าที่ในเรื่อง จะต้องราวกับมนุษย์หรือเทียบเท่า มีชีวิตจิตใจ แสดงอารมณ์ บทบาท คำบอกเล่า และก็มีกิริยาได้แก่คนจริงๆพฤติกรรมที่ตัวละครแสดงออกมาจำเป็นต้องน่าเชื่อถือ ตัวละครที่สำคัญในเรื่องเรียกว่า ตัวละครเอก ตัวละครอื่นเป็น ตัวประกอบ วิธีแสดงลักษณะนิสัยของตัวละครอาจทำได้หลายวิธี เช่น คนแต่งบรรยายนิสัยของตัวละคร}เอง
 
คุณประโยชน์ที่ได้รับมาจากการอ่านนิยาย
 
- ฝึกให้มีสมาธี การอ่านหนังสือทำให้เราสามารถจดจ่ออยู่กับเรื่องราว ถือว่าเป็นการฝึกหัดให้เกิดสมาธิได้อย่างไม่ต้องสงสัย
- ฝึกนิสัยรักการอ่าน การเขียนภาษาไทยให้ถูก ทุกตัวอักษรจำเป็นต้องผ่านสายตา ดังนั้นแล้วการอ่านนิยาย เป็นการฝึกการอ่านภาษาไทย พินิจตัวสะกดที่ถูกต้อง รับประกันได้ว่าวรรณยุกต์ทุกตัวสะกด ถูกครบถ้วนอย่างแน่นอน
- สร้างจินตนาการ เสริมสร้างความรู้ด้านต่างๆของสังคม แนวอิงประวัติศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ การเมืองการปกครองในแต่ละยุคสมัย ศึกษาการเปลี่ยนแปลงของแต่ละสังคมแต่ละระยะเวลา เปิดโลกทัศน์แล้วก็มุมมองใหม่ให้กับให้กับตัวคุณเอง
- สัมผัสกับสถานที่ต่างๆได้อย่างไม่มีข้อจำกัด เรื่องราวทั้งในแล้วก็นอกประเทศบางครั้งเราอาจไม่ได้ได้โอกาสไปสัมผัสสถานที่นั้นได้จริง นวนิยายจะพาพวกเราไปสัมผัสกับสถานที่เหล่านั้น ด้วยการลงทุนแบบประหยัดเยอะที่สุด แม้กระนั้นกลิ่นอายบรรยากาศถูกบันทึกในความจำอย่างครบถ้วน
- มองโลกในแง่ดี คนคิดบวกเสมอ การเรียนรู้เรื่องราวต่างๆผ่านตัวอักษรจะมีผลให้เราเข้าใจความชอบธรรมชาติของโลกมากขึ้น ส่งผลต่อระบบความคิด รวมทั้งมุมมองสำหรับเพื่อการดำรงชีวิตได้เป็นอย่างดีเมื่อกาล เวลาเปลี่ยนไป ทุกสิ่งทุกอย่างถูกแรงขับเคลื่อนด้วยวัฒนธรรม เทคโนโลยี แทรกซึมกลายเป็นส่วนหนึ่งส่วนใดของชีวิตอย่างเช่นเดียวกับเรื่องราวของนิยาย ถูกเคลื่อนให้ไปสู่โลกดิจิตอล มีผลการสำรวจว่า เด็กอายุ ๖ – ๒๔ ปี นิยมอ่านหนังสือในแบบออนไลน์เพิ่มมากขึ้น หลายเว็บก็เลยเปรียบได้กับพื้นที่
กระดาษสีขาว ให้นักประพันธ์มือใหม่ได้แต่งแต้มสีสันในนิยายของตนเอง ถือได้ว่าเวทีของนักเขียนหน้าใหม่ ได้มาประลองวิชาได้อีกทางหนึ่ง ส่งผลให้ผู้บริโภคอย่างเราเลือกอ่าน
ได้หลากหลายแนว แม้กระนั้นไม่ว่าความสบายของนักอ่านจะเป็นไปในลักษณะของหนังสือ หรือเทคโนโลยีอื่น
 
นิยายวาย คือ
 
"นิยายวาย" นั้นคือ หนังสือนิยายชนิดหนึ่ง ที่เล่าความเกี่ยวข้องของตัวละครที่เป็นเพศเดียวกัน จิดานันท์ เหลืองเพียรสมุท นักประพันธ์ บอกว่า นิยายวายเสมือนนิยายทั่วไป วรรณกรรมและนิยายทุกเรื่องเล่าเรื่องความเป็นคน ตัวละครที่มีการกระทำในสถานการณ์ต่างๆนิยายวายก็เหมือนกัน เล่าเรื่องของผู้คนคนหนึ่งว่า ชีวิตของเขาเป็นยังไง เผชิญกับอะไร เพียงแต่ว่าเพศของตัวละครก็บางทีก็อาจจะต่างกันออกไป ทำให้มีความรู้สึกว่า ไม่เหมือนนิยายปกติ จริงๆเหมือน มันมีวายหลายแบบ อาทิ วายไต่สวน, วายรักเสียใจ, วายรักหวานแหววน่ารัก ชีวิตมัธยม ราวกับนิยายธรรมดา สามารถซื้อนิยายออนไลน์ ได้ที่ ร้านหนังสือนายอินทร์
 

 
10 นวนิยายหรือนิยายแนะนำที่ ร้านหนังสือนายอินทร์
 
1. ซาตานร้ายสยบรัก
อุรัตน์นรินทร์กะพริบตาถี่ๆ หายใจยาวๆ เพื่อไล่น้ำตาและความรู้สึกทรมานที่ตีรื้นขึ้นมาอีกระลอก "ทำไมล่ะ ผมจะตัดสินใจผิดพลาดในชีวิตสักครั้งไม่ได้เลยหรือไงใช่ว่าผมได้คุณแล้ว จะต้องทนดักดานอยู่กับคุณไปตลอดชีวิตนี่ คนไม่ได้รักได้ชอบกัน ยังไงสักวันก็ต้องเลิกรากันอยู่ดี ยิ่งเรายุติความสัมพันธ์คลุมเครือนี้ได้เร็วเท่าไร ผมว่าจะยิ่งเป็นการดีกับคุณเท่านั้นนะอุรัตน์นรินทร์" "ความสัมพันธ์คลุมเครือหรือคะ?" เธอจดจ้องหน้าปราปต์ ไม่วางตา "ทุกครั้งที่พี่มีอะไรกับอิน อินก็ไม่เคยเห็นพี่จะตะขิดตะขวงใจอะไรนี่คะ ออกจะทำทุกอย่างด้วยความชำนาญและชัดเจนเกินไปด้วยซ้ำ" "ผมก็ทำได้หมดนั่นแหละไม่ว่าจะกับใคร ยิ่งเป็นคนที่ผมปรารถนาผมจะยิ่งทำมันด้วยความเต็มใจและมีความสุขกว่านี้อีก" อุรัตน์นรินทร์ยิ้มขื่น "ถ้าอย่างนั้น ความผิดพลาด" อย่างอินคงสำคัญตัวผิดไปจริงๆ ขอโทษพี่ปราปต์ด้วยแล้วกันนะคะที่อินเป็นคนที่พี่ปรารถนาไม่ได้"
 
2. เล่าเรื่องสามก๊ก ฉบับคนรุ่นใหม่
เรื่องราวของสามก๊กตั้งแต่ต้นจนจบ ด้วยสำนวนอย่างคนรุ่นใหม่ เพื่อให้หนังสือเล่มนี้อ่านง่ายที่สุด ไม่สับสน กระชับรัดกุมและเก็บเนื้อความตามท้องเรื่องของฉบับเจ้าพระยาพระคลัง (หน) ให้ได้มากที่สุด แต่ยังเป็นการให้ความรู้ปูพื้นฐานถึงความเป็นมาไว้อย่างละเอียดละออน่าสนใจยิ่ง นำบทความเหตุการณ์สำคัญในสามก๊ก และแผนผังการตั้งตัวเป็นใหญ่และรวมตัวกันของขุนศึกเมืองต่างๆ ลงเป็นภาคผนวกท้ายเล่ม ซึ่งทำให้หนังสือ "เล่าเรื่องสามก๊ก ฉบับคนรุ่นใหม่" เล่มนี้ทรงคุณค่าและสมบูรณ์ยิ่งขึ้นเป็นอย่างมาก ขอให้ท่านได้อ่านหนังสือเล่มนี้อย่างสนุกสนานและมีความสุขไปกับเรื่องราวของ "สามก๊ก" นวนิยายอิงประวัติศาสตร์ที่สุดแสนวิเศษและมหัศจรรย์ที่สุดฉบับหนึ่งของโลก
 
3. แสนงาม
แสนงาม คือ จุดเริ่มต้นจากความสงสารจนกลายเป็นหวั่นไหว
แสนงาม คือ คนที่ทำให้เขารู้สึกอยากจะปกป้องและดูแลเธอ
แสนงาม คือ รักที่อยากได้ครอบครอง อยากโอบกอดไว้ด้วยวงแขนกว้าง
แสนงามของพี่ธาม คือ ทั้งหมดในไทม์ไลน์ของหัวใจ...
 
4. เจ้าพ่อร้อนรัก
"เกล็ดมณี วีรประภากร" เซเลบคนดัง เธอสวย เธอรวย เธอมีเสน่ห์ และเธอก็มั่นใจเกินร้อยว่าคุณสมบัติทั้งปวงจะทำให้ตัวเองเข้าไปนั่งในหัวใจ "เจ้าพ่อปืนโต" ได้หญิงสาวจึงของอนุญาตสามแสน แสนหวาน แสนดี และแสนรัก จีบคุณพ่อสุดแซ่บของเพื่อนๆ เกล็ดมณี ไม่รู้อะไรซะแล้ว ว่าไฟที่ว่าร้อนแรงก็ยังสู้ไฟรักที่ลุกโชนอยู่ในดวงตาของเจ้าพ่อปืนโตไม่ได้ แต่ในเมื่อเดินหน้าแล้ว เธอจะถอยไม่ได้ ส่วนเรื่องที่ว่าเธอจะรับมือได้อย่างไร ไปติดตามกันได้ใน "เจ้าพ่อรัอนรัก" ค่ะ
 
5. จักรพรรดิอันธพาล (ซีรี่ส์ชุด จอมใจจักรพรรดิ)
เป็นเรื่องราวของ "ฮุ่ยอัน" สาวสวยที่มีใจรักทางด้านจิตรกรรม วันหนึ่งเธอเดินขึ้นเขาเพื่อวาดภาพความงามตามธรรมชาติ ก็ได้พบเต่าบกตัวน้อยสีทองอร่ามตา เต่าน้อยพาฮุ่ยอันให้เดินตามเข้าไปในม่านหมอกและรู้สึกตัวอีกทีก็โผล่มาอยู่ที่โลกคู่ขนานในยุคจีนโบราณเสียแล้ว ณ จุดนี้ตกใจไปก็คงแก้ไขอะไรไม่ได้ ฮุ่ยอันจึงต้องยอมตามน้ำไปก่อน เริ่มด้วยการปลอมตัวเข้าไปสอบเป็นขันทีในวังหลวง ด้วยทักษะมั่วขั้นเทพก็ยังอุตส่าห์เข้าตา "หยางหยุนอู้" ฝ่าบาทรูปงาม แถมเขายังเรียกให้ขันทีหน้าหวานมาถวายการรับใช้ใกล้ตัวเสียด้วยนอกจากต้องรับมือกับขุนนางเฒ่าในท้องพระโรงเคียงคู่ฝ่าบาทแล้ว ยังต้องคอยกำราบกลุ่มโจรที่ปล้นสะดมชาวบ้านอีกด้วย ทั้งเก่งและแสนดีอย่างนี้มีหรือจะไม่เป็นที่โปรดปรานของฝ่าบาท ว่าแต่ฮุ่ยอันจะเก็บความลับไว้กับตัวได้นานสักเท่าไร โดยเฉพาะหัวใจดวงน้อยๆ ที่อยู่ใกล้ฝ่าบาทเสียขนาดนี้ ฝ่าบาทที่ทั้งสง่า ฉลาด และอาบเสน่ห์ เรื่องราวของขันทีน้อยฮุ่ยอันจะดำเนินต่อไปเช่นไร หยางหยุนอู้จะรู้ความจริงที่เธอซ่อนไว้ภายในหัวใจหรือไม่ เราตามไปให้กำลังใจฮุ่ยอันพร้อมๆ กันใน "จักรพรรดิอันธพาล" ดีไหมคะ
 
6. บุปผาพ่ายรัก
ตัวละครที่เรารู้จักและคาดหวังให้คนทั้งสองรักกัน นั่นก็คือฮ่องเต้น้อย "หยางเจี้ยนเหว่ย" และ "จางหมิ่นฉ่าย" คุณหนูจางคนรองนั่นเอง เรื่องนี้จะไม่สุขนิยมเท่าเรื่อง จางฟางเซียน นะค ฮ่องเต้ของเราแสดงออกชัดเจนตั้งแต่เด็กเลยค่ะว่าสนใจนางเอก แต่ก็มีเรื่องเข้าใจผิดกันจนเกิดเรื่องวุ่นวายมากมาย ทำนางเอกร้องไห้ไปก็หลายครั้ง จนนางเอกของเราเริ่มตีตัวออกห่างถึงได้ร้อนใจขึ้นมา ส่วนกระต่ายน้อย (ฮ่องเต้แอบตั้งให้หมิ่นฉ่าย) ของเราเจอมรสุมรักค่อนข้างหนักหนาพอสมควร แต่ก็อย่าได้หนักใจแทนน้องกระต่ายนะคะ เพราะนางมีคนคอยช่วยเหลืออยู่รอบตัวเต็มไปหมด แล้วแต่ละคนใช่ว่าเป็นชาวบ้านธรรมดา แต่เป็นถึงไทเฮา องค์ชายรอง ชินอ๋อง ชินหวางเฟย และฮ่องเต้คอยปกป้องไว้ตลอด แต่ก็นั่นแหละ แม้นางเอกจะแสนดีก็ใช่ว่าจะไม่ลุกขึ้นสู้ ต้องบอกว่านางเอกของเราเรียนรู้จากคนใกล้ชิดและตามคำแนะนำของชินหวางเฟยได้เป็นอย่างดีค่ะ เอาเป็นว่าหากอยากรู้ว่าฮ่องเต้จะง้อนางเอกยังไง และนางเอกจะได้ขึ้นเป็นฮองเฮาตอนไหน ไปอ่านกันใน "บุปผาพ่ายรัก" เล่มนี้ดีกว่านะคะ
 
7. กุหลาบประกาศิต
สายใยบางเบาระหว่างสองพี่น้องต่างบิดาขาดสะบั้นไปพร้อมกับลมหายใจของใครบางคนในอดีต… ‘พีระพัฒน์’ ชิงชัง ‘ปฏิปักษ์’ สุดหัวใจ เขาสาบานว่าจะแย่งชิงและทำลายผู้หญิงทุกคนที่พี่ชายต่างพ่อรัก เหมือนกับที่อีกฝ่ายทำให้เขาต้องสูญเสียผู้เป็นรักแรกไปอย่างไม่มีวันหวนกลับทว่าโชคชะตากลับเล่นตลกครั้งใหญ่ เมื่อ ‘อลิตา’ หญิงสาวผู้เป็นที่รักของปฏิปักษ์คือคนที่พีระพัฒน์หมายจะให้เธอเป็นรักครั้งใหม่ของตน สงครามระหว่างพี่น้องจึงเปิดฉากขึ้นอีกครั้ง และครั้งนี้ปฏิปักษ์จะไม่ยอมถอย แม้ว่าจะต้องร้ายสักแค่ไหนหรือกลายเป็นคนเลวในสายตาอลิตา เขาก็จะไม่มีวันยอมให้พีระพัฒน์แย่งเธอไปได้สำเร็จขณะที่ผู้เป็นพี่สาวถูกแย่งชิงด้วยความรัก ‘ระรินทิพย์’ กลับถูกดึงเข้ามาในวังวนนี้เพียงเพื่อเป็นหมากให้พวกเขาใช้สอย แต่ไม่ว่าจะเป็น ‘มงกุฎแห่งชัยชนะ’ ที่พวกเขาปรารถนา หรือว่า ‘หมากไร้ค่า’ ที่รอวันถูกทำลาย พวกเธอล้วนเจ็บปวดและถูกทำร้ายจากการกระทำของพวกเขา สี่หนุ่มสาวกับเกมกระดานนี้จะจบอย่างไร หรือสุดท้ายแล้วหัวใจพวกเขาจะต้องพบกับความพินาศย่อยยับไปพร้อมกัน!
 
8. Kiss of Mars ปฏิบัติการยึดรักข้ามดวงดาว
เคยได้ยินแต่คำว่า ผู้ชายมาจากดาวอังคาร ผู้หญิงมาจากดาวศุกร์ นั่นเป็นเพราะว่าดาวอังคารเป็นสัญลักษณ์ของการแข่งขันและพละกำลัง ส่วนดาวศุกร์ก็เป็นสัญลักษณ์ของความสงบสุขและความสดใสนั่นเองค่ะ "ไฮท์" หนึ่งในหนุ่มหล่อแห่งกลุ่ม Rebellion ถึงได้บอกว่า "เพลงขลุ่ย" นั้นเป็นผู้หญิงที่มาจากดาวพฤหัสได้ล่ะเนี่ย แล้วคู่นี้ยังก่อสงครามกันตั้งแต่แรกเริ่มเจอหน้า หลังจากนั้นก็เรียกได้ว่าไม่มีใครยอมใครเลยจริงๆ ทีนี้ก็เป็นหน้าที่ของพวกเราที่ต้องมาลุ้นกันแล้วล่ะค่ะว่าสงครามแสนหวาน ระหว่างมนุษย์จากดาวอังคารและมนุษย์จากดาวพฤหัสจะลงเอยอย่างไร ใน "Kiss of Mars ปฏิบัติการยึดรักข้ามดวงดาว"
 
9. รัชศกเฉิงฮว่าปีที่สิบสี่
ความสัมพันธ์ระหว่าง ถังฟั่น กับ สุยโจว แม้ไม่หวือหวาแต่หลายๆ ซีนก็มีทำให้เราใจเต้น ยิ่งในเล่มนี้มีฉากที่ทำให้ใจเต้นแรงหลายฉากเชียวล่ะค่ะ ไม่ได้หมายความว่าสองคนนี้ความสัมพันธ์พัฒนาก้าวกระโดดจากสิบไปร้อยหรอกนะคะ ที่บอกว่าใจเต้นคือด้วยความลุ้นระทึก เพราะคดีที่ ถังฟั่น ต้องรับผิดชอบในครั้งนี้คือการไขปริศนาสุสานจักรพรรดิโบราณซึ่งผู้เกี่ยวข้องมีทั้งภูตผีวิญญาณ โจรขุดสุสาน เทพแม่น้ำ และแม้กระทั่งสัตว์ประหลาด แต่ละสิ่งแต่ละอย่างนอกจากทำให้ใจเต้นแรงแล้วยังทำแข้งขาสั่นด้วย คดีประหลาดเขย่าประสาทแบบนี้ ลำพัง ถังฟั่น คนเดียวคงเอาไม่อยู่ ดีนะว่าได้สุยโจวตามประกบไปไหนไปด้วยกัน ไม่ว่าระยะทางจะไกลแค่ไหน ปริศนาจะซับซ้อนเท่าไร ต้องเผชิญอุปสรรคอะไรบ้าง แต่สองคนช่วยเหลือดูแลกัน ก็ไม่มีอะไรที่พวกเขา ไม่สามารถรับมือ ทุกคนคิดเหมือนกันไหม
 
10. MY MELTING CHEF เชฟครับ
หากเปรียบหนังสือเล่มหนึ่งเป็นอาหาร My Melting Chef เล่มนี้ก็คงเป็นอาหารฟูลคอร์สรสเลิศที่จะเริ่มต้นเรียกน้ำย่อยด้วยออเดิร์ฟรสกลมกล่อม ไม่นานก็ส่งจานเปิดตัวมาให้เกิดความรู้สึกกระตือรือร้นมากขึ้น จากนั้นก็จะพบกับอาหารจานหลักที่จัดเต็มครบทุกรสชาติ ทำให้ประทับใจชนิดที่ไม่สามารถวางมือได้เลยแม้สักนาทีแล้วปิดท้ายด้วยของหวานรสนุ่ม ละมุนลิ้นจนอิ่มเอมไปกับอาหารมื้อนี้ได้อย่างไร้ที่ติ ถ้าคุณผู้อ่านกำลังต้องการอาหารรสเยี่ยมสักมื้อที่จะช่วยปลอบประโลมร่างกายที่เหนื่อยล้า และเป็นที่พักใจให้หายเหนื่อย อย่าลืมมาลองชิม My Melting Chef เล่มนี้กันดูนะคะ เชฟเจย์ จะได้เสิร์ฟเมนู พีช ขึ้นโต๊ะให้ทุกท่านรับประทานกันอย่างถูกปาก ถูกอกถูกใจกันถ้วนหน้าแน่นอน
 

9

 
ประวัติศาสตร์ฉบับย่อของอเมริกันวิสกี้
 
ว่ากันว่าศาสตร์ของการกลั่นนั้นมีต้นกำเนิดมาไม่ต่ำกว่าเมื่อ 2,000 ปีก่อนคริสตกาล ในอารยธรรมเมโสโปเตเมียโบราณ กระทั่งเมื่อตอนราว คริสต์ศักราช 1,000-1,200 ความเข้าใจเรื่องการกลั่นก็เดินทางข้ามจากแผ่นดินหลักของยุโรปไปยังสกอตแลนด์และไอร์แลนด์
 
เมื่อความรู้เกี่ยวกับการกลั่นเดินทางไปถึงแถบตะวันออกเฉียงเหนือของอเมริกาพร้อมๆ กับผู้ตั้งหลักแหล่งคนอังกฤษ ไรย์ เป็นเมล็ดพืชที่พวกเขาใช้สำหรับการผลิตวิสกี้ และ ถัดมาก็ได้มีการหันมาใช้เมล็ดข้าวโพด ด้วยเหตุว่าเป็นพืชที่เหมาะสมกับอากาศมากกว่า การผลิตวิสกี้ที่ทำมาจากข้าวโพดนั้นมีฐานอยู่ที่มลรัฐเคนทักกี ซึ่งถือเป็นบ้านของเบอร์เบินวิสกี้ (Bourbon Whisky) มาตั้งแต่ศตวรรษที่ 1700s
 
เพราะอะไรต้องเคนทักกี ?
 
ผู้ผลิตวิสกี้ทุกคนต่างทราบดีว่าคุณภาพของน้ำนั้นมีส่วนสำคัญสำหรับเพื่อการกำหนดรสชาติของวิสกี้ ยกตัวอย่างน้ำในบางพื้นที่ของสกอตแลนด์ก็จะมีรสชาติที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งมีผลกับบุคลิกของวิสกี้ ยกตัวอย่างเช่น ในบางพื้นที่ที่ไหลผ่านการเผาหน้าดินก็มักจะมีกลิ่นพีท รวมทั้งบางพื้นที่อยู่ใกล้กับทะเลก็จะมีผลให้น้ำที่เอามาผลิตมีรสเค็ม รวมทั้งส่งผลกับวิสกี้ด้วย ไม่เว้นแม้แต่เบอร์เบิน ซึ่งน้ำจากแม่น้ำเคนทักกีที่ไหลผ่านหินแร่ไลม์สโตนที่อุดมอยู่ในมลรัฐดังกล่าว มีส่วนสำคัญที่ทำให้น้ำจากที่นี่ส่งผลต่อรสหวานนุ่มอันเป็นเอกลักษณ์ของเบอร์เบิน รวมถึงพื้นที่ตั้งแต่ชายแดนของแคนาดา อยู่ตลอดไปจนถึงมลรัฐอลาบามาด้วย ที่ถือว่าเป็น Bourbon Zone
 
ความหมาย ตามกฎหมายของเบอร์เบินวิสกี้

  • เบอร์เบินจะต้องผลิตมาจากธัญพืช โดยมีส่วนผสมของเมล็ดข้าวโพดไม่น้อยกว่า 51%
  • เบอร์เบินจะต้องได้รับการกลั่นโดยไม่ให้มีแอลกอฮอล์เกินกว่า 160 Proof หรือ 80% ABV (Alcohol By Volume)
  • ไม่มีการผสมสี หรือ แต่งรสชาติ
  • เบอร์เบินต้องได้รับการบ่มในถังไม้โอ๊กใหม่ ที่เผาไฟด้วยถ่านประเภทพิเศษ
  • โดยจะต้องได้รับการบ่มไม่ต่ำกว่า 2 ปี
  • ได้รับการบรรจุเข้าไปในถังบ่มในขณะมีแอลกอฮอล์ไม่สูงเกินไปกว่า 125 Proof หรือ 62.5% ABV
  • เมื่อบรรจุขวดเบอร์เบินควรจะมีแอลกอฮอล์ไม่ต่ำลงมากยิ่งกว่า 80 Proof หรือ 40% ABV
  • เบอร์เบินที่บ่มนานน้อยกว่า 4 ปี จะต้องมีการกำหนดที่ฉลาก ถึงอายุของวิสกี้ตัวที่เอามาผสมแล้วก็ได้รับการบ่มมาน้อยที่สุดในวิสกี้ขวดนั้น (แต่จำนวนมากก็นานไม่ต่ำลงยิ่งกว่านี้กันทั้งหมดล่ะ)
  • แม้ครบทุกคุณลักษณะข้างต้น และผลิตในรัฐเคนทักกีแค่นั้นจึงจะกล่าวได้ว่า ‘Kentucky Straight Bourbon Whisky’
  • ข้อนี้สำคัญที่สุด กฎนี้ออกมาตั้งแต่ปี คริสต์ศักราช 1907 วิสกี้ที่ผลิตในประเทศสหรัฐอเมริกาแค่นั้นจึงจะสามารถกล่าวได้ว่าเป็นเบอร์เบินวิสกี้

 
ครอบครัวที่กลั่นเบอร์เบินมานานกว่า 90 ปี
 
เอ็ดดี้ รัสเซลล์ ผู้ชำนาญด้านการกลั่นของ Wild Turkey
 
เมื่อไม่นานมานี้ เอ็ดดี้ รัสเซลล์ ผู้ชำนาญด้านการกลั่น (Master Distiller) ของ Wild Turkey เบอร์เบินมีชื่อเสียงจากเมืองเคนทักกีได้เดินทางมาเปิดมาสเตอร์คลาสในเมืองไทย นอกจากให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับอเมริกันวิสกี้ให้เราฟังแล้ว ยังเล่าถึงเรื่องราวของครอบครัวของเขา ซึ่งเป็นผู้สร้างเบอร์เบินถึง 2 ชั่วอายุคน คือตัวเขากับคุณพ่อ ซึ่งรวมแล้วครอบครัวนี้มีประสบการณ์ในการกลั่นเบอร์เบินนานถึงกว่า 90 ปี เลยทีเดียว
 
ถังไม้โอ๊กสำหรับบ่มควรเป็นถังโอ๊กใหม่เพียงแค่นั้น และของ Wild Turkey ควรเป็น American White Oak เขาได้เล่าถึงความเด่นของวิสกี้แบรนด์ไก่งวงเถื่อนนี้ให้ฟังว่า โรงกลั่นของ Wild Turkey ตั้งอยู่ใกล้กับแม่น้ำเคนทักกี ซึ่งมีชั้นหินปูนใต้น้ำ ที่เปรียบดังตัวกรองน้ำจากธรรมชาติ ทำให้โรงกลั่นได้น้ำที่ใสบริสุทธิ์ ซึ่งจำเป็นในการผลิตวิสกี้คุณภาพสูง และ โดยปกติเมื่อนำไปใส่ถังไม้โอ๊กในขั้นตอนการบ่ม ก็จะใช้เฉพาะถังไม้โอ๊กที่ยอดเยี่ยมที่เป็นอเมริกัน ไวต์ โอ๊ก ซึ่งจะถูกนำไปเผาที่เบอร์ 4 หรือที่เรียกว่า "The Number 4 Alligator Char" ซึ่งเป็นการเผาเบอร์สูงที่สุดกระทั่งมีลวดลายคล้ายหนังจระเข้ (โดยทั่วไปเบอร์เบินวิสกี้ยี่ห้ออื่นมักใช้กันที่เบอร์ 2-3) ซึ่งเขากล่าวว่าด้วยการที่ไม่มีการแต่งสีแล้วก็กลิ่นของวิสกี้ การเผาถังไม้เบอร์รีจะช่วยให้วิสกี้มีสีและก็รสเยอะขึ้น อันเป็นกรรมวิธีเฉพาะของ Wild Turkey รวมถึงระยะเวลาสำหรับเพื่อการบ่ม ซึ่งโดยปกติมักจะบ่มกันราวๆ 4 - 6 ปี แต่ว่าที่โรงกลั่นวิสกี้ไก่งวงเถื่อนเขาบ่มนานถึง 6, 8, 10, 12 ปี ตามลำดับ ที่สำคัญอีกข้อเป็นวัตถุดิบที่ใช้ต้องเป็นเมล็ดข้าวโพดและก็ธัญพืช Non-GMO
 
ที่มา -  เหล้า

10


 
ประกันสุขภาพเด็กตัวเล็กๆ 1 เดือน - 5 ปี
ประกันสุขภาพทารก อายุ 1 เดือน ถึง 5 ปี บริษัทเมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ประกันสุขภาพเบี้ยไม่แพง ปกป้องเด็กอ่อนไม่ว่าจะเจ็บไข้ได้ป่วยหรือเจ็บจากอุบัติเหตุ คุ้มครองปกป้องค่ารักษาพบาลบาลที่ครอบคลุมสามารถเลือกเข้าโรงพยาบาลชั้นนำของไทย เบี้ยไม่แพง ค่าพยาบาลยามเจ็บไข้ได้ป่วย แล้วก็ อุบัติเหตุนอนโรงพยาบาลไม่ต้องสำรองจ่ายกับโรงพยาบาลเอกชน และ รัฐบาลชั้นหนึ่งทั่วประเทศไทย

  • เด็กๆเจ็บป่วยง่าย และ ไม่มีรายได้ ไม่มีสวัสดิการรักษาพยาบาลนะคะ
  • ดังนั้นให้เมืองไทย ประกันชีวิตดูแลค่ารักษาพยาบาลเมื่อต้องนอนโรงพยาบาลให้ดีไหมคะ ?

ความคุ้มครองที่ได้รับมีดังนี้
1. คุ้มครองชีวิต 100,000 บาท
- จ่ายเบี้ย 20 ปี แล้วก็ คุ้มครองปกป้องถึงอายุ 90 ปี
2. คุ้มครองปกป้องรายจ่ายในการรักษาพยาบาลแผน 2,000-4,000
- จ่ายเบี้ย 20 ปี รวมทั้ง คุ้มครองปกป้องสุขภาพ 20 ปี
 
วงเงินคุ้มครองป้องกันสุขภาพตามรายละเอียด ดังต่อไปนี้
 

 
**รักษาได้โดยทันทีไม่ต้องสำรองจ่ายกับโรงพยาบาลเอกชน 250 แห่งทั้งประเทศ
**จะต้องนอนโรงพยาบาลหรือแอดมิดเพียงแค่นั้น
 


Health Insurance for Expats - ประกันสุขภาพชาวต่างชาติ
 
I am an experienced Financial Advisor/Investment consultant who could help you to choose the right "Health Insurance plan" that protects you and your family from expensive Healthcare expenditures. Please feel free to request your free quotes.
 
ประกันสุขภาพชาวต่างชาติในไทย ประกันสุขภาพ คุ้มครองไม่สบาย รวมทั้ง อุบัติเหตุนอนโรงพยาบาล ปัจจุบันนี้ชาวต่างชาติ มาทำงาน เกษียณอายุ และ สมรสกับชาวไทยเพิ่มขึ้น ส่วนมากจะย้ายมาอยู่เมืองไทยเป็นการถาวรภายหลังเกษียณการทำงาน โดยเหตุนั้นสิ่งที่จำเป็นเมื่อมาอยู่ในประเทศไทย คือ ประกันสุขภาพชาวต่างชาติ ที่มาอาศัยอยู่ในประเทศไทย รวมทั้ง หลายคนคงจะสงสัยว่าคนต่างประเทศที่มาอาศัยอยู่ในเทศไทย สามารถทำประกันสุขภาพ ได้หรือไม่ ข่าวดี !! บริษัท เมืองไทย ประกันชีวิต ได้มี ประกันสุขภาพสำหรับคนต่างชาติ ซึ่งสามารถซื้อได้เสมือนชาวไทยได้เลย และ คุ้มครองปกป้องนานถึงอายุ 70 ปี เพราะฉะนั้นถ้าเกิดคุณสนใจหรืออยากทำประกันให้คนต่างประเทศ โทรมาสอบถาม หรือขอใบเสนอราคาทั้งภาษาไทย และ ภาษาอังกฤษ ได้นะคะ

แนวทางการสมัคร และ ขอใบเสนอราคาเบี้ยประกัน
 
1. แจ้ง วันเดือนปีเกิด เพศ และแบบประกันที่ต้องการ ได้ที่ Tel.0899627609
2. เจ้าหน้าที่แจ้งเบี้ยประกันให้ทราบ
3. หากสนใจทำประกันโทรนัดหมายเข้าไปทำประกันถึงบ้าน (เฉพาะเขตกรุงเทพปริมณฑล)
4. เตรียมเอกสารทำประกันเช่น สำเนาบัตรประชาชน สำเนาสูติบัตร และสำเนาทะเบียนบ้าน
5. นัดเข้าไปรับเอกสารและอธิบายรายละเอียดแบบประกันที่บ้านหรือที่ทำงาน
6. กรอกรายละเอียดใบคำขอและใบสมัคร พร้อมชำระเบี้ยประกัน และรับใบเสร็จรับเงินจากบริษัท
7. ตัวแทนนำเอกสารและเงินค่าเบี้ยประกันส่งบริษัท
8. รอผลการอนุมัติรับประกัน 3-7 วันทำการ
9. หลังจากอนุมัติ 3-7 วันทำการ บริษัทออกเล่มกรมธรรม์ และตัวแทนนำกรมธรรม์ไปส่งที่บ้าน
10. ลูกค้าตรวจสอบกรมธรรม์ และเซ็นรับกรมธรรม์
 
ข้อแม้การรับประกันภัย

  • อายุที่รับประกัน 1 เดือน - 70 ปี
  • ระยะเวลาคุ้มครองถึงอายุ 80 ปี
  • ระยะเวลาชำระเบี้ยประกัน 7 - 20 ปี (ตามอายุ)
  • ตรวจสุขภาพเป็นไปตามระเบียบบริษัท

 
เอกสารที่ใช้ในการทำประกัน
1. สำเนาบัตรประชาชนของผู้ทำประกัน 1 ชุด
2. สำเนาบัตรประชาชนของผู้รับประโยชน์ 1 ชุด
 
วิธีการชำระเบี้ยประกัน
1.โอนเข้าบัญชี ธ.กสิกรไทย ชื่อบริษัท บมจ. เมืองไทยประกันชีวิต เลขที่บัญชี 089-200-1774 สาขารัชดาภิเษก
2. เช็คเงินสดสั่งจ่ายในนามบริษัท บมจ. เมืองไทยประกันชีวิต
3. ชำระด้วยเงินสด พร้อมรับใบเสร็จรับเงินชั่วคราวจากบริษัท
 
**หมายเหตุ** ทั้ง 3 วิธี ผู้เอาประกันต้องได้รับใบเสร็จรับเงินชั่วคราวจากบริษัททุกครั้ง
 
สนใจทำประกันสมัครได้ที่
 
กมลพรรณ รามาดอส (จอย)
ตัวแทนประกันชีวิต (สำนักงานใหญ่รัชดาภิเษก)
ทำประกันถึงบ้านใน เขตกรุงเทพ หรือ ปริมณฑล Tel.0899627609 จอย
มือถือ : 089-962-7609
Line ID : kamonpun.r
เพิ่มเพื่อนไลน์ได้ที่ http://line.me/ti/p/~kamonpun.r
E-mail : muangthaihealthinsure@gmail.com
เว็บไซต์ : www.muangthaihealthinsure.com
 
ที่มา -  Expat Health Insurance

11

 
สตรีกับกระเป๋าเป็นของคู่กัน คำนี้ไม่ประหลาดใจเลย โดยยิ่งไปกว่านั้นกระเป๋าแบรนด์เนมที่ผู้หญิงหลายๆคนรักมาก ดูแลถนอมอย่างดีเสมือนไข่ในหิน แต่ว่ารู้กันบ้างหรือเปล่า ว่ากระเป๋าหนึ่งใบนั้นประกอบไปด้วยหลายส่วนที่ต้องดูแลไม่เหมือนกัน
 
ด้านในกระเป๋า
ข้างในกระเป๋าโดยมากจะบุซับในด้วยผ้าแคนวาส ผ้าไนลอน หรือหนังกลับ ซึ่งการทำความสะอาดนั้นง่ายสุดๆ เพียงแค่สลับด้านในของกระเป๋าออกมาและใช้ลูกกลิ้งกระดาษกาว ถูอย่างเบามือ หรือใช้เครื่องดูดฝุ่นขนาดเล็กดูดทำความสะอาดเพียงเท่านี้ ด้านในกระเป๋าของเราก็จะสะอาดเอี่ยมไม่มีสิ่งสกปรก
 
ซิป
ซิป หลายท่านกังวลใจว่า เมื่อเราใช้กระเป๋าไปนานๆ ซิปจะพังหรือรูดได้ดีเหมือนที่ซื้อครั้งแรกหรือเปล่า เทคนิคง่ายๆที่จะทำให้ซิปใช้งานได้ดีไปตลอดคือ รูดซิปออก หลังจากนั้นใช้ขี้ผึ้ง ครีมขัดหนัง หรือ ครีมอเนกประสงค์อย่างสเตย์คลีนที่หาง่ายและก็ราคาไม่แพง ถูตามแนวขอบซิป ก็จะทำให้ซิปเงาสวยแถมยังรูดง่าย ไม่ต้องกลัวว่ารูดแล้วจะติดหรือซิปจะแตก
 
หูกระเป๋าและสายสะพาย
หูกระเป๋าและสายสะพาย อีกหนึ่งองค์ประกอบที่ไม่ควรมองข้ามและจำต้องดูแลเป็นประจำ เพราะอะไร อย่างที่รู้กันว่าสาวๆนั้นมีเครื่องประทินโฉมต่างๆตัวอย่างเช่นโลชั่นที่เราทากันเสมอๆ (ศัตรูตัวร้ายของกระเป๋า) ที่ทำให้หูกระเป๋าและสายสะพายของเรามีสีซีดจาง หรือจะเป็นบรรดาของต่างๆ ที่ต่างขนใส่อย่างกับว่าเป็นกระเป๋าโดราเอมอน และก็เมื่อกระเป๋ารับน้ำหนักมากเป็นประจำ ก็อาจจะก่อให้หูหรือสายสะพายขาดได้ วิธีที่จะต่ออายุการใช้งานหูกระเป๋าและสายสะพาย ระวังไม่ใช้มือเลอะเทอะจับ หรือหาผ้าพันคอ เอามาพันตรงหูกระเป๋า เพื่อลดการสัมผัสโดยตรงและก็สิ่งจำเป็นที่สุดคือไม่ใส่ของหนักจนเกินไป
 
ห่วงร้อยหูกระเป๋า
ห่วงร้อยหูกระเป๋า โชคดีหน่อยที่ชิ้นส่วนนี้หาแปลงได้ง่าย หากพวกเราใช้ไปเป็นเวลานานๆ แล้วเกิดการแตกหักหรือมีรอยขีดข่วน เพียงแค่นำส่งให้ช็อปแบรนด์นั้นๆ ที่เราซื้อมา หรือส่งให้ร้านค้าผู้เชียวชาญที่ซ่อมแซมกระเป๋าโดยตรง ก็จะได้ห่วงร้อยหูกระเป๋าที่แข็งแรงแล้วก็ใหม่ดังเดิม
 
ก้นกระเป๋า
ตูดกระเป๋า ส่วนใหญ่มักมีปุ่มเหล็กทั้งยังสี่ด้านของตูดกระเป๋าเพื่อรองรับน้ำหนักแล้วก็กันรอยขูดขีด หรือสิ่งสกปรกเมื่อพวกเราวางกระเป๋า แต่ใช้ไปเป็นเวลานานๆก็อาจมีการสึกหรอได้ แม้กระนั้นไม่จำเป็นที่จะต้องเป็นห่วง ส่งเข้าร้านซ่อมกระเป๋าเลย

12

 
RATIN AMINO CRYSTAL SNAIL SOAP หรือ สบู่ราติน หน้าใสไร้สิว เป็นสบู่ที่มีส่วนผสมของ เมือกหอยทาก ซึ่งจะช่วยลดเลือนริ้วรอย ฟื้นฟูบำรุงสุขภาพผิวอย่างลึกล้ำ และก็มีสารสกัดพิเศษจาก ตระกูล Peptile ที่มีคุณภาพช่วยกระตุ้นเซลล์ผิวอย่างลึกล้ำ ช่วยให้ผิวแข็งแรง รูขุมขนกระชับ , มีคลอลาเจนจากปลาทะเลน้ำลึกช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวอย่างยอดเยี่ยม ช่วยให้ผิวเต่งตึง เปล่งประกาย อีกทั้งลักษณะพิเศษจาก Amino Acod ทำให้ได้มาซึ่ง PH5.5 ที่หาไม่ได้ในสบู่ทั่วๆไป สามารถล้างเป็นประจำหน้าก็ไม่แห้ง และสบู่ตัวนี้คือไม่มีส่วนประกอบของสารกลุ่ม Paraben สารเคมีอันตรายจึงมั่นใจได้ถึงความอ่อนโยนที่สุดต่อทุกสภาพผิว ถึงแม้ผิวแพ้ง่ายหรือผิวที่เคยแพ้สเตรอย
 

 
Amino Acid Technology
เทคโนโลยีเนื้อสบู่จาก Amino Acid ช่วยมอบความสะอาดลึกล้ำ คงความชุ่มชื้นรวมทั้งอ่อนโยนต่อผิวสูงที่สุด
 
PITERA
สารสกัดพิเศษจากตระกูล Peptile ที่มีประสิทธิภาพสูงช่วยกระตุ้นเซลล์ผิว อย่างล้ำลึกช่วยให้ผิวแข็งแรงรูขุมขนกระชับ
 
Snail Secretion Filtrate
เมือกหอยทากประสิทธิภาพสูง ช่วยลดเลือนริ้วรอยซ่อมแซมผิวลึกถึงระดับเซลล์ พร้อมหยุดยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อโรคฟื้นฟูแล้วก็ บำรุงสุขภาพผิวอย่างล้ำลึก
 
Callagen Marine
คอลลาเจนประสิทธิภาพสูงจากปลาทะเลน้ำลึก ช่วยเพิ่มความชื้นให้ผิวเต็งตึง เปล่งประกายอย่างถึงที่สุด
 
Paraben Free
ไม่มีส่วนผสมของสารกลุ่ม Paraben และสารเคมีอันตราย ก็เลยเชื่อมั่นได้ถึงความอ่อนโยนที่สุด ต่อทุกสภาพผิว ผิวแพ้ง่าย
 
การใช้
ล้างหน้าด้วย สบู่ราติน ตอนเช้า-เย็น โดยถูสบู่ให้เกิดฟองแล้วต่อจากนั้นเราก็เอามาถูวนๆ ที่หน้าบอกเลยเจ้าสบู่ราตินสามารถเป็นมาร์คได้ด้วย พอกทิ้งไว้ 5-10 นาที ยิ่งได้ผลดี แล้วล้างออกด้วยน้ำเปล่า
 
ความรู้สึกหลังจากที่มีการใช้
เป็นอะไรที่ดีมาก ถ้าวันไหนอ่อนล้าจากการไปเจอมลภาวะภายนอกมา ทดลองกลับมามาร์คหน้าโดยสบู่ราตินทิ้งเอาไว้ จะรู้สึกผ่อนคลายขึ้น หลังล้างหน้าล้างตา หน้าไม่แห้ง แถมยังดูหน้าเต่งๆ หน้าใสไร้สิว ขึ้นด้วย แต่ละคนอาจได้ผลลัพท์ที่แตกต่างกันออกไป
 
คำแนะนำ : หลังใช้เสร็จให้วางไว้บนฟองน้ำ จะทำให้ต่ออายุการใช้งานได้นานเพิ่มขึ้น

13


ANKO ขาว ใส ไร้สิว ความสวยที่คุณเลือกได้

รับตัวแทนจำหน่าย ขายก่อนรวยก่อน

Line: anko899
FB: นวธัน โมกขะสมิต
เปิดบิล 2000 #กำไร1000
สะสมยอด 50 กระปุก #ฟรีแหวนทอง1วง #anko



หน้าพัง หน้าปลวก หน้าสิว หน้าฝ้า ไม่ว่าหน้าจะยับขนาดไหน "ANKO" เอาอยู่ 

ทริปเปิ้ลไวท์
  • ลดสิว สิวหัวหนอง
  • รอยดำรอยแดง ฝ้ากระ จุดด่างดำ แผลเป็นจากสิว
  • ผด ผื่น ผิวหน้าไม่เรียบเนียน
  • ผลัดเซลล์ผิวเก่า
  • ลดความมันบนใบหน้า
  • ยับยั้งการเกิดสิวใหม่
  • อย.10-1-5913923
Magic sunsreen
  • ปกป้องผิวจากแสงแดดได้ถึง 60 เท่า
  • ไม่วอก ไม่ลอย ไม่เป็นคราบ
  • ผิวหน้าไม่มัน กันน้ำกันเหงื่อ
  • ไม่ทำให้เกิดสิวอุดตัน
  • เนื้อครีมบางเบา
  • อย.10-1-5916129

Pearl cream
  • สีผิวหมองคล้ำ ไม่สม่ำเสมอ
  • ผิวหน้ากระชับเรียบเนียน
  • ผิวพรรณเปล่งปลั่ง ขาวกระจ่างใส
  • ปรับผิวหน้าขาวอมชมพู
  • อย.10-15920729
ติดต่อ - https://www.facebook.com/QdeenwhiteQ.Me , http://line.me/ti/p/hzKM0017rN

14

 
RATIN AMINO CRYSTAL SNAIL SOAP หรือ สบู่ราติน หน้าใสไร้สิว เป็นสบู่ที่มีส่วนผสมของ เมือกหอยทาก ซึ่งจะช่วยลดเลือนริ้วรอย ฟื้นฟูบำรุงสุขภาพผิวอย่างล้ำลึก แล้วก็มีสารสกัดพิเศษจาก ตระกูล Peptile ที่มีคุณภาพช่วยกระตุ้นเซลล์ผิวอย่างลึกล้ำ ช่วยให้ผิวแข็งแรง รูขุมขนกระชับ , มีคลอลาเจนจากปลาทะเลน้ำลึกช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวอย่างดี ช่วยให้ผิวเต่งตึง เปล่งประกาย ทั้งลักษณะเด่นจาก Amino Acod ทำให้ได้มาซึ่ง PH5.5 ที่หาไม่ได้ในสบู่ทั่วๆไป สามารถล้างเสมอๆหน้าก็ไม่แห้ง และสบู่ตัวนี้คือไม่มีส่วนประกอบของสารกลุ่ม Paraben สารเคมีอันตรายก็เลยมั่นใจได้ถึงความอ่อนโยนที่สุดต่อทุกภาวะผิว ผิวแพ้ง่ายหรือผิวที่เคยแพ้สเตรอย
 

 
Amino Acid Technology
เทคโนโลยีเนื้อสบู่จาก Amino Acid ช่วยมอบความสะอาดลึกล้ำ คงความชุ่มชื้นรวมทั้งอ่อนโยนต่อผิวมากที่สุด
 
PITERA
สารสกัดพิเศษจากตระกูล Peptile ที่มีประสิทธิภาพสูงช่วยกระตุ้นเซลล์ผิว อย่างลึกล้ำช่วยให้ผิวแข็งแรงรูขุมขนกระชับ
 
Snail Secretion Filtrate
เมือกหอยทากคุณภาพสูง ช่วยลดเลือนริ้วรอยซ่อมแซมผิวลึกถึงระดับเซลล์ พร้อมหยุดยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อโรคฟื้นฟูแล้วก็ บำรุงสุขภาพผิวอย่างล้ำลึก
 
Callagen Marine
คอลลาเจนคุณภาพสูงจากปลาทะเลน้ำลึก ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวเต็งตึง เปล่งประกายอย่างถึงที่สุด
 
Paraben Free
ไม่มีส่วนผสมของสารกลุ่ม Paraben และสารเคมีอันตราย จึงมั่นใจได้ถึงความอ่อนโยนที่สุด ต่อทุกภาวะผิว แม้ผิวแพ้ง่าย
 
วิธีการใช้
ล้างหน้าด้วย สบู่ราติน เช้า-เย็น โดยถูสบู่ให้เกิดฟองแล้วหลังจากนั้นเราก็เอามาถูวนๆ ที่หน้าบอกเลยเจ้าสบู่ราตินสามารถเป็นมาร์คได้ด้วย พอกทิ้งไว้ 5-10 นาที ยิ่งได้ผลดี แล้วล้างออกด้วยน้ำเปล่า
 
ความรู้สึกหลังใช้
เป็นอะไรที่ดีมาก ถ้าวันไหนอิดโรยจากการไปพบมลภาวะด้านนอกมา ทดลองกลับมามาร์คหน้าโดยสบู่ราตินทิ้งเอาไว้ จะรู้สึกผ่อนคลายขึ้น หลังล้างหน้า หน้าไม่แห้ง แถมยังดูหน้าเต่งๆ หน้าใสไร้สิว ขึ้นด้วย แต่ละคนอาจได้ผลลัพท์ที่แตกต่างออกไป
 
ข้อแนะนำ : หลังจากที่มีการใช้เสร็จให้วางเอาไว้ที่ด้านบนฟองน้ำ จะทำให้ต่ออายุการใช้งานได้นานยิ่งขึ้น

15

 
Forex กำลังเป็นที่นิยมอย่างมากทำในขณะนี้หลายคนคงจะได้ยินคำว่า ฟอเร็กซ์ มากขึ้นเรื่อยๆ ได้แก่ “Forex เป็นอย่างไร?” ซื้อขายยังไง? เกิดมาได้อย่างไร? แล้วก็ ฟอเร็กซ์ มีดีเช่นไร? ในวันนี้เราจะมาทำความเข้าใจกับคำถามเหล่านี้กัน

Forex คืออะไร
 
Forex หรือ FX ย่อมาจากคำว่า “Foreign Exchange” ซึ่งหมายความว่า ตลาดเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศ พวกเราสามารถสร้างรายได้จากตลาด ฟอเร็กซ์ ด้วยเก็งกำไรผลต่างของสกุลเงิน ด้วยการซื้อมาในราคาที่ถูกแล้วขายไปในราคาที่แพงกว่า
หากชี้แจงให้รู้เรื่องแบบง่ายๆ คือ ตลาด ฟอเร็กซ์ มีความคล้ายคลึงกับตลาดค้าหุ้นไทยอยู่บ้าง สมมุติว่าถ้าหากเราอยากได้ซื้อหุ้นในตลาดค้าหุ้นไทย เราต้องซื้อหุ้นของบริษัทใดบริษัทหนึ่งในตลาดหลักทรัพย์ไทย แต่ว่าในตลาด ฟอเร็กซ์ จะไม่มีหุ้นให้ซื้อขายแลกเปลี่ยน แต่ในตลาด ฟอเร็กซ์ จะซื้อขายในลักษณะการเก็งกำไรสกุลเงินแทน อย่างเช่น ปี 2540 อัตราแลกเปลี่ยนอยู่ที่ 1 ดอลลาร์เท่ากับ 60 บาท ผมได้นำเงิน ดอลลาร์มาแลกเปลี่ยนจำนวนเงิน 1,000 ดอลลาร์ ผมได้เงินไทยปริมาณ 60,000 บาท ปัจจุบันผมจะนำเงินที่เคยแลกเปลี่ยน มาแลกกลายเป็นเงินดอลลาร์ ปรากฎว่าเวลานี้อัตราแลกเปลี่ยนอยู่ที่ 1 ดอลลาร์เท่ากับ 30 บาท ผมนำเงินปริมาณ 60,000 บาทมาแลกจะได้เงินกลับมาเป็นจำนวนเงิน 2,000 ดอลลาร์ มองเห็นได้ว่าการแลกเงินในครั้งนี้ทำให้ผมได้กำไรถึง 1,000 ดอลลาร์ ในตลาด ฟอเร็กซ์ ก็เช่นกัน เราจะทำกำไรด้วยการซื้อมาในราคาที่ถูกแล้วขายไปในราคาที่แพงกว่า แม้กระนั้นถ้าซื้อมาในราคาที่แพงแล้วขายไปในราคาที่ถูกก็จะทำให้ขาดทุน การผลิตรายได้รูปแบบนี้พวกเราเรียกว่า “การเก็งกำไร”
 
ในตลาด Forex จะซื้อขายสกุลเงินในลักษณะคู่เงิน
 
ตัวอย่างเช่น USD/THB ดอลลาร์สหรัฐกับสกุลเงินบาทไทย
 สกุลเงินตัวหน้ามีชื่อเรียกว่า Base currency ในตัวอย่างคือ USD
 สกุลเงินตัวหลังมีชื่อเรียกว่า Quote currency ในตัวอย่างคือ THB
 
สมมุติให้ USD/THB = 30
 หมายความว่า Base currency มีค่าเท่ากับ 1 Quote currency มีค่าเท่ากับ 30 หรือ 1 ดอลลาร์มีค่าเท่ากับ 30 บาท
 
สมมุติให้ USD/JPY = 112
 หมายความว่า Base currency มีค่าเท่ากับ 1 Quote currency มีค่าเท่ากับ 112 หรือ 1 ดอลลาร์มีค่าเท่ากับ 112 เยน
 
สาเหตุที่ตลาด ฟอเร็กซ์ ต้องซื้อขายแลกเปลี่ยนเป็นคู่เงินเนื่องจากอยากให้มีการเปรียบเกิดขึ้น เพื่อที่จะได้รู้ว่าสกุลเงินหนึ่งจะแข็งค่าหรืออ่อนค่าลงเมื่อเปรียบเทียบอีกสกุลเงินหนึ่ง จากแบบอย่างก่อนหน้าเห็นได้ว่าเราซื้อเงินบาทตอนเงินบาทอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์สหรัฐ หลังจากนั้นเงินบาทมีการแข็งค่าขึ้นมาเมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์สหรัฐจาก USD/THB = 60 เป็น USD/THB = 30 พวกเราจึงทำขายเพื่อทำกำไร
 
ความเป็นจริงที่หลายอาจไม่รู้คือประชากรไทยเกิน 60% มีส่วนเกี่ยวข้องในตลาด ฟอเร็กซ์ โดยที่ไม่รู้ตัว ด้วยเหตุว่าตลาด ฟอเร็กซ์ มีอยู่ทุกหนทุกแห่งทั่วทั้งโลกที่มีการเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการแลกเงินไปเที่ยวเมืองนอกก็นับว่ามีส่วนเกี่ยวข้องในตลาด ฟอเร็กซ์ แล้ว หรือแม้แต่การซื้อของนำเข้าจากต่างถิ่นอันนี้ก็จัดว่ามีส่วนเกี่ยวข้องในตลาด ฟอเร็กซ์ สิ่งเดียวกัน
 
ในตอนนี้ตลาด ฟอเร็กซ์ มีมูลค่าการซื้อขายกว่า $4 ล้านล้านดอลลาร์ต่อวัน ก็เลยจัดได้ว่าตลาด ฟอเร็กซ์ มีปริมาณการซื้อขายใหญ่ที่สุดของโลก

ประวัติของ Forex
 
หลังจากจบสงครามโลกครั้งที่สอง แต่ละประเทศจะต้องสร้างความมั่นคงและยั่งยืนทางด้านการเงินให้กับประเทศตนเองอย่างเร่งด่วน จึ่งได้จัดงานประชุมจากตัวแทนในแต่ละประเทศ รวม 29 ประเทศที่เมือง Bretton Woods เพื่อให้หาทางออกเกี่ยวกับภาวการณ์ด้านการเงิน จนได้ข้อตกลงที่เป็นระบบเศรษฐกิจใหม่ รวมทั้งหนึ่งในนั้นคือ อัตราการแลกเปลี่ยนที่ถูกกำหนดขึ้นมา ด้วยเหตุ “กองทุนการเงินระหว่างประเทศ(IMF)” จึงได้เกิดขึ้นแล้วก็ถูกก่อตั้งขึ้นภายใต้ข้อตกลง Bretton Woods
 ปฏิบัติการในปี พุทธศักราช 2492 ซึ่งมีผลทำให้อัตราแลกเปลี่ยนถูกกำหนดไว้อย่างคงที่
 
ถัดมาเมื่อปลายปี พุทธศักราช 2503 ระบบอัตราแลกเปลี่ยนเงินแบบคงที่เริ่มสลายตัวลง เพราะปัจจัยด้านการเมืองและก็เศรษฐกิจระหว่างชาติ
 
จนถึงในปี พุทธศักราช 2514 ผู้นำ นิกสันแห่ง แห่งประเทศสหรัฐอเมริกา ได้ระงับการผูกขาดเงินดอลลาร์สหรัฐไว้กับทอง เพื่อปรับปรุงแก้ไขการล่มสลายของเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกา ที่รู้จักกันในนาม นิกสัน ช็อค (Nixon Shock) จนถึงส่งผลให้เกิดระบบการแลกเปลี่ยนเงินทองแบบลอยตัว ในต้นปี พุทธศักราช 2516
 
ในปี พ.ศ. 2519 ทุกสกุลเงินหลักได้เกิดการเปลี่ยนจากการแลกเปลี่ยนเงินทองแบบตายตัวมาเป็นอัตราแลกเปลี่ยนแบบลอยตัว ทำให้สามารถซื้อขายได้อย่างอิสระรวมทั้งราคาเปลี่ยนแปลงไปตามกลไกลของตลาด นี่ก็เลยนับว่าเป็นจุดเริ่มของตลาด ฟอเร็กซ์
 
ที่มา - Forex

หน้า: [1]