แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Topics - guupost

หน้า: [1] 2 3 ... 12
1


รับซื้อสายไฟ THW ,CV ,NYY ,VAF และอุปกรณ์ไฟฟ้าเหลือใช้ ใหม่ - เก่า ถึงที่ #ทั่วประเทศ ราคาดี จ่ายเงินสด
ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
ไลน์ ไอดี : fortuner3131
โทรศัพท์  : 087-089-3187
Facebook : https://www.facebook.com/recyclethailand24h/
#รับซื้อของเก่า #รับซื้อสายไฟ #รับซื้อสายไฟใหม่เก่า #ทั่วประเทศ #24ชม.











2

แบตเตอรีรถยนต์นครพนม

บริการเปลี่ยนแบตเตอรี่รถยนต์นอกสถานที่ ราคาถูกสุด ๆในจังหวัดนครพนม มิตรภาพแบตเตอรี่สาขานครพนม จัดจำหน่ายแบตเตอรี่รถยนต์ทุกชนิดในราคาถูก เพราะเราคือตัวแทนจำหน่ายแบตเตอรี่รถยนต์ แบรนด์ GS FB 3K panasonic ซึ่งเราได้รับการแต่งตั้งเป็นตัวแทนจำหน่ายแบตเตอรี่รถยนต์ในจังหวัดนครพนม แบตเตอรี่ทุกลูกใหม่แกะกล่อง100%ทุกลูก รับประกัน1-2 ปี ตามเงือนไขที่บริษัทผู้ผลิตแบตเตอรีกำหนด แบตเตอรี่หมดแบต แบตเตอรี่เสือมในจังหวัดนครพนม
โทรเรียกใช้บริการเปลี่ยนนอกสถานที่กับมิตรภาพแบตเตอรี่สาขานครพนมได้เลย
โทร : 089-841-8825, 042-511-184
เว็บไซต์ : https://autonakhonpanom.com

3
Le'skin จัดหนัก "Exclusive Party" งานเลี้ยงสุดอลัง!!ขอบคุณตัวแทนจำหน่ายจากประเทศจีน


เมื่อช่วงเย็นวันจันทร์ที่ 19 พฤศจิกายน 2561  "Le'SKIN" แบรนด์ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายสกินแคร์อันดับต้นๆของประเทศ โดย คุณ วิศิษฐ์ แซ่เซ๋ง และ คุณ ชนุพร บุญนิล หรือที่รู้จักกันดีในนาม เจ๊อาร์ บล็อกเกอร์ดังจากเพจ “Aremakeup” กรรมการผู้จัดการ บริษัท เดอะ เนเชอรัล บิวตี้ แอนด์ คอสเมติก (ประเทศไทย) จำกัด ได้จัดงานเลี้ยงส่งท้ายปี 2018 "Le’SKIN Exclusive Party" ต้อนรับตัวแทนจำหน่ายรายใหญ่จากประเทศจีน ทั้งนี้ยัง มีการแสดง เดินแบบแฟชั่นโชว์ เปิดตัว สินค้าใหม่  Aqua Bloom ภายใต้คอนเซ็ปต์ ปลุกผิวสุขภาพดี ด้วยพลังธรรมชาติ “Awake Your Healthy Skin with Natural Power” สร้างความฮือฮาให้กับตัวแทนจำหน่ายชาวจีนไม่น้อย ทำเอาสถานที่จัดงานดูเล็กและคึกคักขึ้นถนัดตา โดยได้จัดงานเลี้ยงต้อนรับและขอบคุณตัวแทนจำหน่ายที่บินตรงมาจากประเทศจีน เพื่องานนี้โดยเฉพาะ ที่Ammata Lanta Resort Suvarnabhumi  ในค่ำวันจันทร์ที่ 19 พ.ย.61 ที่ผ่านมา

บรรยากาศของงานเริ่มต้นความคึกคักด้วย "ขบวนแห่กลองยาว" ที่สะท้อนวิถีความเป็นไทย สร้างความตื่นตาตื่นใจและสนุกสนุกสนานให้กับลูกค้าชาวจีนเป็นอย่างมาก และในตอนค่ำเริ่มต้นความบันเทิงด้วยทีมงาน Are You Show จากเวที Thailand’s Got Talent กับการแสดงสุดอลังการในชุด "Thai Modern" เป็นการแสดงจินตลีลาที่มีทั้งความอ่อนหวานและแข็งแกร่งในโชว์เดียว รวมถึงคอสตูมสุดหรูหราและงดงาม เรียกเสียงปรบมือได้อย่างเกรียวกราว ตามมาด้วยการแสดงการเดินแบบ แฟชั่นโชว์จากหนุ่มๆ จากเพจ DuMunDi (ดูมันดิ) นำทีมโดย  ป๊อปปี้-รัชพงศ์ (The Face Men Thailand Season2), จอส-เวอาห์ (หนุ่ม Cleo 2017) , ปาร์ค-ภานุภัทร, มาร์ค-สรณ์ธรรมส, แม็ก-ศรันทร์ และ ชี-พฤกษ์) และ สาวๆจากเวที มิสทิฟฟานี่ นำทีมโดย เน็ค-เนฐนภาดา (มิสทิฟฟานี่ยูนิเวิร์ส ปี 2015), อลิซ-กานต์ชญา กัจญ์ชนะกุล (รองอันดับ1 มิสทิฟฟานี่ยูนิเวิร์ส ปี 2015), เนิร์ส-ปรียาลักษณ์ เสเถียรบุญ (Miss perfect angle 2014) ,อาร์ม-ตรีทิพย์นิภา ทิพย์ปภาดา (รองอันดับ2 มิสทิฟฟานี่ยูนิเวิร์ส ปี 2015)  ที่เดินควงกันออกมาพร้อมกับ Aqua Bloom ผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดของแบรนด์เลอสกิน ที่จะออกวางจำหน่ายในเดือนธันวาคมนี้ โดยมีการแสดงชุด “Carnival” ประกอบการเดินแบบในครั้งนี้

นอกจากนี้ ภายในงาน ยังมี มินิคอนเสิร์ต จาก แม็ค-วีรคณิศร์  กานต์วัฒนกุล พร้อมแขกรับเชิญพิเศษ เมย์-นภัสนันท์ หรือ (เมย์ AF 12) ที่นำเพลงดังมาเมดเล่ย์สร้างความบันเทิง เรียกเสียงกรี๊ด ในงานได้อย่างล้นหลามเลยทีเดียว บรรยากาศตลอดทั้งงานเต็มไปด้วยความอบอุ่น สนุกสนานและเป็นกันเอง ทางผู้บริหาร
เลอสกินขอแสดงความขอบคุณมายังผู้เกี่ยวข้องทุกท่านที่ให้การสนับสนุน "Le'SKIN" ด้วยดีตลอดมา
ดูเพิ่มเติมได้ที่ http://www.leskinthailand.com
facebook : https://www.facebook.com/Leskinthailand2016


















































































aluminium sulphate molecular weight

ดูวีดีโองานนี้ได้ที่ https://www.youtube.com/watch?v=AURMzoR52CQ
https://www.youtube.com/watch?v=FnP9mGPiKdI

4
รับทำสปริงครับ ทำตามสั่ง ทำตามแบบที่ให้มา
มากน้อย ไม่เกี่ยงงาน เพียงแค่ 1 ตัวก็ยินดีทำให้
มีจัดส่ง Ems หรือขนส่ง ผู้ใช้บริการเลือกได้ตามสะดวกครับ
ลวดมีตั้งแต่ 0.2-40 มิล ทั้งลวดสปริง ลวดปอนด์ หรือลวดสแตนเลส  ทุกชนิดเกรดเอ จากญี่ปุ่น
ใช้เครื่องจักรที่ทันสมัยในการผลิต และมีแรงงานมือ ที่พร้อมส่งให้ ไม่นานเกินรอครับ

เฟสบุ๊ค : https://facebook.com/springchangpradit
แวะมาเยี่ยมชมหน้าเพจก่อนครับ ฝากกดไลค์ติดตาม ผมอัพรูป ลงทุกวันครับ

ตีราคาสปริง /สอบถาม
โทรศัพท์ : 084-772-4449, 024152069
ไลน์ : @pajpao
โรงงานผมอยู่ซอยเอกชัย 29 แขวงบางขุนเทียน เขตจอมทองครับ
ยินดีถ้าจะเข้ามาหรือจะส่งตัวอย่างสปริง มาทางไปรษณี ก็ได้ครับ












5
สำหรับในการใช้งาน smartphone รวมทั้ง tablet สิ่งหนึ่งที่มีความสำคัญแล้วก็ต้องมีให้ได้อย่างยิ่งจริงๆก็คือ แบตเตอรี่ที่เก็บกระแสไฟไว้อย่างเพียงพอ ไม่อย่างนั้นก็จะไม่มีแหล่งพลังงานสำหรับอุปกรณ์กลุ่มนี้ และไม่สามารถเปิดใช้งานวัสดุอุปกรณ์ได้

ดังนี้ ทำให้ในตอนที่คนอีกหลายๆคนจำต้องออกไปทำธุระนอกบ้าน จึงชอบนำเอาสายชาร์จใส่กระเป๋าไปด้วย เพื่อที่ว่าเวลาแบตเตอรี่ในโทรศัพท์หมดลง จะได้หาเต้ารับสำหรับแทงชาร์จแบตเตอรี่ เพื่อปลุกโทรศัพท์ให้กลับมาใช้งานได้อีกทีหนึ่ง แต่การนำเอาสายชาร์จไปไหนมาไหน บางโอกาสก็ก่อปัญหาตามมา ไม่ว่าจะเป็นการสูญเสียพื้นที่เก็บของในกระเป๋า การที่สายชาร์จถูกของในกระเป๋าวางทับจนถึงหัก บิด ไม่สามารถใช้งานได้อีก ไปจนถึงแนวทางการทำสายขาดระหว่างจับออกมาจากกระเป๋า หรือระหว่างการเก็บใส่กระเป๋า ทั้งสายชาร์จโทรศัพท์หลายรุ่นก็มักมีความยาวไม่มากมาย หากพกไปในที่ๆจัดตั้งเต้ารับไว้สูงเกินความจำเป็น การชาร์จไฟก็จะทำได้ไม่สบาย ฯลฯ เนื่องจากว่าสายชาร์จแบตเตอรี่ทั่วไปมีข้อกำหนดมากมายก่ายกอง ทำให้คนอีกจำนวนไม่น้อยอาจหันมาดู wireless charger แทน เพราะไม่มีข้อจำกัดเรื่องสายไฟตามมาก่อกวนให้รำคาญใจ อย่างไรก็ตาม ผู้ที่กำลังมองดูๆwireless charger หลายชิ้น บางทีก็อาจจะสงสัยเรื่องความสามารถการชาร์จของเจ้าวัสดุอุปกรณ์ตัวนี้ โดยเรื่องหลักๆที่ไม่สบายใจกันก็น่าจะหนีไม่พ้นปริมาณการชาร์จ ว่าถ้าหากแทงทิ้งเอาไว้ จะใช้เวลาสำหรับการชาร์จนานหรือเปล่า วันนี้พวกเราจะลองหาคำตอบให้ชัดเจนกัน

ประการแรก จะต้องขอชี้แจงการทำงานของ wireless charger ก่อนว่า เจ้าเครื่องนี้จะมีระบบการนำไฟเข้าอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่แตกต่างจากสายชาร์จทั่วๆไป โดยถ้าเกิดเป็นสายชาร์จธรรมดา จะนำกระแสไฟจากเต้ารับไปสู่เครื่องมือโดยตรง แต่ว่าหากเป็น ที่ชาร์จไร้สาย เนื่องด้วยมันไม่มีสายไฟที่จะนำไฟเข้ามาสู่วัสดุอุปกรณ์ได้โดยตรง ดังนั้นมันจึงจะต้องมีส่วนประกอบ 2 ส่วน อย่างเช่น ส่วนแท่นสำหรับแทงเข้าที่เต้ารับ ส่วนนี้จะปฏิบัติหน้าที่ดึงกระแสไฟฟ้ามา แล้วเปลี่ยนให้เป็นสนามไฟฟ้าแบออกมารอบตัวเครื่องไม้เครื่องมือ กับอีกส่วนใดส่วนหนึ่งคือท่อนหัวที่ใช้แทงเข้ากับวัสดุอุปกรณ์จำพวก smartphone แล้วก็ tablet ส่วนนี้จะทำหน้าที่รับคลื่นสนามไฟฟ้าเข้ามา แล้วเปลี่ยนกลับให้เป็นไฟฟ้าเพื่อปลดปล่อยไปสู่แบตเตอรี่อีกที แม้ขาดวัสดุอุปกรณ์ชิ้นใดชิ้นหนึ่งไป จะก่อให้การชาร์จไม่สามารถทำเป็น

เพราะว่า ที่ชาร์จ wireless มีรูปแบบการทำงานดังต่อไปนี้ ทำให้การชาร์จทำได้น้อยกว่าสายชาร์จทั่วไปอยู่พอสมควร ถ้าเทียบกันแล้ว สายชาร์จปกติจะสามารถชาร์จไฟได้ 100% ตอนที่ wireless charger จะชาร์จไฟได้ราวๆ 70% ต่อนาที เป็นต้น ที่เป็นแบบนี้ก็เพราะว่าในกรรมวิธีเปลี่ยนแปลงกระแสไฟฟ้าเป็นสนามแม่เหล็ก แล้วก็การเปลี่ยนสนามแม่เหล็กกลับกลายกระแสไฟ จะมีการสูญเสียค่าพลังงานไฟฟ้าไปส่วนใดส่วนหนึ่ง โดยในขั้นตอนเปลี่ยนแปลงกระแสไฟให้เป็นสนามไฟฟ้า จะมีการสูญเสียพลังงานไป 15% และก็ในกรรมวิธีการเปลี่ยนสนามไฟฟ้ากลายเป็นพลังงานไฟฟ้า จะมีการสูญเสียกำลังไฟฟ้าไปอีก 15% เมื่อเป็นแบบนี้ จึงทำให้การชาร์จแบตเตอรี่ด้วย wireless charger ช้ากว่าปกติ ถ้าหากเราชาร์จด้วยสายชาร์จแล้วได้แบต 4% ใน 1 นาที เมื่อเปลี่ยนแปลงมาชาร์จด้วย wireless charger ก็บางครั้งอาจจะได้แค่ 2% ต่อ 1 นาที แบบนี้ฯลฯ

Wireless charger จึงเป็นเครื่องใช้ไม้สอยที่เหมาะกับการชาร์จแบบหน่วงเวลา หรือการวางชาร์จเป็นระยะเวลาที่ยาวนานๆมากกว่าจะเน้นย้ำชาร์จโดยอยากได้ให้แบตเตอรี่เพิ่มในเวลาอันรวดเร็ว และไม่เหมาะสมกับการชาร์จแบบเล่นโทรศัพท์ไปด้วย เพราะว่านอกเหนือจากแบตจะไม่ค่อยขึ้นดังที่ต้องการแล้ว ปริมาณแบตเตอรี่บางทีก็อาจจะต่ำลงกว่าเดิมก็ได้ แต่ว่าเนื่องจากว่า wireless charger ไม่มีข้อจำกัดในเรื่องความยาวสายไฟ แถมยังชาร์จในระยะที่ไกลกว่าธรรมดาได้ ทำให้เหมาะสำหรับการชาร์จในสถานที่ที่ไม่สบายต่อการทิ่มสายชาร์จปกติ เน้นย้ำการชาร์จเพื่อขยายเวลาใช้งาน ไม่ได้ชาร์จแบบอยากได้ปริมาณแบตเตอรี่เพิ่ม อาทิเช่น ในกรณีที่มีแบตเตอรี่เหลือสัก 30% และก็อยากพยุง smartphone ใหใช้งานต่อไปได้อีกสักระยะ กรณีนี้เหมาะมากสำหรับในการใช้งาน wireless charger แม้กระนั้นถ้าหากเป็นในเรื่องที่แบตเตอรี่เหลือแค่ 5% 6% อยากได้ปริมาณแบตเตอรี่เพิ่มอย่างเร่งด่วน กรณีแบบนี้จะไม่เหมาะสมในการใช้งาน wireless charger สักมากแค่ไหน เพราะจะขึ้นช้ามาก ทางเดียวที่จะทำให้แบตขึ้นได้ก็คือ จะต้องดับเครื่องชาร์จอย่างเดียว ซึ่งก็ทำให้ใช้งานได้ไม่สบายอีก

ข้อด้อยอีกอย่างหนึ่งของ wireless charger นอกเหนือจากการชาร์จที่ทำได้ช้ากว่าธรรมดา ซึ่งก็คือ ราคา ในตอนนี้ wireless charger ที่มีจัดจำหน่ายอยู่บนท้องตลาดนั้นมีราคาออกจะสูง เมื่อเทียบกับจำนวนการชาร์จที่ได้ก็ดูแล้วจะไม่ค่อยคุ้มค่าเยอะแค่ไหน มีดีเพียงแค่ไม่มีสายไฟมาเป็นปัญหาต่อการใช้งานเพียงอย่างเดียว ด้วยเหตุผลดังกล่าวก่อนที่พวกเราจะตัดสินใจซื้อ wireless charger สักตัวมาใช้งาน โปรดพิจารณาตัวเองดูก่อนว่าจะใช้มันได้คุ้มค่าไหม หรือมีความสำคัญที่จะจำเป็นต้องชารจในที่ๆไม่เหมาะสมกับการแทงปลั๊กอยู่เป็นประจำหรือเปล่า หากว่าไม่มี หรือเปล่าค่อยได้ชาร์จในสถานที่อย่างงั้นสักมากแค่ไหน ก็ขอชี้แนะให้ซื้อเพียงแต่รุ่นที่ราคาแพงไม่แพงมากมายก็เพียงพอ ไม่จำเป็นที่จะต้องซื้อรุ่นท็อปที่ราคาแพงมากๆเพราะเหตุว่าจะก่อให้ใช้งานได้ไม่คุ้มค่า ส่วนถ้าหากคนไหนที่กำลังคิดว่าจะซื้อมาใช้เป็นที่ชาร์จหลักแทนสายชาร์จธรรมดา ขอชี้แนะว่าให้ซื้อรุ่นสูงๆไปเลย มีคุณภาพสำหรับในการใช้งานดีมากยิ่งกว่าแน่ๆ

Source: บทความ wireless charger:  www.dotlife.store

6
เมื่อเอ่ยถึงเทคโนโลยีการถ่ายภาพในปัจจุบันนั้น โดรน เป็นเทคโนโลยีอย่างหนึ่งที่ได้รับการพัฒนาขึ้นมาเพื่อการถ่ายภาพทางอากาศ ช่วยให้ช่างถายภาพและก็นักวิจัยหลายๆคนสามารถถ่ายภาพทางอากาศด้วยตัวเองได้อย่างสะดวกขึ้น ไม่ต้อทำเรืองขอรูปภาพที่นำมาจากดาวเทียมราวกับอย่างในอดีตกาล

โดรน เป็นวัสดุอุปกรณ์ถ่ายรูปชนิดหนึ่งที่มีความพิเศษเป็น สามารถสั่งบิน แล้วก็บังคับให้เคลื่อนทางอากาศได้ ช่วยอำนวยความสะดวกสำหรับการถ่ายรูปทางอากาศ หรือถ่ายรูปในพื้นที่สูงๆที่มนุษย์ไม่สามารถขึ้นไปได้ ตัวอย่างเช่นถ่ายรูปบนหลังคาอาคาร เจดีย์ อาคารสูงต่างๆซึ่งในขณะนี้ โดรนเปลี่ยนเป็นเครื่องมือที่มีการผลิตออกมาหลายรุ่นในราคาแพงและราคาไม่แพง คนทั่วไปสามารถหาซื้อมาใช้กันได้แบบไม่ยากเย็นเท่าไรนัก แม้กระนั้นเนื่องจากว่ามันมีหลายรุ่นนี้เอง ทำให้นักเล่นกล้องมือใหม่ผู้คนจำนวนมากอาจจะมีความข้องใจว่า ถ้าหากว่าเราอยากจะซื้อมาเล่นสักรุ่น ควรที่จะเลือกโดรนแบบไหนดีจึงจะใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ วันนี้เราจะมาเปรียบโดรนทั้งยัง 2 รุ่นนี้กัน

เริ่มจากโดรนติดกล้องราคาไม่แพง โดรนรุ่นนี้จะเป็นอุปกรณ์สถานที่ทำงานได้ไม่มากมาย จำนวนมากจะใช้ได้เพียงแค่บิน มีกล้องถ่ายสำหรับภาพติดอยู่ในตัวแล้ว ไม่อาจจะนำกล้องถ่ายภาพของเราเองติดไปด้วยได้ การถ่ายภาพทำเป็นเพียงแค่ภาพนิ่งแบบง่ายๆไม่มีการเล่นมุม เล่นมิติของภาพมาก ไม่สามารถถ่ายในแนวทางยากๆซับซ้อนมากๆได้ เหมาะสำหรับการซื้อมาทดลองถ่ายรูปเล่นๆหรือใช้เป็นdrone cameraฝึกซ้อมก่อนที่จะไปใช้โดรนรุ่นสูงๆมีแนวทางยากๆต่อไป

ราคาของโดรนประเภทนี้จะเริ่มต้นอยู่ที่ 1,000 บาท ไปจนถึง 3,000 บาท จุดเด่นของมันก็คือ ด้วยความที่ราคาแพงถูก ทำให้ผู้ใช้ไม่จำเป็นที่จะต้องมาวิตกกังวลระหว่างการใช้งานเลยว่าจะประพฤติโดรนเสียหาย ซึ่งเปรียบได้กับการทำลายเงินจำนวนมากไปด้วย เพราะฉะนั้นก็เลยสามารถฝึกฝนการใช้แรงงานได้อย่างเต็มเปี่ยม ไม่ต้องกลัวว่าโดรนจะไปตกใส่อะไรกระทั่งทำให้พังทลาย แล้วก็ด้วยความที่ไม่มีระบบการทำงานซับซ้อน ทำให้เหมาะมากสำหรับผู้ที่เริ่มฝึกหัดเล่นใหม่ๆยังถ่ายรูปด้วยเครื่องไม้เครื่องมือจำพวกนี้ไม่ชำนาญ แม้กระนั้นข้อบกพร่องของโดรนรุ่นนี้ก็คือ ไม่สามารถที่จะถ่ายภาพด้วยแนวทางซับซ้อนมากมายๆได้ อย่างยิ่งสุดก็ใช้ถ่ายได้เพียงภาพนิ่ง แบบที่เราถ่ายจากโทรศัพท์หรือกล้องทั่วไป แค่เพียงถ่ายจากในอากาศลงมาเพียงแค่นั้น นอกจากนี้ คุณภาพของรูปถ่ายในโดรนราคาถูกๆจะไม่ค่อยดีเท่าไรนัก แม้นำไปขยายเป็นภาพใหญ่ๆจะเกิดการแตกทำให้เห็นเนื้อหาในรูปภาพได้ไม่ชัด ข้อบกพร่องอีกประการหนึ่งของโดรนราคาถูกๆก็คือ แก่การใช้งานออกจะสั้น บางบุคคลที่ซื้อโดรนรุ่นนี้ไปใช้ ใช้ได้ไม่กี่เดือนก็พังแล้ว

ต่อมาคือโดรนราคาสูง โดรนรุ่นนี้จะราคาแพงจำหน่ายตั้งแต่ 5,000 บาทขึ้นไป จนถึงรุ่นที่แพงหลักหลายหมื่น ยิ่งโดรนที่ใช้งานได้สลับซับซ้อนมากๆมีเทคโนโลยีสูงๆด้วยแล้ว ราคาบางทีก็อาจจะพุ่งสูงไปถึงเรือนแสนได้เลยทีเดียว จุดเด่นของโดรนรุ่นนี้เป็น มีรูปแบบการนำไปใช้งานที่ทำได้นานาประการกว่าโดรนราคาไม่แพงๆสามารถถ่ายภาพแบบมีมิติ ภาพเชิงซ้อน ภาพตัดขวางได้ ภาพที่ได้จากโดรนจำพวกนี้จึงสามารถใช้งานได้หลากหลายกว่า ทั้งยังคุณภาพของรูปที่ได้ก็ถือว่าสูงระดับ HD เห็นเนื้อหาต่างๆด้านในภาพได้อย่างชัดเจน จะขยายให้ใหญ่ หรือจะบีบอัดก็ได้ ยิ่งกว่านั้น โดรนราคาแพง ยังเป็นเครื่องใช้ไม้สอยที่พวกเราสามารถนำกล้องของเราเองขึ้นแขวน แล้วบังคับโดรนให้ใช้กล้องถ่ายรูปของเราถ่ายได้ จึงยิ่งทำให้วัสดุอุปกรณ์รุ่นนี้สามารถใช้งานได้ตามสั่งมากกว่า ไม่มีขีดจำกัดอะไรก็ตามมากีดกันการถ่ายภาพของพวกเราได้ เหมาะสมมากสำหรับผู้ที่ต้องการรูปไปใช้ดำเนินการศึกษาค้นคว้าที่ต้องการเนื้อหามากมายๆจะต้องถ่ายภาพด้วยแนวทางเฉพาะ ได้แก่งานศึกษาเรียนรู้วิจัยเกี่ยวกับธรณีวิทยา ฯลฯ แต่ว่าข้อเสียของโดรนราคาแพงนี้ก็คือ ใช้งานได้ยาก ผู้ใช้จะต้องมีความรู้ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องตัวเครื่องไม้เครื่องมือในระดับหนึ่ง ถ้าหากไม่เคยใช้โดรนมาก่อนแล้วหลังจากนั้นก็มาจับโดรนรุ่นนี้เลย อาจจะส่งผลให้เกิดปัญหาบังคับไม่ได้ตามอยาก ไม่สามารถถ่ายภาพได้ ยิ่งไปกว่านั้นบางทีอาจเผลอทำโดรนตก หรือบังคับไม่ถูกทิศทางกระทั่งทำให้โดรนชนเครื่องกีดขวาง ได้รับความเสียหาย ซึ่งตามที่กล่าวไปว่าโดรนจำพวกนี้ราคาแพงออกจะแพง ถ้าหากบังคับแล้วทำมันเสียหาย ก็เท่ากับว่าเราได้ทำลายเงินไม่น้อยเลยทีเดียวไปด้วย

จากรายละเอียดทั้งหมดที่กล่าวมา จะเห็นได้ว่าอีกทั้งโดรนราคาถูกรวมทั้งราคาแพง ต่างก็มีจุดแข็งแล้วก็จุดด้อยที่นานับประการ การจะชี้วัดว่าโดรนจำพวกใดดียิ่งกว่ากัน จึงต้องอาศัยความปรารถนาสำหรับการใช้งาน และก็ฝีมือของผู้ใช้เป็นหลัก หากว่าเพศผู้ใช้อยู่ในระดับฝึกหัด โดรนราคาถูกจะตอบสนองความจำเป็นต้องมือได้มากกว่า เนื่องจากว่าไม่มีลักษณะการใช้งานที่ยุ่งยากสลับซับซ้อน และไม่จะต้องตื่นตระหนกเรื่องราคาของโดรนหากว่าบังคับแล้วเกิดอุบัติเหตุด้วย แต่ถ้าเกิดผู้ใช้งานเป็นระดับมืออาชีพ และก็ต้องการโดรนไปไว้สำหรับถ่ายรูปยากๆเคล็ดลับจำนวนมากโดรนราคาสูงจะตอบโจทย์ในสิ่งที่ต้องการได้ดียิ่งไปกว่า

แต่ว่าไม่ว่าจะเป็นโดรนรุ่นใดก็ตาม สิ่งหนึ่งที่ผู้ใช้งานทุกคนจะต้องให้ความสำคัญเป็นการลงทะเบียนโดยชอบด้วยกฎหมาย คนใดที่คิดจะใช้โดรน ขอให้ติดต่อแล้วประพฤติตามขั้นตอนการทางด้านกฎหมายให้ถูกก่อน อย่านำโดรนบินขึ้นโดยพลการ เพราะเหตุว่าอาจเกิดปัญหาขึ้นได้

เครดิตบทความ บทความโดรน:  www.dotlife.store

7
Macbook คือคอมพิวเตอร์แบบนำพาที่ได้มีการผลิตรวมทั้งจัดจำหน่ายโดยบริษัท Apple รวมทั้งเป็นคอมพิวเตอร์แบบนำเอาที่มีผู้ใช้มากที่สุดของโลกรองจาก Notebook ซึ่งเป็นคอมพิวเตอร์แบบพกพา ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Windows
ตัวเครื่อง Macbook ได้รับการออกแบบมาให้มีคงทนถาวรต่ออันตรายต่างๆได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็น การชน โดยใน Macbook 1 เครื่อง สามารถ คงทนต่อการชนต่างๆได้ดี แต่ถึงแม้ Macbook จะสามารถคงทนต่ออันตรายต่างๆได้ก็ตาม สิ่งที่ไม่อาจเลี่ยงได้เมื่อ Macbook พบกับอันตรายก็คือต่อว่า และรอยขูดขีดต่างๆที่มันจะไม่ได้ทำให้ Macbook เกิดอันตรายจนถึงขั้นใช้งานมิได้ แต่รอยขีดข่วนกลุ่มนี้จะเป็นตำหนิทำให้ Macbook ดูไม่สะอาดเป็นระเบียบเหมือนตอนซื้อมาใหม่ๆทั้งในอนาคตหากพวกเราจะขาย Macbook ไป รอยขูดขีดรวมทั้งตำหนิเหล่านี้จะก่อให้ราคาตกลง ด้วยเหตุนี้ ถึงแม้ตัว Macbook จะมีความคงทนมาก แต่ว่าเราก็ต้องมีเครื่องคุ้มครองวัสดุอุปกรณ์นี้เพิ่ม และก็เครื่องคุ้มครองที่เราสามารถหาได้ง่ายที่สุด น่าจะหนีไม่พ้นกระเป๋า Macbook

กระเป๋า Macbook เป็นเครื่องป้องกัน Macbook ที่สามารถหาได้ง่าย โดยพวกเราจะได้รับกระเป๋านี้มาตั้งแต่ครั้งแรกซื้อ Macbook หรือถ้าหากคนไหนเห็นว่ากระเป๋าที่แถมมานั้นไม่อาจจะคุ้มครองป้องกัน Macbook ได้ดี ซักเท่าไหร่ จะหาซื้อใหม่ก็ทำได้ง่าย เพราะเหตุว่าในปัจจุบันมีร้านรวงล้นหลามที่ผลิตกระเป๋าแล้วหลังจากนั้นก็ค่อยนำออกขายบนตลาด สามารถหาซื้อได้ทั้งในราคาถูกแล้วก็ราคาสูง

ลักษณะเด่นของกระเป๋าใส่ Macbook อยู่ซึ่งสามารถปกป้อง Macbook จากอันตรายต่างๆได้มากมายดังนี้
1. รอยขีดข่วนต่างๆ ในยามที่เราจำต้องนำพา Macbook ไปไหนมาไหน ย่อมมีโอกาสเสี่ยงสูงที่ Macbook จะไปกระทบกับสิ่งใดเข้าจนกระทั่งนำไปสู่รอย แม้แต่การเอาวางบนพื้น ก็มีโอกาสที่จะกำเนิดรอยได้ด้วยเหมือนกัน ซึ่งกระเป๋า Macbook จะช่วยปกป้องอันตรายส่วนนี้ได้ดิบได้ดี ถ้าหากเรานำ Macbook ใส่กระเป๋านี้แล้วหิ้วไปดังที่ต่างๆแม้ว่าจะเผลอชนกับสิ่งกีดขวาง หรือวางลงบนพื้นที่เต็มไปเศษวัสดุอันก่อกำเนิดรอยขูดขีด แม้กระนั้นกระเป๋าแมคบุ๊ค ก็จะเป็นตัวปกป้อง Macbook โดยรับการขีดข่วนนั้นก่อน ทำให้หากแม้กระเป๋าจะเสีย แต่ว่า Macbook ก็จะไม่มีรอยใดๆปรากฏขึ้น การนำ Macbook ใส่กระเป๋า ก็เลยช่วยลดช่องทางที่จะกำเนิดรอยขีดข่วนต่างๆได้อย่างดีเยี่ยม
2. ละอองน้ำแล้วก็ความชุ่มชื้นต่างๆไม่สามารถที่จะปฏิเสธได้เลยว่าเมื่อเราพก Macbook ไปใช้งานนอกสถานที่ ย่อมได้โอกาสที่ Macbook จะต้องถูกน้ำที่กระเซ็นมา หรือถูกความชุ่มชื้นกลางอากาศ หากแม้สิ่งกลุ่มนี้จะไม่ทำร้าย Macbook ในทันทีทันใด แต่ว่ามันก็จะมีผลให้ส่วนประกอบบางชิ้นเกิดการสลายตัว ขึ้นสนิม ยิ่งไปกว่านี้ความชุ่มชื้นแล้วก็ละอองน้ำยังเป็นตัวแนวทางการทำให้ Macbook กำเนิดคราบเปื้อนเลอะเทอะซึ่งมีความสกปรกได้ด้วย แต่ว่าถ้าหากพวกเรานำ Macbook ใส่กระเป๋าก่อนพกออกจากบ้าน เมื่อจำต้องเจอกับละอองน้ำแล้วก็ความชุ่มชื้น กระเป๋า Macbook จะเป็นด่านที่รับเอาอันตรายนั้นไว้ก่อน ทำให้ Macbook ไม่ต้องสัมผัสน้ำและก็ความชื้นอะไรก็แล้วแต่มองไม่มีอันตรายอยู่เสมอ ดังนี้ ผู้ใช้ควรที่จะนำเม็ดดูดความชุ่มชื้นใส่ในกระเป๋า Macbook ด้วย เพื่อเป็นตัวช่วยสำหรับคุ้มครองความชุ่มชื้นมาสัมผัสกับ Macbook อีกขั้นหนึ่ง แล้วก็ควรระวังไม่ให้กระเป๋า Macbook ถูกน้ำกระทั่งเปียกชุ่ม เนื่องด้วยจะก่อให้น้ำซึมไปสู่กระเป๋าจนกระทั่ง Macbook เฉอะแฉะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกระเป๋าที่มีค่า Water Resistant ต่ำ
3. ฝุ่นละอองต่างๆ เพราะว่าในช่วงปัจจุบัน เมืองไทยพวกเราเต็มไปด้วยฝุ่น การพก Macbook ออกไปภายนอกโดยมีการคุ้มครองป้องกัน ย่อมส่งผลให้ฝุ่นละอองกับอีกทั้งผิว Macbook ข้างนอก ช่องสำหรับเพื่อระบายอากาศ และก็ port ต่างๆแม้ Macbook ถูกฝุ่นเขรอะจะทำความสะอาดได้ยาก แล้วก็หากปลดปล่อยให้ฝุ่นผงมีการสะสม ย่อมทำให้ Macbook ระบายความร้อนได้ไม่ดี แก่การใช้งานสั้นลง โดยกระเป๋า Macbook จะสามารถคุ้มครองฝุ่นละอองได้ 100% แม้นำ Macbook ใส่ไว้ด้านในกระเป๋าอย่างมิดชิด ฝุ่นจะไม่สามารถที่จะเข้าไปจับในเครื่องได้อย่างแน่นอน ช่วยให้ Macbook ดูสะอาดแล้วก็ใหม่อยู่เป็นประจำ
4. แรงชนอันเกิดจากการตก หรือชนกับเครื่องกีดขวาง เหตุเพราะกระเป๋า Macbook เป็นกระเป๋าที่ได้รับการออกแบบมาให้สามารถรับแรงชน และก็ลดแรงกระแทกที่ทำต่อ Macbook แม้เรานำ Macbook ใส่กระเป๋าก่อนที่จะเผลอทำตกโดยคิดไม่ถึง Macbook จะได้รับแรงกระแทกน้อยมาก ส่งผลให้ Macbook มิได้รับอันตรายจากการตก ตรงกันข้าม ถ้าหากพวกเราทำ Macbook ที่ไม่ได้ห่อหุ้มสิ่งใดตกพื้น แรงชนจากการตกจะมีผลกับตัว Macbook โดยตรง จนกระทั่งก่อให้เกิดรอย หรือองค์ประกอบบางสิ่งบางอย่างได้รับความเสียหายได้

กระเป๋า Macbook สามารถปกป้องอันตรายท้ง 4 ข้อนี้ให้กับคอมพิวเตอร์ Macbook แสนรักของพวกเราได้ แม้กระนั้น ประโยชน์ซึ่งมาจากกระเป๋า Macbook มิได้อยู่ที่การคุ้มครองป้องกันอันตรายแค่นั้น แต่ยังช่วยทำให้พวกเราสามารถพกพา Macbook ไปยังที่ต่างๆได้สะดวก สามารถหิ้วได้ด้วยมือเพียงแต่ข้างเดียว แถมในกระเป๋า Macbook ยังมีช่องเก็บของที่ช่วยให้เราใส่เครื่องไม้เครื่องมือเสริมสำหรับ Macbook ไปได้อีก กล่าวได้ว่าช่วยทั้งปกป้องอันตราย รวมทั้งอำนวยความสะดวกได้อย่างครบครนจริงๆ

ทั้งนี้ สำหรับเพื่อการเลือกซื้อ กระเป๋า Macbook สักใบ พวกเราควรมีความละเอียดรอบคอบสำหรับการเลือกซื้อสักหน่อย เนื่องด้วยกระเป๋าแต่ละรุ่นนั้นมีคุณภาพที่แตกต่าง กระเป๋าบางใบสามารถรับแรงกระแทกก้าวหน้า ทนน้ำได้ดิบได้ดี แต่ว่ามือเป๋าบางใบก็มีคุณภาพไม่ดี ไม่อาจจะป้องกันอะไรได้ แถมคุณภาพการตัดเย็บก็ไม่ดี มีสิทธิรั่วเมื่อใช้งานไปนานๆด้วยเหตุนั้นเราก็เลยต้องมีความละเอียดรอบคอบในการเลือกซื้อมากมายๆเพื่อให้ได้กระเป๋า Macbook ที่มีคุณภาพอย่างแท้จริง

ขอบคุณสำหรับที่มา บทความกระเป๋า macbook:  https://www.dotlife.store/

8
สายสัญญาณเสียง เป็นวัสดุอุปกรณ์สำหรับใช้เพื่อเชื่อมต่อเครื่องเสียงเข้ากับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆโดยสายนี้จะเป็นตัวนำเสียงจากเครื่องไม้เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ให้มาแสดงออกในเครื่องเสียง ช่วยทำให้สามารถเล่นไฟล์เสียงด้วยเสียงที่ดังขึ้นได้

ปัจจุบันนี้ เราสามารถหาซื้อสายสัญญาณเสียงได้ทั่วๆไปตามร้านขายเครื่องใช้กระแสไฟฟ้าแล้วก็เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ต่างๆมีสินค้าหลายรุ่น หลายยี่ห้อให้เราได้เลือกซื้อกัน ซึ่งแน่ๆว่าเมื่อสายสัญญาณเสียงบนตลาดมีอยู่หลายรุ่น หลายยี่ห้อ ทำให้ท่านภาพของผลิตภัณฑ์มีความต่างกันด้วย ถ้าเกิดพวกเราได้สายสัญญาณเสียงที่มีคุณภาพดีมาใช้ดีแล้วไป แต่ว่าหากเราเผลอไปซื้อสายสัญญาณเสียงที่ไม่ได้ประสิทธิภาพมาใช้งานเข้า ก็ต้องเผชิญกับปัญหาระหว่างใช้งานหลายประการ อีกทั้งเสียงไม่ออก คุณภาพเสียงไม่ดี มีอายุการใช้งานสั้น ใช้ไปได้ไม่เท่าไรก็เสียแล้ว ทั้งยังสายสัญญาณเสียงนั้นเป็นสินค้าที่ไม่บางทีอาจประเมินคุณภาพด้วยราคาได้ เนื่องจากว่าไม่ว่าจะเป็นสินค้าราคาไม่แพงหรือสินค้าราคาแพง ต่างก็มีทั้งยังคุณภาพดี คุณภาพต่ำ แล้วก็ปัญหาในตัวเองคละเคล้ากันไป โดยเหตุนี้ เราจึงต้องมีวิธีการเบื้องต้นสำหรับตรวจสอบประสิทธิภาพสายสัญญาณเสียง เพื่อให้สามารถซื้อสินค้าที่มีคุณภาพมาใช้งานได้ต่อไป

การพิจารณาประสิทธิภาพ สายสัญญาณเสียง เราสามารถทำเป็น 6 วิธีดังต่อไปนี้
1. ตรวจตราความแข็ง-ความอ่อนของสาย ข้อนี้เป็นอย่างแรกที่พวกเราสามารถตรวจสอบด้วยตนเองได้ แล้วก็ควรเช็คเป็นสิ่งแรก เนื่องจากสาย audio cable ในขณะนี้มีการผลิตสายออกมาให้มีความแข็งและก็ความอ่อนไม่เท่ากัน โดยปกติ สายสัญญาณเสียงที่มีราคาถูกชอบมีสายออกจะแข็ง ในเวลาที่สายสัญญาณเสียงราคาแพงๆมักจะมีสายอ่อน ข้อเสนอแนะเป็น ไม่สมควรซื้อสายสัญญาณเสียงที่แข็งเหลือเกิน เพราะว่าจะไม่สามารถที่จะพับสายได้ ถ้าหากพับ ม้วนเก็บสายย่อมทำให้เกิดปัญหา ในเวลาเดียวกันก็ไม่สมควรซื้อสายสัญญาณเสียงที่อ่อนเกินความจำเป็น เพราะเหตุว่ายิ่งอ่อนนิ่มมาก สายก็จะยิ่งเปราะบาง เมื่อใช้ประโยชน์งานบ่อยๆย่อมมีการเสี่ยงสูงที่สายจะขาด หรือหักพับได้ง่ายๆสายสัญญาณเสียงที่เหมาะสมที่สุด ควรเป็นสายที่อ่อนเพียงพอจะสามารถพับได้อย่างไม่เกิดการเสียหาย แต่ในขณะเดียวกันก็มีความแข็งแรงพอที่จะใช้งานได้อย่างไม่มีการฉีกให้ขาด ถ้าเกิดเราพบว่าสายสัญญาณเสียงใดมีลักษณะเช่นนี้ สามารถซื้อมาไว้ใช้งานได้เลย
2. พิจารณาอุปกรณ์ที่ใช้ในการทำหัวสายว่าเป็นอย่างไร สายสัญญาณเสียงที่ผลิตออกมาจัดจำหน่ายในปัจจุบันนั้น มีการใช้โลหะอยู่ 2 จำพวกใหญ่ๆสำหรับในการทำหัวสาย ตัวอย่างเช่น ทองเหลือง แล้วก็อลูมิเนียม ขอแนะนำว่าควรเลือกใช้สายสัญญาณเสียงที่มีหัวสายเป็นทองบรอนซ์จะดีกว่า เพราะเป็นโลหะที่นำสัญญาณได้ดีมากยิ่งกว่าอลูมินัม ไม่ค่อยพบปัญหาเสียงขาดเสียงหาย แม้ว่าจะทิ่มสายไม่แน่นก็ตาม ในขณะอลูมิเนียม เป็นโลหะที่นำสัญญาณได้ไม่ดีนัก ถ้าหากเสียบไม่แน่นจะไม่อาจจะนำสัญญาณเสียงได้ นอกจากนั้น ทองบรอนซ์ยังเป็นโลหะที่มีความคงทนถาวรสูง แก่การใช้งานช้านาน ไม่ค่อยเจอกับปัญหาประเด็นการหัก หรือการโค้งงอผิดแบบ ตอนที่สายสัญญาณเสียงที่มีหัวสายเป็นอลูมินัมนั้นจำต้องใช้งานอย่างระแวดระวัง หากไม่กล่อมเกลี้ยงเลี้ยงดู หัวสายจะหักหรือโค้งงอได้ง่ายในเวลาอันเร็ว
3. วิเคราะห์การยึดระหว่างหัวสายกับสายไฟว่าคืออะไร มีการเชื่อมต่ออย่างสนิทดีหรือเปล่า โดยปกติสายสัญญาณเสียงที่มีคุณภาพดีจะยึดจุดเชื่อมต่อระหว่างสายไฟกับอารมณ์เสียบได้อย่างสนิท ในขณะที่สายสัญญาณเสียงคุณภาพไม่ดีมักยึดท่อนหัวสายกับสายไฟได้ไม่แน่น บางรุ่นทำแค่เอาสายสอดเข้าไปในหัวแบบไม่ได้ยึด สิ่งที่จะตามมาเมื่อใช้งานไปได้สักระยะ ก็คือ สายไฟหลุดออกมาจากอารมณ์เสียบ และก็ถ้าสายสัญญาณเสียงใดมีปัญหานี้ขึ้นมาย่อมไม่อาจจะซ่อมได้ จำเป็นต้องทิ้งอย่างเดียว ด้วยเหตุนี้สำหรับในการเลือกซื้อสายสัญญาณเสียง เราก็เลยจำต้องพิจารณาจุดเชื่อมต่อระหว่างหัวเสียบกับสายไฟด้วย
4. วิเคราะห์ความยาวของโลหะหัวเสียบว่ามีความสั้นยาวเพียงใด โดย สายสัญญาณเสียงที่ดี ควรจะมีความยาวระหว่างโลหะหัวเสียบอยู่ที่ 2-5 ซม. เพราะว่าเป็นความยาวที่เหมาะสมสำหรับการเสียบเข้ากับอุปกรณ์ต่างๆได้โดยไม่เกิดการคลอนหรือหลวม ทั้งยังเสียบได้สนิท ไม่มีโลหะหัวเสียบโผล่พ้นขึ้นมา แม้เป็นสายสัญญาณเสียงที่มีความยาวของโลหะหัวเสียบสั้นเกินความจำเป็น จะไม่สามารถแทงกับเครื่องไม้เครื่องมือได้ เกิดปัญหาเสียงไม่ออก หรือเสียงมาเป็นตอนๆจะต้องรอพยุงไว้ ส่วนถ้าหากโลหะที่หัวทิ่มมีความยาวมากจนเกินไป เมื่อแทงกับเครื่องไม้เครื่องมือจะมีผลให้มีโลหะเล็กน้อยโผล่ขึ้นมา หากเผลอไปชนเข้าอาจส่งผลให้สายมีการหักได้
5. สำรวจความยาวของสายไฟว่ามีมากมายน้อยแค่ไหน ข้อนี้แม้ว่าจะมิได้ส่งผลต่อคุณภาพการใช้แรงงานโดยตรง แต่ก็สำคัญ เนื่องจากว่าการซื้อสายสัญญาณเสียงที่มีความยาวเพียงพอต่อการใช้งาน จะช่วยทำให้สามารถต่ออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ได้อย่างสะดวก ไม่เกิดปัญหาสายตึงรั้งเหลือเกินจนถึงเสี่ยงต่อการหัก หรือหย่อนเหลือเกินจนถึงกำเนิดความรู้สึกขวาง ซึ่งความยาวที่สมควรของสายไฟขึ้นอยู่กับการใช้งานของเราว่าคืออะไร ถ้าหากเป็นสายสัญญาณเสียงสำหรับเสียบเครื่องไม้เครื่องมือเครื่องเสียงในรถยนต์ หรือลำโพงทั่วไป ต้องมีความยาวอยู่ที่ 30-60 เซนติเมตร ส่วนถ้าเกิดเป็นสานสำหรับต่อลำโพงขนาดใหญ่ จำเป็นต้องลากสายยาวๆก็ควรมีความยาวตั้งแต่ 1 เมตรขึ้นไป
6. ตรวจตรายี่ห้อของสาย ส่วนยี่ห้อนี้ก็นับว่ามีความหมายไม่แพ้กันสำหรับเพื่อการเลือกซื้อสายสัญญาณเสียง โดยควรจะเลือกซื้อสายสัญญาณเสียงที่ทำขึ้นโดยแบรนด์อันเป็นที่รู้จัก หลีกเลี่ยงสินค้าจากแบรนด์แปลกๆหรือผลิตภัณฑ์โนเนม เพราะมักจะเป็นผลิตภัณฑ์ที่มิได้คุณภาพ มีโอกาสทรุดโทรมเสียหายได้ง่าย

วิธีการสำหรับเลือกซื้อ สายสัญญาณเสียง ให้ได้คุณภาพถือเป็นเรื่องที่เราต้องให้ความสำคัญ เพื่อให้การเชื่อมต่ออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์กับเครื่องเสียงสามารถำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ได้การเล่นเสียงที่มีคุณภาพอย่างแท้จริง
แหล่งที่มา บทความสายสัญญาณเสียง:  https://www.dotlife.store

9
ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า iPad เป็นเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์อย่างหนึ่งที่ผู้คนนิยมใช้กันเยอะขึ้นทั้งโลก ด้วยความที่เป็นวัสดุอุปกรณ์ที่มีหน้าน้าหน้าจอขนาดใหญ่ ทำให้สามารถใช้เพื่องานที่เกี่ยวข้องกับด้านเอกสาร หรือเพื่องาน Social Media ได้สะดวกกว่าการใช้โทรศัพท์ smartphone ทั่วไป จนถึงเดี๋ยวนี้ คนจำนวนไม่น้อยบางทีอาจจะย้ำใช้ Social Media บน iPad เป็นส่วนใหญ่ด้วย ส่วนโทรศัพท์ก็เก็บไว้ใช้โทรสิ่งเดียว เป็นต้น
แต่การใช้ iPad เพื่องานต่างๆสิ่งหนึ่งที่จำเป็นมากเด็ดขาดเลยก็คือเคส iPad เนื่องจากว่าหาก iPad มิได้มีการสวมเคสไว้เลย เวลาเอาไปใช้ในแต่ละสถานที่ก็เน้นย้ำเอาไปเป็นเครื่องเปล่าๆเลย ย่อมมีโอกาสสูงที่คุณจะเผลอทำ iPad ตกพื้น กระทั่งเกิดร่องรอยบนเครื่อง หากน้อยหย่อย ก็มีแค่รอยแผลเล็กๆน้อยๆแม้กระนั้นหากตกแรงๆก็มีสิทธิทำให้จอของ iPad แตกได้เลย ยิ่งถ้าตกแรงๆอาจทำให้เกิดรอยแตกที่จะเปิดเครื่องไปตลอด ซึ่งรอยแตกบนหน้าจอ iPad ขอบอกเลยว่าเป็นรอยที่ใหญ่แล้วก็น่ากลัวมาก หากคุณใช้มันทั้งๆที่จอยังแตกอยู่ รอยแตกนั้นบางครั้งก็อาจจะบาดนิ้วคุณ จนเกิดแผล ได้เลือดแบบที่คุณก็นึกไม่ถึงเลยก็เป็นไปได้ รอยแตกบน iPad มิได้มีผลแค่กับการใช้แรงงานเท่านั้น แต่ยังส่งผลไปถึงขณะที่คุณอยากจะขายทอดตลาด ราคาของ iPad อาจจะตกลงประเภทที่ว่าคุณเองยังขวัญหาย ด้วยเหตุนั้นการสวมเคสให้ iPad จึงเป็นเรื่องที่สำคัญมาก

ในตอนนี้ เคส iPad ถูกผลิตขึ้นแล้วก็เอามาวางจำหน่ายบนท้องตลาดในหลายแบบอย่าง เคสพลาสติกแบบแข็งๆไปจนถึงเคสนิ่มๆเป็นซิลิโคนก็มี เมื่อเคสมีอยู่นานัปการแบบดังต่อไปนี้ คุณอาจจะสงสัยอยู่ว่า ถ้าแบบนั้นพวกเราควรที่จะทำการเลือกเคสแบบไหนดีถึงจะใช้งานได้เป็นอย่างดี ไม่มีปัญหาเรื่องการแตกทรุดโทรมตามมา วันนี้เรามีคำตอบมาฝาก
1. ควรที่จะเลือกเคสที่มีฝาสำหรับปิดหน้าจอด้วย บางคนมีความรู้สึกว่าเคสแบบมีฝาปิดนั้นทำให้ ipad ดูไม่สวย มองโบราณ ตอนที่เคสแบบไม่มีฝา จะมีผลให้ iPad มองล้ำสมัยมากกว่า ถ้าหากคุณเป็นอีกคนหนึ่งที่กำลังจะมีความคิดแบบนี้ ขอบอกเลยว่าให้รีบแปลงทัศนคติโดยด่วน เนื่องจากเคสแบบมีฝาปิดนี่แหละ ที่จะช่วยคุ้มครองป้องกันอันตรายให้กับ iPad ของคุณได้รอบด้าน ไม่ว่าคุณจะเผลอทำอุปกรณ์ตก หรือชนในท่าไหน ก็มั่นอกมั่นใจได้ว่าจะไม่มีวันเกิดรอยบน iPad แสนรักของคุณได้แน่ๆ เทียบกับเคส iPadแบบไม่มีฝาปิด ถึงจะทำให้วัสดุอุปกรณ์มองงาม นำสมัยก็จริงอยู่ แต่ก็จำต้องแลกกับการที่จะทำให้จอ iPad ของคุณ แปลงเป็นส่วนที่บอบบางเยอะที่สุด ถ้าหากคุณเผลอทำ iPad ตกแบบคว่ำหน้าลง เคสอย่างงี้จะไม่สามารถปกป้องสิ่งใดให้ท่านได้เลย ด้วยเหตุนี้ หากอยากซื้อเคสไอแพด ขอชี้แนะว่าให้ซื้อรุ่นที่มีฝาปิดด้วยจะดียิ่งกว่า รับประกันว่าไม่มีอันตราย 100% แน่ๆ

2. ควรจะเลือกเคสที่มีความครึ้มพอประมาณ ที่ดีที่สุดคือหน้าราว 2-4 มม. ด้วยความครึ้มเท่านี้จะช่วยทำให้คุณสามารถคุ้มครองการกระแทก แล้วก็รอยขูดขีดบน iPad ได้ดีที่สุด ถ้าไม่เป็นการนำของแหลมกรีดลงไปบนวัสดุอุปกรณ์แบบตั้งใจ ก็ไม่มีทางที่ความย่ำแย่จะทะลุลงไปถึง iPad ได้ เลี่ยงพวกเคสซิลิโคนบางๆเพราะเหตุว่าเคสอย่างงี้จะไม่สามารถคุ้มครองอันตรายให้กับ iPad ได้มากพอเพียง มีดีเพียงแค่สัมผัสแล้วคิดว่านุ่มมือ ดูทันสมัยเพียงเท่านั้น ถ้าคุณเลือกเคสที่มีความหนามากเพียงพอ ก็เชื่อมั่นได้เลยว่า iPad ของคุณจะได้รับการคุ้มครองเต็มที่อย่างแน่แท้

3. อย่าซื้อipad case รุ่นที่ทุกด้านปิดทึบไปเสียหมด ไม่มีช่องหรือรูอะไรให้อากาศผ่านได้เลย เพราะการใช้แรงงาน iPad แต่ละครั้ง จะกำเนิดความร้อนขึ้นในตัวเครื่องมือ ถ้าหากเคสของคุณเป็นพลาสติกแข็งๆที่ปิดทึบหมดทุกด้าน เว้นรูไว้เพียงแค่ตรงลำโพงรวมทั้งช่องทิ่มต่างๆเท่านั้น ความร้อนก็จะสะสมอยู่ใน iPad จนถึงคุณรู้สึกได้เลยว่าเครื่องมือของคุณร้อนอย่างกับไฟ เมื่อเป็นเช่นนี้ ย่อมทำให้เกิดผลเสียให้กับ iPad หลายประการ ตัวอย่างเช่น ทำให้แบตเตอรี่ใน iPad เสื่อมอายุการใช้งาน ทำให้วัสดุอุปกรณ์บางสิ่งบางอย่างบน iPad ได้รับความทรุดโทรม ฯลฯ ด้วยเหตุนั้นในการเลือกซื้อเคส คุณควรที่จะเลือกเคสที่มีช่องสำหรับเพื่อระบายอากาศสักนิด จะได้เป็นการถนอม iPad ต่ออายุการใช้งานให้ยาวนานยิ่งขึ้นไปอีก

4. ไม่ควรซื้อเคส iPad ที่หนาเหลือเกิน เคส iPad อย่างดก ฟังดูแล้วเสมือนจะใช้ดี ป้องกันอันตรายให้ iPad ได้ แต่อันที่จริงแล้ว มันเป็นตัวการที่สร้างปัญหาให้กับการใช้งาน iPad ของคุณได้หลายประการ ไม่ว่าจะเป็นการทำให้น้ำหนัก iPad เพิ่มขึ้นจนถึงพกพาไปไหนมาไหนตรากตรำ หรือเพิ่มความลำบากสำหรับการต่อวัสดุอุปกรณ์เสริมต่างๆตัวอย่างเช่น หูฟัง สายชาร์จ ทำให้หัวต่อของวัสดุอุปกรณ์กลุ่มนี้ถูกต่อเข้าไปได้ไม่เต็มกำลังเพราะเหตุว่าติดเคส สุดดท้ายก็ไม่อาจจะใช้งานได้เลย จะต้องถอดเคสและก็หลังจากนั้นจึงค่อยต่อกันสิ่งเดียว เคสที่มีความครึ้มเหมาะสม ดังที่กล่าวไปแล้วว่าควรจะอยู่ที่ 2-4 มม. ขอให้เลือกตามขนาดนี้ดียิ่งกว่า

การเลือกเคส ipad มองผิวเผินบางทีอาจจะเห็นว่าไม่มีความสำคัญ แม้กระนั้นความจริง ขั้นตอนนี้ถือได้ว่าขั้นตอนที่จำต้องให้ความเอาใจใส่เยอะพอสมควร เพราะเหตุว่านับว่าเป็นตัวชี้วัดได้เลยว่า iPad แสนรักของคุณจะยังคงอยู่ไปได้โดยสวัสดิภาพเป็นระยะเวลาที่ยาวนาน หรือจะมีรอยถลอกปอกเปิกไปเสียก่อน ขอให้ผู้ใช้ iPad ทุกคนต้องอย่าไม่เอาใจใส่

เครดิตบทความ บทความเคส ipad:  www.dotlife.store

10
สำหรับไทยแลนด์สมัย 4.0 ที่เป็นยุคที่ระบบไร้สายมีการพัฒนาขึ้นอย่างในตอนนี้ เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์หลายแบบต่างก็พาเหรดกันแปลงเป็นของไร้สายกันแบบถ้วนหน้า ตั้งแต่สายชาร์จ ลำโพง หรือแม้กระทั้งหูฟัง โดยยิ่งไปกว่านั้นหูฟังไร้สาย ที่ปัจจุบันนี้ได้ถูกผลิตขึ้นแล้วนำมาวางขายบนตลาดกันมากมายก่ายกองหลายยี่ห้อ ทำตลาดตีตื้นขึ้นมาแข่งกับหูฟังมีสาย และก็ดึงเอาผู้ใช้บางคนให้เปลี่ยนจากหูฟังเดิมๆไปใช้หูฟังรุ่นนี้กันเยอะแยะ

แม้กระนั้นเชื่อว่า สำหรับผู้ใช้บางคนที่คุ้นชินกับหูฟังแบบมีสายมาก่อน อาจจะสงสัยอยู่ว่า ถ้าหากพวกเราลองเปลี่ยนมาใช้หูฟังแบบไร้สายมอง จะใช้งานก้าวหน้าเช่นเดียวกับของเดิมที่เคยใช้อยู่หรือเปล่า บางคนไปค้นข้อมูลตามกระดานข่าวต่างๆก็ได้พบกับหัวข้อเป็นจำนวนมากที่กล่าวว่า หูฟังไร้สายเสียงไม่ดีพอๆกับแบบมีสาย เพราะว่าจำต้องแปลงสัญญาณให้เป็น Bluetooth ก่อนที่จะส่งไปที่ตัวหูฟังที่คุณสวมอยู่ ซึ่งสัญญาณ Bluetooth ครั้งคราวก็มีคุณภาพดี แต่บางครั้งบางคราวคุณภาพก็ไม่ค่อยดีมากแค่ไหน เวลาฟังเพลง จึงจะต้องเจอกับปัญหาเสียงขาดๆหายๆอยู่เป็นประจำจนถึงเสียอารมณ์การฟังเพลงไปหมด ถ้าหากคุณเป็นคนนึงที่กำลังมองหาหูฟังไร้สายอยู่ แล้วมาพบกับกระทู้กลุ่มนี้ บางทีอาจใจฝ่อ แล้วหลังจากนั้นก็ล้มเลิกความคิดที่จะซื้อหูฟังไร้สายมาใช้ไปในทันที ขอบอกว่าอย่าพึ่งจะรีบใจฝ่อ เพราะวันนี้พวกเราจะมาดูกันว่า หูฟังไร้สาย ให้คุณภาพเสียงที่ไม่ค่อยดีเมื่อเทียบกับหูฟังแบบมีสาย ใช่หรือไม่

ตามที่ได้บอกไปแล้วในข้างต้นว่า หูฟังไร้สาย จะใช้แนวทางแปลงสัญญาณเสียงให้เป็น Bluetooth ก่อนจะส่งมาที่ตัวหูฟัง และหลังจากนั้นก็ค่อยแปลงกลับมาเป็นสัญญาณเสียงใหม่ ในสมัยก่อนที่ระบบ Bluetooth ยังไม่ทันยุคสักมากแค่ไหน ก็จำต้องสารภาพว่าสัญญาณเสียงมีปัญหาจริงๆบางเวลามีซ่าบ้าง มีหายไปบ้าง แต่ในปัจจุบันที่ระบบ Bluetooth ได้ปรับปรุงไปๆมาๆกแล้ว ก็ทำให้การรับส่งสัญญาณเสียงในหูฟังไร้สายทำเป็นดีมากยิ่งขึ้น ไม่มีปัญหาเรื่องเสียงขาดหายอีกต่อไปแล้ว หากคุณกำลังเล็งหูฟังไร้สายสักรุ่นหนึ่งอยู่ ขอให้หมดกังวลเรื่องการรับส่งสัญญาณเสียงผ่าน Bluetooth ได้เลย รับประกันว่าถ้าเกิดคุณลองต่อหูฟังไร้สายเข้ากับเครื่องใช้ไม้สอยอิเล็กทรอนิกส์อย่างโทรศัพท์มือ Smartphone, iPod หรือ Tablet คุณจะสามารถฟังเพลงได้อย่างสบาย ฟินไปกับเสียงร้องที่เพราะ ดนตรีที่อัดแน่นจนถึงเสียงเบสได้แน่นอน

เว้นแต่สัญญาณ Bluetooth ของหูฟังที่ได้รับการพัฒนาแล้ว ในหูฟังไร้สาย ยังได้รับการพัฒนาลำโพงจนสามารถแสดงคุณภาพเสียงได้จนถึงระบบ HD แสดงเสียงเบส เสียงเมโลดี้ และรายละเอียดเสียงร้องต่างๆได้อย่างครบถ้วนแล้วก็นุ่มนวล เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับการใช้ฟังเพลงโปรดของคุณ ในขณะเดียวกันก็สามารถใช้ประโยชน์สำหรับเพื่อการฟังเสียงอื่นๆได้ด้วย ไม่ว่าจะเป็นเสียงที่ผ่านการอัดมา หรือเสียงพูดผ่านโทรศัพท์ ก็มีความแจ่มกระจ่าง สัมผัสรายละเอียดเสียงได้ครบ แม้จะมีเสียงก่อกวนที่มาจากสิ่งแวดล้อมด้านนอกก็ตาม

จากเนื้อหาที่กล่าวมาทั้งปวง จึงสามารถสรุปได้ว่า หูฟังไร้สายเป็นหูฟังที่คุณภาพเสียงบรรเจิดไม่แตกต่างจากหูฟังมีสายที่วางจำหน่ายกันทั่วๆไปเลย แถมยังเป็นหูฟังที่ให้ความสะดวกสำหรับการใช้งานได้มากกว่า เนื่องด้วยไม่มีสายมาขวางให้รำคาญ สามารถใช้ได้ในทุกสถานที่ ทุกช่องทาง จะเป็นตอนที่กำลังขับรถยนต์อยู่ ตอนกำลังป่ายปีนเขา เดินป่า หรืเยี่ยมชมสถานที่เที่ยวต่างๆที่ไม่อาจจะชูหูโทรศัพท์ขึ้นมาพูดได้ในเวลานั้นก็ไม่ใช่ปัญหา เพียงแค่คุณกระทำเชื่อมต่อหูฟังไร้สาย แล้วกดรับโทรศัพท์ ก็สามารถคุยโทรศัพท์ได้เลย เรียกว่าเป็นวัสดุอุปกรณ์ที่ช่วยให้ชีวิตง่ายดายมากยิ่งขึ้นได้มากจริงๆ

อย่างไรก็ดี สำหรับเพื่อการเลือกซื้อหูฟังไร้สายมาใช้สักตัวหนึ่งนั้น คุณควรมีแนวทางเลือกสักนิดสักหน่อย เพื่อให้สามารถซื้อสินค้าที่มีคุณภาพมาใช้งานได้อย่างแท้จริง โดยการทำได้ดังนี้
1. อย่าเลือกหูฟังที่ราคาแพงถูกเกินไปมาใช้งาน เพราะเหตุว่าหูฟังจำพวกนี้มักถูกสร้างขึ้นจากอุปกรณ์ที่ไม่ได้คุณภาพสักมากแค่ไหน ถูกลดเกรดไปเรื่อยเมื่อประยุกต์ใช้งานจริงจะใช้ได้ไม่ดี มีปัญหาแสดงเสียงไม่ละเอียดบ้าง เสียงแหลมเกินความจำเป็นบ้าง หรือบางทีสัญญาณ Bluetooth ก็ขาดๆหายๆและก็เมื่อใช้งานไปได้สักระยะ หูฟังไร้สายดังที่กล่าวมาแล้วก็จะกลับบ้านเก่าไปในเวลาอันรวดเร็ว ในเวลาที่หูฟังไร้สายแบบมีราคาขึ้นมาสักหน่อย จะเป็นหูฟังที่ใช้งานได้ดิบได้ดี ประกอบขึ้นจากอุปกรณ์ที่มีคุณภาพ รวมทั้งมีอายุการใช้งานที่ยาวนานมากกว่า ถ้าหากคุณยินยอมที่จะซื้อหูฟังราคาแพงๆก็ขอชี้แนะให้ซื้อรุ่นที่มีราคาสูงขึ้นมาสักนิดสักหน่อยมาใช้งานจะดีมากกว่า
2. ทดลองเช็คหูฟังที่กำลังเลือกดูก่อนว่ามีคุณภาพการประกอบเป็นยังไง และก็ควรทดสอบหูฟังด้วยการต่อกับโทรศัพท์ของคุณ แล้วลองฟังเพลงจากในเครื่องของคุณดูด้วย หากว่าหูฟังนั้นให้คุณภาพเสียงที่ออกจะดีพอควร ก็สามารถนับได้ว่าเป็นหูฟังที่มีคุณภาพดี สามารถซื้อไปใช้งานได้เลย แต่ว่าหากทดลองดูแล้วะพบว่าไม่ค่อยดีสักมากแค่ไหน ก็ให้เปลี่ยนแปลงรุ่นไปเลย เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่ตรงตามสิ่งที่ต้องการอย่างแท้จริง ไมมีปัญหาใดตามมาตอนหลังจนถึงเชิญให้เสียอารมณ์เปล่าๆ

ขอขอบคุณบทความ บทความหูฟังไร้สาย: www.dotlife.store

11
การออกจากบ้านที่แสนอบอุ่น ไปอยู่ด้วยตัวผู้เดียวภายในหอพัก แน่ๆที่สุดว่าพวกเราต้องขนย้ายเครื่องใช้ไฟฟ้าหลายประเภทไปด้วย ทั้งพัดลม โทรทัศน์ รวมทั้งตู้แช่เย็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งตู้เย็น ถือเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ที่จำเป็นจะต้องที่สุดสำหรับหอ เนื่องจากว่าถ้าหากพวกเราไม่มีตู้แช่เย็นไปไว้ใช้เลย ก็จะไม่อาจจะเก็บรักษาอาหารอะไรไว้ได้เลย ยิ่งในหอพักที่พวกเราจะไม่อาจจะอุ่นอาหาร ประกอบอาหารได้สบายราวกับตอนอยู่บ้าน หากไม่มีตู้แช่เย็นไปไว้ช่วยถนอมอาหาร ท้ายที่สุดเราก็ต้องรอซื้ออาหารมารับประทานใหม่กันทุกมื้อ ซึ่งเกิดเรื่องที่สิ้นเปลืองมากมาย

เนื่องด้วยในหอมีพื้นที่ค่อนข้างจำกัด ตู้เย็นที่พวกเราจะย้ายไปใช้ได้ก็เลยมีตัวเลือกไม่เท่าไรนัก หลักๆก็จะมีแค่ตู้เย็น 1 ประตู กับตู้เย็น 2 ประตูแค่นั้น เนื่องจากคงไม่มีผู้ใดขนตู้เย็นแบบ side by side หรือตู้แช่ไวน์ไปไว้ใช้ในหอพักแน่ๆ สำหรับคุณที่กำลังมองหาตู้เย็นสักใบไปไว้ใช้ในหออยู่ บางทีอาจจะกำลังคิดอยู่ว่าจะใช้ตู้เย็น 1 ประตู หรือ 2 ประตูดี ในเนื้อหานี้เราจะมาหาคำตอบกัน

ประการแรก การเข้าพักในหอ เหตุหนึ่งที่คุณจะต้องตรึกตรองแล้วก็จำใส่ใจเสมอ ก็คือเหตุเรื่องค่าไฟ อย่าคิดไปนะว่าค่าไฟฟ้าในหอจะมีมูลค่าเท่ากับค่าไฟอย่างที่เราใช้กันในบ้านตามเดิม เปรียบกล้วยๆถ้าหากค่าไฟฟ้าที่คุณใช้ในบ้านอยู่ทุกวันอยู่ที่หน่วยละ 3 บาท ค่าไฟในหอ จะมีมูลค่าสูงขึ้นไปอยู่ที่หน่วยละ 7 บาท ดังนี้เป็นต้น หากว่าคุณนำเครื่องใช้ไฟฟ้าที่รับประทานไฟจำนวนมากไปใช้ในหอ ค่าไฟฟ้าได้โอฬารแน่นอนเมื่อกลับมาตรึกตรองที่ตู้แช่เย็น ปกติ ตู้เย็น1ประตู มักมีอัตราการกินไฟต่ำกว่าตู้เย็นแบบ 2 ประตูอย่างชัดเจน เพราะมีขนาดไม่ใหญ่มาก จึงใช้พลังงานน้อย เพราะฉะนั้นถ้าหากพิเคราะห์เพียงแค่สาเหตุเรื่องค่าไฟ จะมองเห็นได้ว่าตู้เย็น 1 ประตู เหาะกับการขนย้ายไปใช้ในหอพักมากกว่าตู้เย็นแบบ 2 ประตู ที่กินไฟมากกว่าจริงๆ

เมื่ออ่านมาถึงนี้ คุณอาจจะสงสัยว่า มีแค่เรื่องค่าไฟแค่นั้นหรือที่ทำให้ตู้เย็น 1 ประตู เหมาะกับหอ ถ้าว่าตัวคุณเองมีเงินมากพอที่จะจ่ายค่าไฟ มาใช้ตู้เย็น 2 ประตู ก็คงจะไม่มีปัญหาใช่ไหม ถ้าคุณเป็นอีกคนหนึ่งที่กำลังคิดอย่างงี้อยู่ ขอบอกว่าอย่าพึ่งรีบตกลงใจ เพราะยังมีอีกหลายเหตุผล ที่ชี้ว่าตู้เย็นแบบ 1 ประตู เหมาะสมกับหอพักมากยิ่งกว่าจริงๆส่วนจะมีอะไรบ้าง เราจะเอามาให้ท่านได้ดูกัน ดังนี้
1. ตู้เย็นหนึ่งประตู มีขนาดของตู้เล็กมากยิ่งกว่าตู้แช่เย็นแบบ 2 ประตูค่อนข้างจะมากมาย แถมยังมีความสูงน้อยกว่าด้วย คุณสามารถเคลื่อนย้านไปใช้ได้ในทุกหอ ไม่ว่าหอของคุณจะมีห้องขนาดแคบเล็ก หรือมีประตูที่เตี้ยสักเท่าไรก็ตาม ก็หมดห่วงไปได้เลยว่าจะนำตู้แช่เย็นไปตั้งได้หรือเปล่า แล้วก็เนื่องจากว่ามีขนาดออกจะเล็ก ทำให้ไม่รับประทานพื้นที่ใช้สอยในหอของคุณมากสักเท่าไรนัก คุณจะยังเหลือพื้นที่ในห้องของคุณไว้ใช้ตั้งวางของ หรือจัดเป็นมุมสวยๆสำหรับนั่งดำเนินงานได้อีกเยอะแยะ
2. ตู้เย็น 1 ประตู เป็นตู้ที่ไม่มีฟังก์ชั่นนำสมัยอะไรมากมาย มีเพียงแต่ชั้นวางสำหรับแช่ของ ช่องฟรีซ ช่องใส่ขวดน้ำเพียงแค่นั้น คุณจึงไม่จำเป็นต้องรอรักษาตู้มากมายเลย หน้าที่ของคุณมีแค่นำอาหาร หรือเครื่องดื่มที่บางทีอาจจะบูด เสีย ใส่ตู้เย็นไว้ให้ไม่เป็นอันตราย กับรอละลายน้ำแข็ง รวมทั้งหมั่นชำระล้างตู้ไม่ให้มีคราบสกปรก รวมทั้งขยะเข้าไปสะสมแค่นั้นก็พอแล้ว ไม่ต้องคอยไล่น้ำ กำจัดขี้ตะกรัน เสมือนตู้แช่เย็นที่ฟังก์ชั่นจัดเต็ม นอกเหนือจากนั้น การที่มีฟังก์ชั่นน้อย ทำให้ใช้ไฟฟ้าสำหรับในการหล่อเลี้ยงน้อยกว่า และก็นำมาซึ่งการก่อให้เกิดเรื่องปัจจัยค่าไฟฟ้าตามที่กล่าวไว้ข้างต้นเหตุว่า ตู้เย็น 1 ประตู กินไฟน้อยกว่าตู้เย็น 2 ประตูจริงๆ
3. ตู้เย็น 1 ประตู มีน้ำหนักเบากว่าตู้แช่เย็นแบบ 2 ประตูมากมาย ใช้คนแค่เพียง 2 คน ก็สามารถย้ายที่ได้ และไม่กระตุ้นให้เกิดความยากลำบากยามที่จะต้องย้ายขึ้นหอพักที่อยู่ชั้นสูงๆหรือหอพักที่ไม่มีลิฟท์ จะต้องขึ้นบันไดสถานที่เดียว

มองเห็นไหมว่า ตู้เย็น 1 ประตู เหมาะกับหอมากมายจริงๆคนไหนที่กำลังมีความคิดว่าจะย้ายไปอยู่หอพักในเร็วๆนี้ พวกเราขอชี้แนะให้ใช้ตู้เย็น 1 ประตูเลย ดียิ่งกว่าแน่นอน
ส่วนการรักษาตู้เย็น 1 ประตู ให้มีความสะอาด พร้อมใช้งาน และมีความคงทนอยู่เสมอ ใช้งานในหอได้ช้านาน สามารถทำได้ดังต่อไปนี้
1. เมื่อตู้เย็นเริ่มว่างลง ไม่ค่อยมีของกินมาใส่แล้ว ควรที่จะใช้จังหวะนั้นกระทำเช็ดถูทำความสะอาดตู้แช่เย็นซะ เก็บกวาดเศษอาหาร ของกินเก่า และขยะต่างๆที่หมักอยู่ในตู้เย็นออกไปทิ้งให้หมด แล้วขัดทำความสะอาดบริเวณที่มีคราบด้วยผ้าสะอาดชุบน้ำดื่ม อย่าปลดปล่อยจนตราบเท่าตู้แช่เย็นมีกลิ่น หรือมีเชื้อราดำขึ้น เพราะว่าจะมีผลต่ออาหารที่จะนำไปแช่ครั้งถัดไป
2. แม้พบว่าน้ำแข็งในช่องฟรีซเริ่มเกาะดกขึ้น ควรกดปุ่มละลายน้ำแข็ง หรืออีกแนวทางหนึ่งคือทำ OFF ตู้เย็น ดึงปลั๊กออก แล้วเปิดประตูตู้เย็นแง้มไว้ เพื่อน้ำแข็งละลายจนกระทั่งหมด ระหว่างนี้คุณจำเป็นต้องหมั่นดึงถาดรับน้ำของตู้แช่เย็นออก นำน้ำไปเททิ้ง แล้วใส่ถาดกลับเข้าไปใหม่อยู่เป็นประจำ จนกระทั่งเมื่อน้ำแข็งละลายหมดแล้ว ค่อยชำระล้างให้เป็นระเบียบถัดไป แนะนำให้ทำตอนที่ไม่มีอาหารแช่อยู่ในตู้เย็น หรือเหลือแต่อาหารที่เก็บได้นานแล้ว

เครดิตบทความ บทความตู้เย็น 1 ประตู: Index Living Mall

12
ในช่วงปัจจุบันที่ผู้คนอยากได้ความสบายสบายสำหรับการดำรงชีวิต เครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ ถือเป็นสิ่งของที่เข้ามามีหน้าที่ในชีวิตประจำวันของคนเรามากอย่างมาก
เครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีการวางขายอยู่ตามร้านค้า และก็แหล่งจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ต่างๆนั้น ปัจจุบันนี้มีอยู่หลากหลายแบรนด์ ตั้งแต่ยี่ห้อดังๆมีชื่อเสียงของผู้ใช้โดยทั่วไป ไปจนถึงแบรนด์แปลกๆที่ไม่ค่อยคุ้นหูมากสักเท่าไรนัก ซึ่งราคาของเครื่องใช้ไฟฟ้าก็จะเปลี่ยนแปลงตามแบรนด์ของมันด้วย โดยธรรมดา เครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ยี่ห้อดังๆมักมีราคาออกจะสูง เวลาที่เครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์แบรนด์แปลกๆราคาชอบถูก บางครั้งอาจจะถูกกว่าเครื่องใช้ไฟฟ้าแบรนด์ดังถึงครึ่งหนึ่งเลยทีเดียว ดังนี้ คนอีกหลายๆคนก็เลยหันไปซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ราคาไม่แพงมาไว้ใช้ในบ้าน แทนที่จะต้องเสียเงินมากมายเพื่อซื้อสินค้าราคาแพง แต่ จำต้องขอบอกเลยว่าเครื่องใช้ไฟฟ้า เป็นข้าวของที่ประสิทธิภาพแปรผันตามราคา มีหลายท่านที่ซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าราคาไม่แพงไปใช้งาน ก่อนจะพบว่าเป็ฯผลิตภัณฑ์ที่มิได้ประสิทธิภาพ ใช้งานไปได้ไม่นานเยอะแค่ไหนก็พัง เปิดไม่ติดแล้ว ร้ายยิ่งกว่านั้น บางคนต้องพบกับอันตรายจากอุปกรณ์ไฟฟ้าคุณภาพไม่ดีนั้นอีก ส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้าจากยี่ห้อตามที่ราคาแพงแพง หลายๆคนซื้อไปและพบว่าใช้งานได้ดี ไม่มีปัญหาตามมา ทั้งนี้ เครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ราคาแพงแพง ก็ไม่ใช่ว่าจะมีคุณภาพดีไปเสียทั้งปวง ในเวลาเดียวกัน เครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ราคาไม่แพงก็ไม่ใช่ว่าจะด้อยประสิทธิภาพไปเสียทั้งปวงด้วยเหมือนกัน ดังนั้นในเนื้อหานี้ เราจะมาดูกันว่า หากต้องการเลือกซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพมาใช้งาน จะต้องดูที่อะไรบ้าง
1. คุณภาพของอุปกรณ์ที่มองเห็นได้จากด้านนอก ส่วนนี้พวกเราสามารถตรวจเช็คได้ทันที วิธีการคือทดลองดูสภาพข้างนอกของเครื่องใช้ไฟฟ้าชิ้นนั้นดูก่อนว่าใช้อุปกรณ์อะไรมาประกอบ ถ้าหากอุปกรณ์ที่ใช้ภายนอกเป็นสแตนเลส โลหะ หรือพลาสติกคุณภาพดี เราก็สามารถเก็บเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ชิ้นนั้นไว้เป็นตัวเลือกได้ แต่ว่าถ้าหากเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ชิ้นใดที่ใช้อุปกรณ์ประกอบข้างนอกไม่ค่อยดีเยอะแค่ไหน ดังเช่น พลาสติกคุณภาพต่ำ โลหะบางๆเราก็บางทีก็อาจจะอนุมานได้ว่าส่วนประกอบภายในบางทีก็อาจจะไม่ดี สามารถตัดเครื่องใช้ไฟฟ้าชิ้นนั้นออกจากตัวเลือกได้ สำหรับข้อนี้ หลายๆคนบางทีอาจจะมองว่าดูแค่อุปกรณ์จากภายนอกได้จริงหรือ เป็นไปไม่ได้เลยหรือที่เครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ที่อุปกรณ์ด้านนอกมีคุณภาพต่ำ แต่ว่าองค์ประกอบข้างในอาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีประสิทธิภาพก็ได้ ขอตอบเลยว่า จากข้อมูลของผู้ใช้ตามกระดานข่าวสารต่างๆพบว่าอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ใช้วัสดุคุณภาพต่ำประกอบภายนอก ชอบเสียเมื่อใช้ไปได้ไม่นาน ดังนั้นขอให้คิดไว้ก่อนเลยว่า ขนาดอุปกรณ์ประกอบภายนอกยังไม่ดี แล้วส่วนประกอบข้างในจะดีได้เช่นไร ขอให้หลบหลีกเสีย
2. สายไฟที่ใช้กับเครื่องใช้ไฟฟ้านั้นๆควรเป็นสายไฟที่มีขนาดเหมาะสมกับกระแสไฟที่เครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์นั้นอยากได้ ยิ่งหากเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าประเภททำความร้อน อย่างเช่น หม้อหุงข้าว กระติกใส่น้ำร้อน เตาย่าง ควรเลือกรุ่นที่มีสายไฟขนาดใหญ่เพียงพอ เพราะว่าหากว่าพวกเรานำเครื่องใช้ไฟฟ้าที่สายไฟไม่ใหญ่พอที่จะรับกระแสได้ เมื่อใช้งานไปได้สักระยะ จะเกิดความร้อนขึ้นที่สายไฟ แล้วก็ถ้าเกิดใช้เป็นระยะเวลาที่ยาวนานๆจะส่งผลให้สายไฟละลาย หรือเกิดไฟลุกขึ้นได้ ดังนั้นสำหรับเพื่อการเลือกซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้า ควรเลือกรุ่นที่ใช้สายไฟเหมาะสมกับความปรารถนาไฟฟ้าของเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ประเภทนั้นๆ
3. ราคา ดังที่กล่าวไปในข้างต้นว่า ราคานับว่าเป็นเหตุอย่างหนึ่งที่ชีวัดคุณภาพผลิตภัณฑ์ได้อย่างดีเยี่ยม โดยถ้าเราอยากซื้ออุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีคุณภาพ ก็ไม่สมควรซื้อสินค้าที่ราคาแพงถูกเกินไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ที่จำเป็นต้องใช้ไฟมากมาย หรือจำต้องใช้งานตลอดวัน หรือถ้าหากว่าพวกเราไม่มีเงินมากพอจะซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ราคาแพงได้ ก็บางทีอาจเลือกรุ่นที่แพงถูกลงมา แม้กระนั้นจะต้องไม่ถูกเกินความจำเป็น
4. ความคิดเห็นจากผู้ที่เคยใช้ ส่วนนี้ถือว่าสำคัญ เนื่องจากประสบการณ์ของผู้ที่เคยใช้จะเป็นตัวชี้ได้อย่างดีว่า อุปกรณ์ไฟฟ้ายี่ห้อนั้นมีคุณภาพหรือเปล่า โดยควรที่จะเลือกซื้ออุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีเสียงตอบรับจากผู้ใช้ส่วนใหญ่ว่าใช้ดี คงทน ไม่มีปัญหา ส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์จากแบรนด์ที่ได้รับเสียงตอบรับว่าห่วย ใช้งานไม่ดี เสียง่าย ก็ควรเลี่ยงไม่ซื้อมาใช้งาน สำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ไม่ค่อยมีคนไหนเอ่ยถึงสักมากแค่ไหน ก็เป็นสินค้าที่ควรจะหลบหลีกไม่ซื้อมาใช้งานเช่นเดียวกัน เพราะมีความน่าจะเป็นว่าเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ยี่ห้อนั้นอาจมีคุณภาพี่ไม่ดี ก็เลยไม่ค่อยถูกซื้อไปใช้งานมากนัก
5. อย่าซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์จากแรงเชียร์ของพนักงานที่ทำหน้าที่ขาย ผู้คนจำนวนมากที่ได้หาข้อมูลไว้แล้ว และก็ตกลงปลงใจแล้วว่าจะซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์จากยี่ห้อหนึ่งที่ตนคิดไว้ มักจะพลาดตอนมาซื้อที่ห้างจริงๆเพราะเหตุว่าพนักงานที่ทำหน้าที่ขายจะเชียร์แบรนด์ที่ตนขายอยู่ตลอดเวลา บางครั้งบางคราวก็บอกว่าผลิตภัณฑ์จากยี่ห้อที่เราเล็งไว้อยู่นั้นไม่ดี อย่าไปซื้อ ลงท้ายก็จบที่พวกเราเผลอซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ที่พนักงานเชียร์ขาย ก่อนจะต้องมาพบว่าสิ่งที่ตนซื้อมานั้นไม่มีประสิทธิภาพ โดยเหตุนี้ เมื่อไปซื้อผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ตามห้าง ขอให้ใจแข็งเข้าไว้ อย่าเผลอหลงคารมบุคลากรอย่างเด็ดขาด

การจะเลือกซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าให้ได้ของที่มีคุณภาพมานั้น สำคัญๆก็จะต้องดูที่ 5 ข้อดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้นมานี้ รับประกันว่าท่านจะสามารถซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพมาได้อย่างแน่แท้ แม้กระนั้นสำหรับแม่บ้านบางคน อาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีความวิตกกังวลอยู่ว่าตนดูอะไรไม่เป็นสักอย่าง แม้แต่อุปกรณ์ภายนอกก็ยังไม่สามารถที่จะแยกได้ ถ้าหากเป็นแบบนี้ ก็ขอให้ท่านเลือกซื้อเฉพาะอุปกรณ์ไฟฟ้าแบรนด์ดีๆราคาพอสมควรเป็นหลัก แล้วท่านจะได้สินค้าที่มีความคงทน ตรงตามความอยากได้เลย

เครดิตบทความ บทความเครื่องใช้ไฟฟ้า: Index Living Mall

13
พัดลม เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ชนิดหนึ่งที่อยูคู่กับสังคมไทยมาเป็นระยะเวลานาน แฃะเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ทุกบ้านควรมีเพราะว่าประเทศไทยเป็นเมืองร้อน ถ้าไม่มีอุปกรณ์ไฟฟ้าอะไรสักอย่างที่เพียงพอจะคลายร้อนได้บ้าง อาจเป็นไปไม่ได้พักอาศัยในบ้านได้อย่างสุขแน่

ตอนนี้ พัดลมแปลงเป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ได้รับการพัฒนาให้ออกมาหลายต้นแบบ รองรับทุกลักษณะการนำไปใช้งาน พัดลมตั้งโต๊ะ พัดลมตั้งพื้นพัดลมติดฝาผนัง พัดลมติดเพดาน พัดลมโคจร และอื่นๆอีกมากมาย ในบรรดาแบบอย่างพัดลมกลุ่มนี้ พัดลมตั้งโต๊ะ ดูเหมือนจะเป็นแบบที่ได้รับความนิยมเพื่อการใช้งานสูงที่สุด เพราะมีขนาดกระชับ น้ำหนักเบา ย้ายที่ง่าย ปรับใช้งานได้มากมาย จะพัดในที่ต่ำก็ได้ หรือจะนำไปใช้พัดในที่สูงก็แค่หาโต๊ะหรือเก้าอี้มาต่อแค่นั้นไม่ราวกับพัดลมตั้งพื้นหรือพัดลมโคจร ที่ใช้งานได้ไม่มากมายนัก แถมยังเปลี่ยนที่ทุกข์ยากลำบากมากมายอีกด้วยหลายบริษัทเล็งเห็นถึงความจำเป็นของคนเราที่มีต่อพัดลมตั้งโต๊ะ ก็เลยได้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ประเภทนี้ออกมาวางขายบนท้องตลาดกันแบบแน่น อย่างที่พวกเราจะมีความเห็นว่าในห้างสรรพสินค้า รวมทั้งร้านค้าขายอุปกรณ์ไฟฟ้า มีทั้งพัดลม ตั้งโต๊ะแบรนด์เนม และพัดลมโนเนมมาขายให้ได้เลือกกัน แต่ว่าถามคำถามว่าถ้าเราต้องไปซื้อพัดลมชนิดนี้มาใช้ในบ้านตัวเอง จะเลือกพัดลมแบรนด์เนมหรือโนเนมดีละ วันนี้เราจะมาหาคำตอบกัน

ประการแรก ขอเชิญทุกคนไปทำความเข้าใจกับนิยามของพัดลมแบรนด์เนม กับพัดลมโนเนมก่อน พัดมแบรนด์เนม คือ พัดลมตั้งโต๊ะ ที่มียี่ห้ออันเป็นที่รู้จักทั่วไป กล่าวชื่อขึ้นมาเมื่อไร ไม่มีใครที่ไม่เคยทราบ ดังเช่นว่า พัดลม Mitsubishi Toshiba Hitachi Panasonic Hatari อะไรทำนองนี้ ส่วนพัดลมโนเนม คือพัดลมที่ผลิตออกมาแบบไม่มียี่ห้อติด หรือถึงจะมียี่ห้อ เวลาบอกชื่อขึ้นมา คนไม่ใช่น้อยจะเกิดรีแอคว่า มีพัดลมแบรนด์นี้อยู่บนโลกด้วยหรือ นี่ยังรวมไปถึงพัดลมที่ผลิตมานาน แต่ว่าคนไม่ค่อยรู้จัก ก็ถือว่าเป็นพัดลมแบบโนเนมด้วย

สิ่งที่แตกต่างที่เห็นได้ชัดระหว่างพัดลม ตั้งโต๊ะแบรนด์เนม กับพัดลมตั้งโต๊ะโนเนม ก็คือ ราคา เป็นที่รู้กันว่าพัดลมตั้งโต๊ะแบบแบรนด์เนมราคาจะสูงมากมาย บางยี่ห้อราคาพุ่งไปถึงหลักพันทั้งๆที่เป็นแค่พัดลมตัวเล็กๆส่วนถ้าหากเป็นพัดลมโนเนม ราคาจะต่ำมากถึงมากที่สุด บางตัวใช้แบงค์ร้อยเพียงแค่ใบเดียวก็ซื้อมาเป็นเจ้าของได้แล้ว คำถามเป็นเพราะเหตุใดจึงเป็นแบบนั้น แล้วถ้าพวกเราอยากได้พัดลมมาใช้สักตัวจริงๆไปซื้อพัดลมโนเนมมาใช้ไม่ดีกว่าหรือ พัดได้แบบเดียวกัน แถมไม่เปลืองด้วย ข้อนี้จะขอตอบเลยว่า ที่พัดลมแบรนด์เนมกับพัดลมโนเนมต่างกันเนื่องมาจากมีสาเหตุ 2 อย่าง ดังต่อไปนี้
1. อุปกรณ์ที่ใช้ โดยทั่วไปพัดลมแบรนด์เนมชอบใช้อุปกรณ์ที่มีคุณภาพกว่า ผลิตมาจากบริษัทแม่ที่มีการควบคุมประสิทธิภาพอยู่เป็นประจำ มีการทดลองประสิทธิภาพชิ้นส่วนแต่ละชิ้น ด้วยความที่เป็นส่วนประกอบผลิตเอง ทำให้มีต้นทุนสูง แต่ในขณะเดียวกันส่วนประกอบก็จะมีความคงทน ใช้งานได้ดีมากยิ่งกว่าด้วย มีรอบการหมุนดี ให้ลมแรง ในขณะพัดลมโนเนม ชอบใช้อุปกรณ์ที่ว่าจ้างสร้างจากโรงงานที่มีกำลังในการผลิตสูง เมื่อกำลังในการผลิตสูง ก็เท่ากับว่าจำต้องรีบผลิต ไม่มีเวลามาพิจารณาประสิทธิภาพ ผลิตเสร็จก็ส่งออกในราคาถูก แล้วบริษัทผู้ผลิตก็จะเอามาประกอบเองต่อ พร้อมตีตราแบรนด์ตนเอง บางแบรนด์ยิ่งหนัก เป็นให้บริษัทที่มีกำลังในการผลิตประกอบให้ตัวเองด้วยเลย แล้วหลังจากนั้นก็รับมาแค่ตีตราเท่านั้น เมื่อเป็นแบบนี้ จึงทำให้พัดลมโนเนมมีต้นทุนการสร้างถูกมากมาย ราคาขายจึงต่ำตามไปด้วย แม้กระนั้นถึงจะราคาถูก มันก็แลกเปลี่ยนมาด้วยสภาพชิ้นส่วนที่ไม่มีคุณภาพสักเท่าไหร่ ใช้ได้ไม่ทน หมุนแล้วไม่ค่อยมีลมออกมา และก็ถ้าหากใช้ผ่านไปแค่ 4-5 เดือนก็เริ่มมีปัญหาแล้ว อย่างหมุนช้าลง หรือครั้งคราวก็ไม่หมุนเลย
2. ประสิทธิภาพการประกอบ พัดลมแบรนด์เนมจำนวนมากจะมีคุณภาพการประกอบที่ดี มีโครงแข็งแรง ยึดส่วนประกอบต่างๆดี เนื่องจากว่าผลิตเอง รวมทั้งมีการควบคุมคุณภาพการประกอบอยู่เป็นประจำ นำมาซึ่งการทำให้ใช้งานได้นาน ไม่ค่อยพบปัญหาตามมา ในขณะที่พัดลมตั้งโต๊ะโนเนมราคาถูกๆมักไม่ค่อยให้ความเอาใจใส่กับคุณภาพการประกอบ บางเครื่องนี่เห็นได้ชัดเลยว่าส่วนประกอบบางชิ้นยึดไม่แน่น พอเอามาใช้ก็กำเนิดปัญหาอย่างสั่น เสียงดัง และก็จะตายนี้ไปในเวลาไม่ถึงปี พร้อมทั้งคุณภาพพลาสติกโครงที่เป็นของคุณภาพไม่ดี ติดไฟง่าย มอเตอร์ไหม้คราวไฟก็ลุกในเวลาไม่ถึง 10 นาที เปลี่ยนเป็นชนวนของไฟไหม้กันไปอีก จากเนื้อหาที่ว่ามานี้ คุณคนอ่านอาจพอเพียงจะเลือกกันได้แล้วว่าจะเอาพัดลมตั้งโต๊ะแบบแบรนด์เนม หรือจะเลือกของโนเนมราคาไม่แพงๆไปใช้ที่บ้าน อย่าซื้อแบบมองเพียงแค่ราคาอย่างเดียว เพราะเหตุว่าถึงแม้ว่าจะคุณได้พัดลมราคาถูกมาใช้งาน แม้กระนั้นเมื่อใช้ไปแล้วพังทลายจำต้องเปลี่ยนแปลงใหม่ก็พอๆกับว่าจำต้องเสียเงินเสียทอง 2 ต่อ สู้ซื้อพัดลมที่คุณภาพดี แม้ว่าจะราคาสูงหน่อย แต่ไม่ต้องรอเปลี่ยนแปลงใหม่ 4-5 ปีก็อยู่ได้สบาย อย่างนี้สิถึงจะเรียกว่าคุ้มของจริง

เครดิตบทความ บทความพัดลมตั้งโต๊ะ: Index Living Mall

14
ในช่วงยามเช้า หรือบางทีอาจจะรุ่งเช้ามากสำหรับใครสักคน การมีนาฬิกาปลุกไว้ช่วยปลุก ก็คงเป็นเรื่องที่จำเป็นประเภทจำเป็นกันเลยทีเดียว

คุณคงจะพอรู้ดีอยู่แล้วว่า นาฬิกาปลุกที่วางจำหน่ายอยู่บนตลาดในขณะนี้นั้นสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท ดังเช่น นาฬิกาปลุกแบบดิจิทัลที่แสดงหน้าปัดเป็นตัวเลข และก็นาฬิกาปลุกแบบเข็ม แต่ว่าคุณอาจจะไม่เคยทราบว่าอันที่จริงแล้ว หากต้องการจะเลือกนาฬิกาปลุกแบบใดสักแบบหนึ่ง ต้องมองที่อะไรบ้าง บางครั้งบางคราวเมื่อไปห้าง คุณก็เลือกเฉพาะนาฬิกาเรือนที่ตัวเองชื่นชอบ พอนำกลับมาใช้ที่บ้านก็พบว่าใช้งานได้ไม่ดี ไม่ตรงตามความปรารถนาสักเท่าไร เมื่ออ่านมาถึงที่ตรงนี้ คุณคงจะเกิดความสงสัยขึ้นมาบ้างแล้วว่า ถ้าหากว่าเป็นเช่นนั้นเราควรซื้อนาฬิกาปลุกแบบไหนดี วันนี้พวกเรามีคำตอบมาฝาก

แต่ก่อนที่จะไปเปรียบกันว่านาฬิกาแบบไหนดียิ่งกว่ากัน พวกเราต้องรู้เรื่องก่อนว่านาฬิกาแต่ละเรือนนมีลักษณะอย่างไร เริ่มจากนาฬิกาปลุกแบบดิจิทัลก่อน นาฬิกาปลุกรุ่นนี้มีเอกลักษณ์คือการแสดงผลหน้าปัดเป็นตัวเลข กำหนดชั่วโมง นาที และวินาทีอย่างถี่ถ้วน ในนาฬิกาปลุกดิจิทัลบางรุ่น ยังมีการบอกตัวเลขอุณหภูมิตอนนั้นอีกด้วย ข้อดีของนาฬิกาปลุกรุ่นนี้เป็นบอกเวลาได้ละเอียด คุณสามารถรู้ได้ในทันทีว่าขณะนี้เป็นเวลาชั่วโมง กี่นาที รวมทั้งกี่วินาทีแล้ว ส่วนข้อบกพร่องของนาฬิกาปลุกรุ่นนี้เป็น ด้วยความเป็นนาฬิกาแสดงตัวเลข ทำให้เมื่อถึงเวลาเวลากลางคืนที่ปิดไฟมืดหมดแล้ว คุณจะไม่สามารถที่จะเห็นเลขเวลาได้ ผู้ผลิตหลายรายได้เห็นถึงข้อผิดพลาดส่วนนี้ จึงได้เพิ่มฟังก์ชั่นสำหรับเปิดไฟสะท้อนแสงที่หน้าปัดนาฬิกา โดยเมื่อกดปุ่ม คุณจะสามารถเห็นจำนวนเวลาได้ ปัญหานี้ก็จะน้อยลง แต่ว่าในนาฬิกาดิจิทัลรุ่นต่ำๆจะยังไม่มีฟังก์ชั่นส่วนนี้ นอกจากนั้น ยังมีผู้ผลิตบางรายที่คิดทำให้นาฬิกาปลุกดิจิทัลของตัวเองมีตัวเลขเรืองแสงอยู่ตลอดเวลา ก็จะสามารถช่วยให้เห็นในที่มืดได้ชัดเจนดียิ่งขึ้น แต่ก็ตามมาด้วยปัญหาแสงจากจำนวนบนนาฬิกาก่อกวนคุณตลอดเวลา ทำให้ไม่อาจจะนอนหลับได้สนิท จำต้องย้ายนาฬิกาไปไว้ห้องอื่น เปลี่ยนเป็นจุดอ่อนขึ้นมาอีกอย่างหนึ่ง

ส่วนนาฬิกาปลุกแบบเข็ม เป็นนาฬิกาแบบดั้งเดิมที่อยู่คู่กับเมืองไทยเรามานานแล้ว เอกลักษณ์ของนาฬิการุ่นนี้ก็คือ ประกอบด้วยเข็มสั้น เข็มยาว แล้วก็เข็มวินาทีบนหน้าปัด เข็มอีกทั้ง 3 จะเคลื่อนที่ไปเรื่อยตรงเวลาที่ผ่านไป ด้วยความที่เป็นนาฬิกาเข็ม ทำให้การบอกเวลาอาจจะมีความละเอียดน้อยกว่านาฬิกาแบบดิจิทัลอยู่หน่อยหนึ่ง คุณอาจจะไม่อาจจะดูเวลาจากนาฬิกาแบบเข็ม แล้วบอกได้ละเอียดหมดเลยว่าช่วงนี้กี่ชั่วโมง กี่นาที กี่วินาที แต่ว่าก็พอที่จะบอกเวลาแบบคร่าวๆได้อยู่ว่าปัจจุบันนี้เป็นเวลากี่นาฬิกา กี่นาที นอกเหนือจากนี้ นาฬิกาแบบเข็มยังเป็นนาฬิกาที่ไม่ค่อยมีฟังก์ชั่นจัดเต็มราวกับอย่างนาฬิกาปลุกแบบดิจิทัลสักเท่าไรนัก ยิ่งบางรุ่น คุณอาจจะสามารถใช้งานได้แค่เพียงดูเวลาสิ่งเดียว ดูเหมือนกับว่าเป็นจุดด้วย แต่ว่าจริงๆก็นับว่าเป็นข้อดีสำหรับคนที่ไม่ได้อยากต้องการนาฬิกาที่ใช้งานยุ่งยากมากมาย บอกเวลาได้ก็พอแล้ว เนื่องจากว่าบางโอกาสซื้อนาฬิกาปลุกแบบดิจิทัลมา ก็จำต้องพบกับจำนวนที่จำนวนมากเต็มไปหมด ดูแทบไม่รู้เรื่องว่าเลขไหนคือเวลา หรือเลขไหนเป็นอย่างไร คุณจะไม่เจอปัญหานี้ในนาฬิกาปลุกดิจิทัล

จะเห็นได้ว่า ลักษณะเด่นของนาฬิกาปลุกทั้ง 2 อย่างนี้ ก็มีความต่างกันไป ขึ้นอยู่กับแบบอย่างและก็ฟังก์ชั่นการใช้แรงงาน ต่อไปนี้กลับมาไปสู่คำถามที่ว่า ถ้าต้องการจะได้นาฬิกาปลุกสักเรือนละ จะเลือกแบบไหนดี เนื่องจากว่านาฬิกาอีกทั้ง 2 แบบ ต่างก็มีจุดแข็งไม่เหมือนกัน ทำให้อาจบอกแบบตัดสินไปเลยไม่ได้โดยทันทีว่าซื้อเรือนไหนดีมากกว่า ถ้าหากจะเลือกให้ก้าวหน้าที่สุด คุณต้องพินิจเหตุดังต่อไปนี้
1. สิ่งที่ต้องการสำหรับในการใช้งาน หากว่าอยากได้นาฬิกาปลุกชนิดที่ว่า ซื้อมาแค่เรือนเดียว ก็ดูได้ทุกๆสิ่งทุกๆอย่าง ไม่จำกัดเฉพาะเวลา นาฬิกาดิจิทัล น่าจะตอบสนองในสิ่งที่ต้องการของคุณเจริญที่สุด เนื่องจากแสดงผลทุกๆอย่าง อุณหภูมิ สภาพภูมิอากาศ วันที่ และก็อื่นๆอีกมากมาย แต่ว่าหากคุณซื้อนาฬิกาปลุกมาเนื่องจากว่าคิดว่าจะใช้ปลุกจริงๆมิได้ต้องการฟังก์ชั่นที่จัดเต็มจนกระทั่งเชื้อเชิญสับสน ใช้งานผิด ก็ขอชี้แนะว่าแบบเข็มก็พอเพียงต่อความต้องการแล้ว
2. คุณสมบัติเฉพาะตัวของนาฬิการุ่นนั้นๆอย่างเช่น นาฬิกาบางรุ่นมีฟังก์ชั่นเรืองแสงในตนเอง มีหน้าปัดพรายน้ำ ถ้าคุณรู้สึกว่าการนำนาฬิกาที่มีแสงในตนเองมาตั้งในห้องนอน เป็นการรบกวนการนอนของคุณ ทำให้นอนไม่หลับ หรือไม่ก็นำไปสู่ความหลอนราวกับมีคนใดมายืนอยู่ในห้อง ก็ไม่ควรซื้อเรือนนั้น หันไปซื้อนาฬิกาปกติที่ไม่มีแสงสว่างในตัวเองจะดีกว่า เป็นต้น
3. ไม่ใช่ว่า นาฬิกาปลุกทุกรุ่นจะมีเสียงปลุกที่เสมอกัน บางรุ่นเสียงปลุกเบามาก เกือบจะมิได้ยิน ถึงแม้ว่าจะปลุกก็เสมือนมิได้ปลุก หรือบางรุ่นก็มีเสียงปลุกที่สั่นประสาท ชักชวนให้ปวดหัวยามตื่นนอนทุกที เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะเป็นนาฬิกาปลุกแบบดิจิทัล หรือนาฬิกาปลุกแบบเข็มก็ตาม คุณจะต้องให้จุดสำคัญกับการเลือกเสียงปลุกด้วย ก่อนที่จะตัดสินใจซื้อ คุณควรจะทดลองทดสอบเสียงปลุกดูสักหน่อยว่าเป็นอย่างไร แล้วเลือกรุ่นที่คุณมีความรู้สึกว่าถูกใจเสียงปลุกของมันเยอะที่สุด
นาฬิกาปลุก นับว่าเป็นอุปกรณ์ชิ้นสำคัญที่ช่วยทำให้คุณตื่นมารับวันใหม่ได้อย่างผ่องใส เพราะฉะนั้นคุณควรจะเลือกให้ถูก เพื่อช่วยสนับสนุนการหลับและก็การตื่นนอนอย่างตามที่เป็นจริง

เครดิตบทความ บทความนาฬิกาปลุก: Index Living Mall

15
ชั้นสำหรับวางของ คือเครื่องเรือนที่ช่วยอำนวยความสะดวกสำหรับในการเก็บของได้เป็นอันมากชั้นวางของที่มีการผลิตออกมาวางจำหน่ายในตอนนี้ มีอยู่มากมายแบบอย่างไม่ว่าจะเป็นชั้นแบบทึบมีฝาปิด ชั้นแบบทึบไม่มีฝาปิด ไปจนกระทั่งชั้นแบบโปร่ง ในส่วนของขนาดก็มีอยู่หลากหลายทั้งขนาดเล็ก ขนาดกลาง แล้วก็ขนาดใหญ่ มีเจ้าของบ้านจำนวนมากที่มีความคิดว่าซื้อชั้นสำหรับเพื่อวางของแบบไหนไปใช้ก็ได้ ไม่ได้มีความแตกต่างกันมากสักเท่าไรนัก อยากจะบอกว่าโน่นเป็นความคิดที่ไม่ถูกจำต้องสักมากแค่ไหน ด้วยเหตุว่าแม้ว่าชั้นวางของทุกใบจะสามารถใช้วางของได้หมด แต่ด้วยการออกแบบของมันทำให้ในบางครั้งถ้าพวกเราเลือกใช้อย่างไม่เหมาะสม จะทำให้การจัดข้าวของทำได้ไม่ราบรื่นนัก เกิดปัญหาเอาของเข้าจัดได้ไม่หมด หรือจัดของได้แต่ว่าของที่วางอยู่ชอบตกลงมาที่พื้น จะต้องคอยเก็บขึ้นบ่อยๆยิ่งหากเป็นสิ่งของที่พังเสียหายง่ายอย่างแก้ว ขวดโหล ถ้าหากตกลงมาแตกก็พอๆกับเสียไปเลย ไม่อาจจะเก็บขึ้นมาซ่อมแซมได้อีก นอกจากนั้น ถ้าเราเลือกใช้ชั้นสำหรับวางของที่ไม่เข้ากันสิ่งของที่เราจะจัด ย่อมทำให้ของไม่เป็นระเบียบ มองรกรุงรัง รวมทั้งบางทีอาจแปลงเป็นที่อยู่ของสัตว์อันไม่พึงปรารถนาทั้งหลายได้ ด้วยเหตุผลดังกล่าว การจะจัดข้าวของให้เป็นระเบียบเรียบร้อย มองงดงามอย่างแท้จริง พวกเราจึงจำเป็นจะต้องเลือกชั้นสำหรับวางของให้ถูกลักษณะสามารถสรุปได้ดังต่อไปนี้
1. ชั้นสำหรับวางของแบบโปร่ง ไม่มีฝาผนังกั้น ชั้นวางลักษณะนี้มีต้นแบบคือ ไม่มีผนังกั้น มีเพียงแค่ส่วนโครง แล้วก็ส่วนพื้นของชั้นแต่ละชั้นเพียงแค่นั้น ด้วยความที่ไม่มีผนังกัน ทำให้ช่องทางที่ข้าวของจะตกลงมาด้านข้างล่างมีสูง โดยยิ่งไปกว่านั้นข้าวของที่วางไว้อย่างหมิ่นๆเหมาะสำหรับใช้วางสิ่งของที่ได้โอกาสเสียหายได้น้อย สามารถใช้แบ่งกลุ่มสิ่งของที่มีปริมาณไม่เท่าไรนักได้
2. ชั้นวางของแบบโปร่ง มีผนังกัน ชั้นวางแบบนี้จะมีลักษณะคล้ายกับชั้นแบบแรก ไม่เหมือนกันเพียงแค่ชั้นอย่างงี้จะมีการทำส่วนประกอบผังสำหรับกั้นโดยรอบพื้นชั้นโดยผนังนี้อาจมีความสูงจากพื้นชั้นขึ้นมาเพียงนิดหน่อย หรือบางทีอาจสูงขึ้นมาจนแทบชั้นวางด้านบนก็ได้ชั้นวางของลักษณะนี้มีข้อดีเป็นระบายอากาศเจริญ สามารถคุ้มครองปกป้องสิ่งของได้ระดับหนึ่ง ถ้าของบนชั้นจะหล่นลงมาก็จะติดกับฝาผนังที่กันอยู่ แต่ว่าด้วยผนังที่สร้างขึ้นมาไม่มากมาย อาจไม่อาจจะคุ้มครองปกป้องสิ่งของชิ้นเล็กๆหรือสิ่งของที่มีน้ำหนักค่อยได้ เหมาะกับวางข้าวของที่มีน้ำหนักมากมาย และก็อยากได้การคุ้มครองในระดับหนึ่ง เช่น จานจานชาม ถ้วย โถต่างๆรวมทั้งเครื่องครัวอื่นๆด้วย
3. ชั้นวางของแบบทึบ ไม่มีฝาปิด ชั้นวางลักษณะนี้จะเพิ่มรายละเอียดขึ้นมาสักนิดสักหน่อยเป็นมีการใช้วัสดุปิดทึบอย่างเช่นไม้อัด พลาสวูด พลาสติก หรือไม้จริง มาปิดข้างๆแล้วก็ข้างหลังของชั้นจนกระทั่งทึบ เหือช่องว่างสำหรับนำข้าวของเข้าเฉพาะข้างหน้าเท่านั้น ชั้นวางของลักษณะนี้มีจุดเด่นคือสามารถคุ้มครองปกป้องสิ่งของเจริญก่าชั้นแบบโปร่ง ไม่มีปัญหาของตกไปอยู่ข้างหลังชั้น แต่ว่าข้อผิดพลาดของชั้นลักษณะนี้คือ ระบายอากาศได้ไม่มาก เหมาะกับใช้เก็บสิ่งของต่างๆที่หยิบใช้หลายครั้ง และไม่อยากได้ให้สัมผัสกับความชุ่มชื้น อย่างเช่น เครื่องปรุงประเภทต่างๆเครื่องใช้ประเภทน้ำยาที่เอาไว้ล้างจานผงซักผ้า ที่พึ่งพิงซื้อมาจากซูเปอร์มาร์เก็ต
4. ชั้นวางของแบบทึบ มีฝาปิด ชั้นวางของลักษณะนี้จะละม้ายกับชั้นแบบที่ 3 แต่ว่ามีการเพิ่มฝาสำหรับปิดชั้นด้วย ลักษณะเด่นของชั้นสำหรับเพื่อวางของลักษณะนี้ก็คือ มีความมิดชิดสูง สามารถคุ้มครองข้าวของจากความชุ่มชื้นและก็มลภาวะต่างๆได้เกือบ 100% ทั้งยังคุ้มครองป้องกันไม่ให้ข้าวของตกจากชั้นได้ดีที่สุดด้วย แม้กระนั้นจุดอ่อนของมันก็มีอยู่เป็นระบายอากาศได้ไม่ดีนัก แล้วก็จับของออกมาใช้งานได้ไม่ค่อยสบายเท่าชั้นวางแบบอื่นๆเหมาะสำหรับใช้เก็บข้าวของที่มีน้ำหนักค่อย สิ่งของที่ต้องการการถนอม รวมถึงข้าวของที่ไม่ค่อยได้นำออกมาใช้งานอาทิเช่น แก้วเจียระไน เครื่องปั้นดินเผาต่างๆหนังสือ เอกสารต่างๆเป็นต้น เว้นเสียแต่ประเภทของชั้นสำหรับเพื่อวางของตามลักษณะดังกล่าวข้างต้น พวกเรายังสามารถแบ่งชนิดของชั้นวางของตามการติดตั้งได้อีกด้วย โดยสามารถแยกออกได้เป็น 2 รูปแบบเป็นชั้นวางของแบบตั้งพื้น และก็ชั้นสำหรับเพื่อวางของแบบห้อย ซึ่งชั้นสำหรับวางของแบบตั้งพื้น จะเหมาะกับการใช้เก็บข้าวของขนาดใหญ่ น้ำหนักมากมาย ในขณะชั้นสำหรับเพื่อวางของแบบห้อยจะเหมาะกับการใช้เก็ยบข้าวของชิ้นเล็กๆที่มีน้ำหนักไม่มากมาย จะเป็นจานชามทั้งหลายแหล่หรือสิ่งของที่ใช้ในชีวิตประจำวันก็ได้ ไม่ควรใช้ชั้นสำหรับวางของแบบแขวนเป็นที่เก็บของที่มีน้ำหนักมากมาย เพราะเหตุว่าอาจทำให้ชั้นวางรับน้ำหนักไม่ไหว หล่นลงมาจากจุดจัดตั้ง กระทั่งทำให้สิ่งของข้างในทำให้เป็นอันตรายได้ สำหรับเรื่องของอุปกรณ์ ส่วนนี้จัดว่าไม่ซับซ้อนสักเท่าไรนัก เพราะว่าพวกเราสามารถกะประมาณด้วยตาเปล่าได้ว่าชั้นที่ทำจากอุปกรณ์ที่มองเห็น เหมาะสมแก่การใช้งานในจุดที่อยากได้หรือเปล่า สำคัญๆก็มีเพียงแค่ไม่ควรนำชั้นไม้อัดไปใช้ในที่ที่มีความชื้นสูง และไม่ควรที่จะนำชั้นพลาสติกไปใช้ในที่ๆอุณหภูมิเปลี่ยนตลอดเวลา เป็นต้น

การเลือกชั้นวางของให้เหมาะสมกับสิ่งของที่จะวางนั้น ดูเผินๆบางทีอาจดังว่ามันไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไรนัก แม้กระนั้นถ้าหากเรารู้จักเลือกให้มีความเหมาะสมและก็ถูก ก็จะทำให้การจัดข้าวของด้านในภายเป็นเรื่องง่ายมากยิ่งขึ้น แล้วก็อันตรายที่จะเกิดกับของในชั้นก็ต่ำลง ส่วนเรื่องออกแบบและก็ราคา ผู้ใช้สามารถเลือกซื้อดังที่จิตใจของตนเองอยากได้ได้เลย

ขอบคุณสำหรับที่มา บทความชั้นวางของ: Index Living Mall

หน้า: [1] 2 3 ... 12